0 Views

        เจียงสยงมีอาการตกใจ แต่ยังคงออกคำสั่ง “รีบเชิญเข้ามา”

        คุณชายคนโตในเสิ่นกว๋อกงก็คือหลูหมินไม่ใช่หรือ?

        เจียงลั่วอวี้มองบ่าวที่ออกไปเชิญคน เขายกถ้วยชาและยิ้ม “พี่หลูดูจะใจร้อนกว่าคนอื่น ลั่วอวี้ได้ยินว่าของไหว้ส่งมาวันที่สองก็ได้ ใครจะคิดว่าเที่ยงวันแรกเขาก็รีบส่งมาแล้ว”

        ของไหว้ที่ว่าเป็นของเฉพาะที่บรรดาลูกหลานที่ออกเรือนไปแล้วไม่มีสิทธิ์เข้ามาในงานจะนำมาเซ่นสรวงบรรพบุรุษแทนตัว

        ตามธรรมเนียมต้าหลง ลูกหลานที่ออกเรือนไปแล้วเป็นผู้จัดเตรียมของไหว้ และลูกชายของพวกนางจะเป็นผู้นำมาที่งานในวันที่สอง แต่หากยังไม่มีลูกชาย ก็จะให้บ่าวเป็นผู้มาส่ง หรือหากพวกนางเป็นที่โปรดปรานของสามี สามีของพวกนางอาจจะนำมาให้ด้วยตนเองก็ได้

        “จะว่าไปก็ใช่อยู่” เจียงสยงฟังคำเจียงลั่วอวี้แล้วก็เกิดสงสัยว่าทำไมเขาต้องรีบนำมาแต่วันแรก “น่าแปลก ปีที่แล้วเขาก็นำของไหว้มาวันที่สองเหมือนคนอื่นๆ ทำไมครั้งนี้ถึงเอามาตอนนี้? “

        เจียงลั่วอวี้ยิ้มอย่างเย็นชา ดวงตามืดดำ “อาจจะ…มีใครที่ต้องการจะเจอ”

        เจียงสยงกำลังก้มหน้าใช้ความคิด จึงไม่ได้ยินที่เขาพูด “เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”

        เจียงลั่วอวี้ได้ยินดังนั้นก็วางถ้วยชาลงและยิ้ม “เรียนท่านอา ลั่วอวี้บอกว่า บางทีเมื่อคืนอาจจะมีใครไปเข้าฝันท่านอาหญิงหรือเผลอทำอะไรผิดเคล็ด วันนี้ก็เลยให้พี่หลูรีบเอาของไหว้มาก่อนก็เป็นได้”

        วันปีใหม่เช่นนี้ การพูดเรื่องการผิดเคล็ดถือเป็นเรื่องไม่สมควร โดยเฉพาะเพิ่งจะทำพิธีเสร็จ แต่ติดที่เจียงลั่วอวี้ไม่ใช่ลูกของเขา และยังอายุน้อย เจียงสยงจึงได้แต่จ้องหน้าและสั่งสอน

        “เด็กคนนี้นี่ เรื่องแบบนี้เอามาพูดซี้ซั้วได้อย่างไร? “

        เจียงลั่วอวี้เห็นเจียงสยงโกรธตนก็รีบก้มหน้าลง แต่มุมปากยังอมยิ้ม “ท่านอาสั่งสอนถูกต้อง ลั่วอวี้ขออภัยขอรับ”

        พูดจบเขาก็ลุกขึ้นคารวะเจียงสยงและเดินหลบมุมไปยืนมองผู้นี่นำของขวัญและบ่าวไพร่มามากมาย คนผู้นั้นเดินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและท่าทางใหญ่โตเข้ามาหยุดที่หน้าประตู

        เจียงลั่วอวี้เดินออกมาได้สักพัก เขาก็เห็นดอกเหมยสีแดงในสวน กำลังจะเข้าไปด้านใน ก็เห็นว่าที่ประตูมีกุญแจลงกลอนเอาไว้ เขาได้แต่ขมวดคิ้วและหันไปถามสาวใช้เก่าแก่ที่อยู่ดูแลบ้านเดิมของท่านปู่หลังนี้

        “ทำไมถึงต้องลงกลอนที่นี่ด้วย? แล้วเหตุใดด้านในจึงมีดอกเหมย?”

        สาวใช้เก่าแก่ย่อตัวคารวะและมองไปรอบๆราวกับกลัวคนเห็น นางพูดเสียงเบา “เรียนซื่อจื่อ ในนั้นเคยเป็นที่พักเมียบ่าวของท่านปู่ของท่าน นางเคยเป็นหนึ่งในสี่นางกำนัลที่รับใช้องค์หญิงนามว่าเหมยเซียง ต่อมาท่านอ๋องยกขึ้นเป็นเหมยอี๋เหนียง ท่านอ๋องเห็นว่าที่สวนนั่นไม่เป็นมงคล จึงให้ลงกลอนเอาไว้เจ้าค่ะ”

        นางไม่รอให้เจียงลั่วอวี้ถาม นางก็พูดต่อ “เพราะว่าเหมยอี๋เหนียงชอบดอกเหมย ก็เลยปลูกดอกเหมยไว้เต็มไปหมดเจ้าค่ะ”

        “เช่นนี้นี่เอง” เจียงลั่วอวี้ชะงักแล้วมองไปที่กำแพงสีขาวที่ปกคลุมด้วยกระเบื้องสีดำ ด้านบนมีดอกเหมยบานสะพรั่ง เขาพึมพำ “คิดไม่ถึง…”

        คิดไม่ถึงเลยว่า แม้จะเป็นถึงองค์หญิง ตลอดชีวิตไม่มีลูกจากอนุภรรยาอย่างท่านย่า ก็ยังมีเรื่องที่ไม่สามารถห้ามได้เกิดขึ้น

        ยอมให้สามีมีเมียบ่าวแล้วยังยกขึ้นเป็นเมียรอง ถึงแม้ว่าสุดท้ายนางจะตายเพราะคลอดลูก แต่แผลในใจก็ยังคงอยู่ และความสัมพันธ์ของสามีภรรยาก็คงไม่เหมือนเดิม

        นี่แหละผู้ชาย รักง่ายหน่ายเร็ว

        เจียงลั่วอวี้กำลังจะยื่นมือไปแตะดอกเหมยจากกิ่งที่ยื่นข้ามกำแพงออกมา ทันใดนั้นตาก็เหลือบไปเห็นคนเดินมา เขายิ้มและชักมือกลับมาแสดงความเคารพ

        “คารวะท่านพี่”

        “น้องพี่ช่างสุนทรีย์นัก เพิ่งจะเสร็จพิธีก็หนีออกมาชมดอกเหมยคนเดียว” วันนี้หลูหมินสวมชุดสีเข้มลายเมฆสีทอง เขาจ้องไปยังอีกฝ่ายที่อยู่ใต้กิ่งเหมย รอยยิ้มแฝงความคิดไม่ดีเช่นเคย เขาโบกมือให้บ่าวไพร่และสาวใช้เก่าแก่ถอยไปจากที่นั่น

        “หรือว่า น้องพี่มาที่นี่เพื่อรอพี่คนนี้กันนะ? “

        เจียงลั่วอวี้ที่เพิ่งได้ยินเรื่องเมื่อครู่ยังอารมณ์ไม่ค่อยปกติ ยังต้องมาเจอกับคำพูดเช่นนี้ เขาสะบัดแขนเสื้อและถอยเท้า “ท่านพี่ รักษามารยาทด้วย”

        “รักษามารยาท?” หลูหมินได้ยินก็หัวเราะ เขาเดินเข้าไปจนห่างกับเจียงลั่วอวี้เพียงแค่เอื้อม จากนั้นก็จ้องมองใบหน้าที่ถวิลหาทุกค่ำเช้า ก่อนจะยื่นมือไปจับข้อมืออีกฝ่าย “คำคำนั้นเขียนอย่างไร น้องช่วยสอนพี่หน่อยได้ไหม? “

        เจียงลั่วอวี้มิได้แสดงอาการขัดขืน แต่เขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาสงสัย “ท่านพี่ ท่านมายุ่งวุ่นวายกับข้าหลายครั้ง ไม่ทราบว่าต้องการสิ่งใด?”

        “น้องพี่ฉลาดขนาดนี้ ยังดูไม่ออกอีกหรือว่าพี่ต้องการอะไร?” หลูหมินบีบข้อมือเขาแน่นขึ้น แววตาร้อนแรงและกัดฟันพูดต่อ “พี่รักน้องมานานแล้ว อยากให้น้องมาแต่งงานกับพี่ มาเป็นเมียเอกของพี่เถอะนะ”

        “เมียเอก?” เจียวลั่วอวี้หัวเราะในลำคอ สายตามองด้วยความดูถูก เขาใช้กำลังภายในสลัดแขนออกจากมืออีกฝ่ายจนแขนเสื้อสีครามพลิ้วขึ้น “คำพูดของท่านพี่จะดูถูกลั่วอวี้มากเกินไปแล้ว”

        “ดูถูกเจ้า?” หลูหมินได้ยินดังนั้นหน้าตาก็ดุร้ายขึ้น ชี้หน้าตะคอก “เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่ากระไร? เป็นเมียเอกในจวนกว๋อกงดูถูกเจ้าตรงไหนกัน!”

        เจียงลั่วอวี้ยังคงนิ่งสงบ ริมฝีปากแสดงอาการเยาะเย้ย น้ำเสียงที่ช้าและชัดเจนดังขึ้น “ขอท่านพี่ระงับสติอารมณ์ด้วย ฟังลั่วอวี้พูดก่อน หากว่าคำพูดของลั่วอวี้ไม่มีเหตุผล ก็สุดแล้วแต่ท่านพี่จะปรารถนา ท่านพี่จะได้ไม่ต้องเสียแรงเปล่า”

        “ดี! เจ้าพูดมา!”

        หลูหมินได้ยินคำว่าเสียแรงเปล่าก็นึกไปถึงเรื่องที่จวนสกุลหนิง เขากวาดตามองไปรอบ นอกจากจะไม่เห็นสาวใช้เก่าแก่ของจวนแล้ว ก็มีแค่คนของเขาเอง เขาจึงเบาใจและหันกลับไปจ้องตาอีกฝ่ายเช่นเดิม

        “วันนี้ข้าจะฟังดูสิว่า เป็นเมียเอกในจวนกว๋อกง มันดูถูกเจ้าอย่างไร! “

        เจียงลั่วอวี้ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะขึ้นอีก ดวงตาเขางดงามราวภาพวาด แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็น

        “ในเมื่อท่านพี่คิดว่าการเป็นภรรยาเอกในจวนกว๋อกงดีขนาดนั้น ลั่วอวี้ขอถามท่านพี่ ระหว่างเซียวเหยาหวังกับเสิ่นกว๋อกง ใครตำแหน่งสูงกว่า? ใครมีอำนาจมากกว่า? ใครมีกำลังทหารมากกว่า? ใครสามารถสืบทอดตำแหน่งได้?” คำถามที่ออกมาต่อเนื่องถูกถามขึ้น แต่เขาไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ เขาก็พูดต่อเป็นชุด

        “ที่สำคัญ ลั่วอวี้ถูกเลี้ยงมาแบบเด็กผู้ชาย เป็นทายาทสายตรงคนเดียวของเซียวเหยาหวัง มีทรัพย์สินมากมาย รวมถึงกองกำลังทหาร เหตุใดจึงต้องยอมออกเรือนไปเป็นภรรยาผู้มีตำแหน่งเพียงแค่กว๋อกง ทั้งชาติต้องไปอยู่แต่ในเรือนเท่านั้นหรือ? “

        พูดจบเขาก็เห็นหลูหมินอ้าปากค้างพูดไม่ออกและโกรธจนหน้าแดง เจียงลั่วอวี้ยิ้มและพูดต่อ “ถ้าจะให้ลั่วอวี้สละตำแหน่งเซียวเหยาหวัง ไม่ทราบว่าท่านพี่มีข้อดีอะไรมาแลกเปลี่ยน? ข้ายังมองไม่เห็นสักข้อ ขอท่านพี่โปรดชี้แนะ”

        “ลั่วอวี้ยังได้ยินว่าเมื่อไม่นานมานี้ท่านพี่เพิ่งจะรับเมียบ่าวสองเพศจากจวนอื่นมา และเห็นว่ากำลังท้องลูกของท่านอยู่ด้วย? “

        เจียงลั่วอวี้พูดพลางยกแขนที่งามราวรากบัวขึ้นไปเด็ดดอกเหมย จากนั้นก็ขยี้กลีบดอกจนน้ำสีแดงเข้มถูกเค้นออกมาภายใต้สีหน้าที่ยังคงเยือกเย็น “หรือว่าท่านพี่ไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนจึงไม่รู้ว่า ก่อนที่ภรรยาเอกจะแต่งเข้าบ้าน หากเมียบ่าวเกิดท้องหรือรับภรรยารองที่มียศศักดิ์ ถือเป็นการดูหมิ่นภรรยาเอกอย่างที่สุด?”

        พูดจบเขาก็ทิ้งดอกเหมยในมือลงพื้นและใช้เท้าขยี้ “ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าคนอย่างท่านพี่ ไปเอาความกล้ามาจากไหน”

        “กล้ามาจากไหน?” ไม่ว่าใครที่โดนพูดเช่นนี้เป็นต้องทั้งโกรธและอาย โดยเฉพาะหลูหมินที่ถูกเลี้ยงดูมาราวไข่ในหิน เมื่อได้ยินคำพูดประชดประชันเขาก็โกรธราวกับสมองจะระเบิด ว่าแล้วก็เดินเข้าไปคว้ามือทั้งสองของเจียงลั่วอวี้เพื่อจะดึงเข้ามากอดและส่งเสียงคำรามราวฟ้าผ่า

        “กล้าแบบนี้ไง! “

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม