0 Views

        “จี๊ดๆ! จี๊ด!”

        ในค่ำคืนที่เงียบสงบพลันบังเกิดเสียงร้องที่แปลกประหลาดดังขึ้นมา ภูเขาด้านหลังแค้มป์ใหญ่ที่พักชั่วคราวบรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยไฟปรารถนาจนยากจะถอนตัว เย่ชิงหานกำลังเตรียมที่จะหุงข้าวสารให้เป็นข้าวสุก ทันใดนั้นราวกับถูกคนราดด้วยน้ำเย็นตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าลงมา ไฟราคะที่คุกรุ่นอยู่พลันมอดดับลงอย่างทันทีทันใด

        “เอ่ออ…” เยว่ชิงเฉิงเองก็ได้สติกลับมา มองค้อนเย่ชิงหานไปครั้งหนึ่ง รีบจัดแต่งเสื้อผ้าร่างกายท่อนบนที่เปิดโล่งอยู่นั้น จากนั้นมองดูเย่ชิงหานอีกครั้งด้วยหัวใจที่เต้นรัวมากกว่าเดิม

        “เสี่ยวเฮย รีบไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!” เมื่อเห็นว่าเยว่ชิงเฉิงจัดแต่งเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เย่ชิงหานมองดูอย่างเสียดาย ในเวลาเดียวกันก็ร้องตะโกนออกไปอย่างขุนเคืองเพื่อเรียกเสี่ยวเฮยที่กล้ามาทำลายช่วงเวลาดีงามของตนเองให้ออกมา

        “จี๊ดๆ!” เสี่ยวเฮยส่งเสียงตอบรับแล้วกระโดดออกมาจากพุ่มไม้ข้างๆ ดวงตาสีดำแวววาวทั้งสองข้างของมันเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองน้อยใจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากนั้นส่งกระแสเสียงมาหาเย่ชิงหาน “ลูกพี่ ไม่ใช่ข้าอยากจะรบกวนท่าน พวกเย่ชิงอู่อยากพบท่านบอกว่ามีเรื่องจะพูดคุยด้วย!”

        “ฮึ! ยังจะมีเรื่องอะไรอีก? มีเรื่องไหนที่สำคัญกว่า “เรื่องของลูกพี่” เจ้าอีกรึ?” มองเห็นเสี่ยวเฮยทำหน้าตาน่าสงสาร เย่ชิงหานพูดออกมาอย่างขุ่นเคืองและเสียดาย ทำเอาเยว่ชิงเฉิงที่อยู่ข้างๆ มองกรอกตาขาวอีกครั้ง

        “จี๊ดๆ”

        เสี่ยวเฮยดวงตากลอกกลิ้งไปมาแล้วก็กระโดดหายเข้าไปในพุ่มไม้อีกครั้ง เสี่ยวเฮยหลังจากที่ข้ามผ่านช่วงระยะอ่อนแอและพลังฝีมือพัฒนาขึ้นมาเป็นอย่างมาก มันก็ไม่ค่อยชอบเข้าไปอยู่ในมิติสัตว์อสูรสักเท่าไหร่ ทุกวันๆ ไม่มีอะไรทำมันก็จะออกวิ่งเล่นไปรอบๆ บริเวณแค้มป์ใหญ่ที่พักชั่วคราว ระยะนี้สถานการณ์สงบปลอดภัยและยอดฝีมือระดับขอบเขตจ้าวนักรบทั่วๆ ไปไม่สามารถที่จะทำอะไรมันได้ เย่ชิงหานจึงวางใจปล่อยให้มันออกไปเล่นตามที่ต้องการ

        “หาน ไปกันเถอะ! เดี๋ยวให้ทุกคนคอยนานจะไม่ดี!” หลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่งอารมณ์ของเยว่ชิงเฉิงจึงกลับคืนสู่ปกติ เพียงแต่ดวงตาที่พราวไปด้วยเสน่ห์ของนางยังคงน่าลุ่มหลงอยู่เช่นเดิม

        “แหะๆ!” เย่ชิงหานเกาหัวแกรกๆ หัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นโอบเอวของเยว่ชิงเฉิงแล้วทะยานออกไป

        ……

        บริเวณไหล่เขา ภายในห้องประชุมแค้มป์ใหญ่ที่พักชั่วคราว หลงไซ้หนานและเหล่าผู้นำตระกูลต่างๆ ล้วนนั่งรอกันอยู่บนตำแหน่งที่นั่งเป็นที่เรียบร้อย มองเห็นเย่ชิงหานและเยว่ชิงเฉิงเดินจับมือกันเข้ามาจึงต่างอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงเบาๆ กันออกมา

        หลายวันมานี้เย่ชิงหานและเยว่ชิงเฉิงไปไหนมาไหนและเข้าออกที่พักพร้อมกันพวกเขาล้วนมองเห็นด้วยกันทั้งหมด แน่นอนว่าทุกคนนั้นอิจฉาแต่ว่าไม่มีใครคิดที่จะริษยาหรือขุ่นเคืองใดๆ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเย่ชิงหานตอนนี้เป็นผู้นำคนสำคัญของเขตปกครองเทพสงคราม เอาแค่ที่นั่งกันอยู่ภายในห้องนี้ล้วนถูกเขาช่วยชีวิตไว้แทบทั้งนั้น

        โดยเฉพาะอย่างยิ่งเย่ชิงหานและเยว่ชิงเฉิงถูกกำหนดให้เป็นคู่กันไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่อยู่ตระกูลเยว่ วีรบุรุษคู่สาวงามก็สมเหตุสมผลดี เพียงแต่เห็นว่าเย่ชิงหานอายุยังน้อยพวกเขาเลยหยอกล้อเล่นบ้างก็เท่านั้นเอง

        สำหรับเสียงหยอกล้อของทุกคนเย่ชิงหานไม่ได้ถือสาแต่อย่างใด เดินตรงไปนั่งลงยังตำแหน่งที่นั่งของตนเอง ส่วนเยว่ชิงเฉิงเดินตรงไปนั่งลงข้างๆ หลงไซ้หนาน เย่ชิงหานจิบชาไปคำหนึ่งก่อนจะหันไปทางหลงไซ้หนานแล้วเอ่ยถามขึ้น

        “วันนี้ทุกคนมารวมตัวประชุมกันอีกครั้ง หรือว่ามีสถานการณ์พิเศษอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นรึ?”

        “เอ่ออ…” หลงไซ้หนานคิ้วขมวดขึ้นในทันที สีหน้าอาการมองมาที่เย่ชิงหานอย่างไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี

        “นายน้อยหาน เจ้าชมดอกไม้ใต้แสงจันทร์ทุกๆ วันจนลืมแม้กระทั่งวันเวลาแล้วไปสิน่ะ…” เฟิงจื่อหัวเราะฮ่าๆ ออกมา ยักคิ้วหลิ่วตาพูดขึ้นต่อ “พรุ่งนี้ก็คือวันที่พวกเราจะอยู่บนเกาะแห่งความมืดมิดเป็นเดือนสุดท้ายแล้ว!”

        “หืม?” เย่ชิงหานคิ้วกระตุกขึ้นมองดูใบหน้าที่กำลังหัวเราะของทุกคนอดไม่ได้จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “อืม แล้วทำไมล่ะ?”

        “ฮ่าๆ…” ในที่สุดทุกคนอดทนต่อไปไม่ไหวจึงต่างปล่อยเสียงหัวเราะกันออกมา

        “พรุ่งนี้ก็คือวันศึกใหญ่ต่อสู้ตัดสินสุดท้ายแล้ว นักรบระดับธรรมดาทั่วไปทั้งหมดจะถูกส่งขึ้นมาบนเกาะแห่งความมืดมิดนี้” เย่สือซานเองก็อดไม่ได้จึงแอบยิ้มออกมา ก้มหน้าลงแล้วส่งกระแสเสียงมาหาเขา

        “เอ่ออ…” เย่ชิงหานตะลึงอยู่ชั่วครู่ ภายในใจแอบคิดว่าครั้งนี้ตนเองปล่อยไก่เสียแล้วลืมเรื่องเช่นนี้ไปได้อย่างไร ดูท่าคำกล่าวที่ว่าสภาพแวดล้อมที่สุขสบายจะทำให้วีรบุรุษอ่อนแอนั้นคงเป็นความจริง แน่นอนว่าใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงสีหน้าอาการใดๆ ออกมาให้เห็น เลิกคิ้วขึ้นแล้วพูดออกไป

        “พวกเจ้าพูดว่าพรุ่งนี้เป็นวันศึกใหญ่ตัดสินสุดท้ายสิน่ะ มันก็แค่เรื่องใหญ่หน่อยหนึ่งที่ไม่เห็นจะมีอะไร ควรค่าแก่การที่ต้องให้ความสนใจขนาดนี้เชียวรึ?”

        “เอ่ออ…”

        ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นทุกคนที่ตะลึงขึ้นมาแทน ต่างพากันคิดอยู่ภายในใจ สำหรับเจ้าแล้วย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่สำคัญอะไร ศึกใหญ่ตัดสินสุดท้ายถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของงานประลองทุกๆ ครั้ง เขตปกครองทั้งสามแต่ละเขตปกครองมีทหารนักรบระดับธรรมดาทั่วไปที่ไม่ใช่ระดับหัวกะทิอยู่กันเขตปกครองละเก้าหมื่นคน รวมแล้วทั้งสองแสนเจ็ดหมื่นคนสู้รบตะลุมบอนกันบนทุ่งหญ้าสีเลือดเพื่อแย่งชิงฐานที่มั่นเทพแห่งความตายและฐานที่มั่นเทพแห่งวิญญาณ สุดท้ายเขตปกครองที่ยึดฐานที่มั่นเทพแห่งความตายได้จะเป็นฝ่ายชนะ จะได้รับตำแหน่งชื่อเสียงให้เป็นเขตปกครองระดับสูง มีอภิสิทธิ์ได้รับทรัพย์สมบัติและของล้ำค่าต่างๆ ที่เป็นเครื่องบรรณาการจากเขตปกครองระดับต่ำทุกๆ ปี ส่วนเขตปกครองที่แย่งชิงฐานที่มั่นเทพแห่งวิญญาณได้จะได้รับตำแหน่งชื่อเสียงเป็นเขตปกครองระดับกลาง ไม่ต้องส่งเครื่องบรรณาการและไม่สามารถรับเครื่องบรรณาการได้

        ฎกติกานี้นครแห่งเทพเป็นผู้ตั้งขึ้นมา และแน่นอนว่าทั้งสามเขตปกครองเห็นด้วยกับกฎกติกาของเกมส์นี้ รวมถึงการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังหลังการแข่งขันสิ้นสุดลงด้วย หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกอีกสองเขตปกครองและนครแห่งเทพร่วมกันบุกโจมตี ดังนั้นศึกใหญ่ตัดสินสุดท้ายจึงสำคัญเป็นอย่างมาก การสู้รบฆ่าฟันจึงดุเดือดเลือดพล่านเป็นอย่างยิ่ง งานประลองทุกครั้งที่ผ่านมาทั้งสามเขตปกครองเพื่อที่จะยึดครองฐานที่มั่นเทพแห่งความตายแล้ว ต่างสู้รบกันจนซากศพกองพะเนินเป็นภูเขาเกลื่อนกลาดไปทั่ว โลหิตไหลนองดั่งสายน้ำไหล

        “เอ่อคือ…นายน้อยหาน!” หลงไซ้หนานกระแอมออกมาเบาๆ มองกรอกตาขาวใส่เย่ชิงหานไปครั้งหนึ่ง ใบหน้าที่องอาจห้าวหาญของนางปรากฏแววงดงามของอิสตรีขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้น “ศึกใหญ่ตัดสินสุดท้ายทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ปกติแล้วนักรบระดับหัวกะทิที่ถูกส่งขึ้นมายังเกาะแห่งความมืดมิดก่อนหน้าล้วนไม่เข้าร่วมศึก ดังนั้น…”

        “หืม? ยังมีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ?” เย่ชิงหานเอานิ้วถูจมูกพลางหัวเราะเจื่อนๆ ออกมา สำหรับเรื่องพวกนี้เขาเรียกได้ว่าโง่ชนิดไม่รู้อะไรเลยและไม่เคยมีใครบอกกับเขาด้วย หลังจากที่นิ่งเงียบไปสักพักจึงพูดขึ้น “ถ้าหากมีนักรบระดับหัวกะทิของเขตปกครองใดเขตปกครองหนึ่งเข้าร่วมสู้ศึกด้วยล่ะ เขตปกครองอื่นๆ จะทำอย่างไร?”

        “เมื่อก่อนถ้าพบว่าเขตปกครองใดมีนักรบระดับหัวกะทิเข้าร่วมด้วย นักรบระดับหัวกะทิของอีกสองเขตปกครองที่เหลือก็จะเข้าร่วมด้วยทันที และร่วมมือกันรุมโจมตีเขตปกครองที่เริ่มก่อน” หลงไซ้หนานพูดอธิบายให้เย่ชิงหานฟังอย่างไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด

        “อืม…ร่วมมือกัน เพียงเท่านี้เองรึ? เผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนก็ไม่ใช่ว่าร่วมมือกันแล้วรึ? พวกเรายังจะกลัวอะไรอีก แย่งชิงฐานที่มั่นเทพแห่งความตายโดยตรงไปเลย ดูสิว่าพวกมันใครกล้าบุกมาโจมตี?” เย่ชิงหานพูดออกมาอย่างไม่ยี่หระ ธรรมเนียมปฏิบบัติครั้งก่อนๆ สำหรับเขาตอนนี้ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย

        “เป็นความคิดที่ดี! เผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนถูกสังหารกลัวจนขี้ขึ้นหัวกันหมดแล้ว นายน้อยหานออกไปยืนอยู่ที่นั่นใครจะกล้าเอาชีวิตมาทิ้ง?” เฟิงจื่อลุกขึ้นเอามือตบหน้าผากแสดงสีหน้าอาการของคนที่เข้าใจทุกอย่างขึ้นมาในทันที

        “อืม…”

        ทุกคนดวงตาเป็นประกายต่างกำลังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ของข้อเสนอที่ได้ยิน นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ยอดเขาขาด ตอนที่เผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนมองเย่ชิงหานด้วยความหวาดกลัวราวกับเห็นผี ทุกคนต่างเริ่มรู้สึกว่าข้อเสนอนี้น่าจะนำไปใช้ได้จริง!

        “ไม่!” เย่ชิงหานราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ลุกขึ้นยืนหัวเราะแหะๆ ออกมาแล้วพูดขึ้น “ไม่ แรกเริ่มพวกเราไม่แย่งฐานที่มั่นเทพแห่งความตาย แต่แย่งฐานที่มั่นเทพแห่งวิญญาณก่อน ให้เผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนไปแย่งฐานที่มั่นเทพแห่งความตายกันก่อน จากนั้นสุดท้ายพวกเราค่อยแทงพวกมันจากข้างหลัง! แหะๆ”

        มองดูรอยยิ้มที่แฝงแววชั่วร้ายของเย่ชิงหาน ทุกคนพลันรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาบริดวณแผ่นกลางหลังทันที ไม่คิดว่าเย่ชิงหานเวลาปกติที่ดูสุภาพอ่อนโยนจะหน้าซื่อใจเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้! ส่วนเย่สือซานและพวกเย่ชิงอู่กระตุกจมูกเล็กน้อยอย่างไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด เพราะเย่ชิงหานอยู่ที่ตระกูลเย่มีฉายาว่า…ราชาแห่งการลอบกัดอยู่แล้ว

        “เอาอย่างนั้นก็ได้ เอาตามที่นายน้อยหานว่า พรุ่งนี้พอทัพใหญ่มาถึงพวกเราสั่งให้มุ่งตรงเข้าไปทุ่งหญ้าสีเลือดโดยตรง เข้าไปยึดฐานที่มั่นเทพแห่งวิญญาณก่อน อย่างน้อยก็มีตำแหน่งชื่อเสียงเขตปกครองระดับกลางไว้ในมือ…” หลงไซ้หนานพยักหน้าเห็นชอบด้วย จากนั้นเริ่มกล่าวสรุปครั้งสุดท้ายออกมา


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม