0 Views

        เจินสื้อเคาะนิ้วมือบนโต๊ะ แผนการในหัวเกิดขึ้นมากมาย แววตาดูครุ่นคิด รอยยิ้มประหลาดก็ผุดขึ้น

        เขาคิดในใจว่า เจียงลั่วอวี้ถือว่าโชคดีที่ตกอยู่ในเงื้อมมือฮ่องเต้ หากครั้งนี้เขาเป็นผู้ลงมือเอง รับรองว่าจุดจบต้องน่ากลัวกว่าถูกฮ่องเต้ลงมือแน่นอน ไม่รู้เหมือนกันว่าเจียงลั่วอวี้จะทนได้ไหม?

        “ในเมื่อเจ้าโชคดีขนาดนี้ รอดพ้นจากการลงโทษของฮ่องเต้ได้ แต่ข้าเองก็รับปากน้องชายข้าว่าจะแก้แค้นเจ้าให้สาสม ข้าลงต้องลงมือที่จวนจวิ้นหวังก่อน คอยดูกันว่าเจ้ายังจะเอาตัวรอดได้หรือไม่! “

        ผ่านไปครู่หนึ่งเจินสื้อหรี่ตาครุ่นคิดแผนการ เรียกคนมารับสารที่ตนเองให้นำไปส่งยังจวนจวิ้นหวัง โดยให้ส่งถึงมือเจียงอิ่งที่คอยอยู่ที่สวนซิวจู๋

        บ่าวผู้ชายของจวนฉีกว๋อกงรับสารนั้นมาแล้วมุ่งหน้าไปสู่จวนจวิ้นหวังทันที

        ในตอนนี้ที่หน้าประตูจวนจวิ้นหวังรถม้าที่หรูหราได้มาจอดเทียบอยู่ สาวใช้ประคองเจียงลั่วอวี้ลงจากรถ เขาเดินกลับเข้าประตูด้วยสีหน้าราบเรียบไปยังฝั่งตะวันตก

        ในขณะที่มาถึงประตูกั้นเขตระหว่างสองฝั่ง ซุ่ยเยวี่ยที่มารออยู่เห็นว่านายน้อยกลับมาก็ดีใจ ยิ้มและวิ่งเข้าไปหาทันที “ซื่อจื่อ!”

        เจียงลั่วอวี้ยิ้มรับ เขามองผ่านหลังนางไปก็เห็นเหมียนซิงที่กำลังแสดงความเคารพเขาเช่นกัน “คารวะซื่อจื่อ”

        “ดูฟ้าสิ ข้าออกไปตั้งแต่ฟ้าสาง กลับมาอีกทีก็เที่ยงแล้ว” เจียงลั่วอวี้เห็นบ่าวสองคนมารับก็รู้ว่าจุยอวิ๋นกับไป๋หมิ่นอวี้คงรออยู่ที่ที่พัก เขายิ้มและตีมือซุ่ยเยวี่ยเบาๆ พูดพลางเดินพลาง

        “พอข้าเห็นเจ้า ก็รู้สึกหิวข้าวขึ้นมาแล้วสิ เจ้าไปเตรียมอาหารที่ห้องครัวมาที แล้วนำไปที่ห้องข้าเลยนะ ไม่ต้องมาถามข้าอีก”

        ซุ่ยเยวี่ยขานรับและรีบวิ่งออกไปทันที

        เหมียนซิงกะพริบตามองดูหน้าผากเจียงลั่วอวี้ที่เป็นรอยแดง แต่สีหน้ายังคงนิ่งสงบ “ซื่อจื่อ ท่าน…”

        “เจ้าจะถามว่าเข้าวังมาเป็นอย่างไรบ้างใช่ไหม?” เจียงลั่วอวี้ทายใจถูก เขากำสิ่งของในมือไว้แน่น จากนั้นพูดเสียงเบาๆ ขึ้น “วางใจได้ ช่วงนี้พวกเราไม่ต้องกังวลเรื่องฮ่องเต้อีกแล้ว เขาจะไม่บีบบังคับพวกเราอีก คนของหานเจียงเก๋อที่อยู่รอบตัวเขาก็จะได้พักสักระยะ เจ้าไปบอกพวกเขาให้ไปจับตาที่ฮุ่ยเฟยแทน”

        เหมียนซิงได้ยินดังนั้นก็สบายใจ “น้อมรับคำสั่งขอรับ”

        ทั้งคู่เดินมาตามระเบียงคด เมื่อเงาสีขาวปรากฏขึ้น เขาก็หยุดฝีเท้าและยิ้มให้ชายชุดขาวที่ยืนอยู่หน้าประตู บนบ่ามีนกสีขาวเกาะอยู่

        “ข้ากลับมาแล้ว ทำไมยังไม่พูดไม่จา?” ชายชุดขาวถอนหายใจเมื่อเห็นเขากลับมาอย่างปลอดภัย แต่แล้วก็เหมือนจะคิดอะไรได้ เจียงลั่วอวี้เห็นดังนั้นก็เดินเข้าไปหาและพูดหยอกว่า “พูดไม่ออก หรือไม่ยอมพูด? “

        ไป๋หมิ่นอวี้ก้มหน้าเม้มปากด้วยความตื่นเต้น “…ข้า…”

        เจียงลั่วอวี้เห็นท่าทางเขาก็ยิ่งยิ้มหนัก เขายกมือขึ้นปัดปอยผมบนบ่า ตาเหลือบไปเห็นจุ้ยเสวี่ยตากลมดำเกาะอยู่อย่างงดงาม

        “ห้ามพูดเรื่องคู่ควรไม่คู่ควรพวกนั้นอีก เจ้าก็รู้แล้วข้าพอจะรู้สถานะเจ้าได้จากจุ้ยเสวี่ย ถ้าจะว่ากันตามจริง หากตอนนี้พวกเราอยู่ที่ต้าจิน คนที่ไม่คู่ควรก็ต้องเป็นข้า”

        “อย่าดูถูกตัวเองแบบนั้น” ไป๋หมิ่นอวี้ได้ยินเขาพูดดังนั้นก็หน้าเสีย จึงเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาสีอำพันดูคล้ายจะส่องประกายสีทองได้ “ไม่ว่าจะที่ไหน ข้าก็เปรียบกับเจ้าไม่ได้”

        “พอแล้ว พูดเรื่องพวกนี้ทำไมกัน?” เจียงลั่วอวี้เห็นว่าเขายังคงไม่เปลี่ยนเรื่องคุย จึงโบกมือขึ้นให้เลิกพูดต่อ “ข้ากลับมาแล้ว เรื่องที่รับปากข้าก่อนไป ถ้าเจ้าไม่ทำข้าไม่ยอมจริงๆ”

        ไป๋หมิ่นอวี้ถึงกับชะงักไป

        เจียงลั่วอวี้ยิ้มให้เขา มือยังคงจับที่ผม รอยยิ้มที่ดูเหมือนหยอกล้อกลับดูจริงจัง

        ไป๋หมิ่นอวี้อยู่กับเขามาราวหนึ่งปี รู้ว่าอย่างไรเสียคงต้องทำ เขากัดฟันเปล่งเสียงที่ไม่ได้อ่อนโยน แต่เหมือนคนถูกแกล้งเสียมากกว่า “…ลั่วอวี้”

        เจียงลั่วอวี้ฟังเสียงเรียกที่เบาราวเสียงแมลงหวี่ รวมถึงใบหน้าแดงกล่ำก็อดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มเบาๆ “ดูเจ้าสิ เดี๋ยวซุ่ยเยวี่ยมาเห็นก็นึกว่าข้ารังแกเจ้าอีก”

        พูดจบ เสียงซุ่ยเยวี่ยก็ดังขึ้นมาทันที “เรียนซื่อจื่อ อาหารเตรียมเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

        “รู้แล้ว” เจียงลั่วอวี้จับมือไป๋หมิ่นอวี้เดินมุ่งไปยังสวนมรกต เขาหันไปมองหน้าที่ยังแดงและพูดว่า “ไปกันเถอะ”

        เมื่อเข้ามาถึงก็เห็นอาหารจัดไว้เรียบร้อยแล้ว ซุ่ยเยวี่ยเห็นใบหน้าที่แดงก่ำของไป๋หมิ่นอวี้ก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ไป๋ซวงจื่อ หน้าของท่าน…”

        เจียงลั่วอวี้พยายามกลั้นหัวเราะ แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เขายกมือขึ้นปิดปากตนเอง

        ซุ่ยเยวี่ยเห็นไป๋หมิ่นอวี้หน้าแดงกว่าเดิมและเอาแต่ก้มหน้า มีแค่เจียงลั่วอวี้ที่ยังคงขยับตัวไปมา “…ซื่อจื่อ?”

        สองวันหลังจากที่เจียงลั่วอวี้เข้าวัง ดูเหมือนว่าจวนของหนานจิ้งหลงจะเข้าใจฮ่องเต้มากขึ้น เขานำของมีค่ามากมายมายังจวนจวิ้นหวัง เป็นตัวแทนหนานจิ้งหลงเพื่อสู่ขอเจียงอิ่ง

        เมื่อพิธีรับของขวัญในช่วงเที่ยงผ่านพ้นไป ทางนั้นก็เหมือนว่ากลัวช้าจะไป ในค่ำวันนั้นหนานจิ้งหลงจึงส่งของหมั้นจากเจ้าบ่าวมาด้วย คนของรัชทายาทก็มาถึงและช่วยพูดปลอบประโลมเจียงสยงจวิ้นหวังที่กำลังโกรธเพราะต้องให้ลูกชายคนโตออกเรือนไปในฐานะลูกสาว

        คนของรัชทายาทยังเข้าเฝ้าองค์หญิงลี่หยางที่พอได้ข่าวก็อารมณ์เสียจนกระทบต่อสุขภาพ จึงต้องช่วยกันปลอบใจ จากนั้นก็นำของขวัญที่เตรียมมามอบให้กับลูกหญิงลูกชายของจวิ้นหวังทุกคน ทั้งบรรดาอี๋เหนียง รวมถึงเจียงลั่วอวี้และน้องๆ ของเขาด้วย

        “มีของขวัญสำหรับทุกคนเลยหรือ?” เจียงลั่วอวี้ในชุดสีครามนั่งอยู่ในสวนมรกต เขายิ้มแต่ดวงตากลับดูเลือนลาง “รัชทายาทช่างใจกว้างเสียนี่กระไร คงต้องการจะซื้อใจกระมัง”

        ซุ่ยเยวี่ยก้มหน้าครุ่นคิดและตอบกลับ “เรียนซื่อจื่อ ถึงแม้ว่าลูกๆ ทุกคนจะได้รับ แต่ว่ามูลค่าก็ไม่เท่ากัน เจียงเอี๋ยนกับเจียงปิงที่เป็นลูกของมู่ซื่อได้รับมากที่สุด รองมาก็เป็นซื่อจื่อ ส่วนคุณชายกับคุณหนูได้เท่าๆ กับลูกของอี๋เหนียงทั้งหลายเจ้าค่ะ”

        “ก็ควรเป็นเช่นนั้น” เจียงลั่วอวี้พยักหน้าและรับถ้วยชาจากหว่านเสียะเตรียมยกขึ้นจิบ แต่แล้วก็คิดขึ้นได้ “แล้วไป๋ซวงจื่อ? ได้รับไหม?”

        ดูเหมือนซุ่ยเยวี่ยอึดอัดที่จะตอบ น้ำเสียงตะกุกตะกัก “ซื่อจื่อ…”

        เจียงลั่วอวี้เห็นอาการก็พอจะเดาคำตอบได้ “มีอะไรหรือ?”

        เหมียนซิงเห็นซุ่ยเยวี่ยลำบากใจที่จะตอบ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและพูดต่อจากนาง “ข้าน้อยกำลังจะเรียนให้ทราบ…เรื่องมอบของขวัญให้บรรดาเจ้านายในจวน ไป๋ซวงจื่อได้รับน้อยที่สุด เป็นเพียงหยกหนึ่งชิ้นขอรับ…”

        “ก็ไม่ได้แปลกอะไรนี่? เจียงลั่วอวี้ถือถ้วยชาค้างไว้ รอยยิ้มจางลง “ข้านึกว่าสถานะที่ก้ำกึ่งของหมิ่นอวี้เช่นนี้ รัชทายาทอาจจะมองข้ามไป นี่แสดงว่าเขารอบคอบจริงๆ “

        ซุ่ยเยวี่ยถอนหายใจ แล้วนางก็เห็นหางตาว่ามีชายชุดขาวกำลังเดินเข้ามาทางประตูสวน ทำให้นางตื่นเต้นและส่งเสียงเบาๆ ออกมา “…ไป๋ซวงจื่อ”

        เจียงลั่วอวี้ได้ยินดังนั้น หางตามองเห็นซุ่ยเยวี่ยแสดงความเคารพให้คนที่มาถึง แต่เขาก็ไม่ได้หันไปมอง ได้แต่แกว่งถ้วยชาในมือเบาๆ “มาแล้วหรือ นั่งสิ”

        ไป๋หมิ่นอวี้มองดูซุ่ยเยวี่ยกับเหมียนซิงที่มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ ทำให้เขารู้สึกสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เขานั่งลงข้างๆ เจียงลั่วอวี้ แต่เก้าอี้ยังไม่ทันร้อนก็พลันเห็นมือขาวผุดยื่นมาที่เขา ตามมาด้วยคำถามปนเสียงหัวเราะ

        “หยกที่ได้มาล่ะ ติดมาด้วยหรือเปล่า? “

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม