0 Views

        เวลาดั่งสายน้ำที่รินไหล  ไหลไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่ทันรู้ตัว ชั่วพริบตาเดียวครึ่งปีผ่านไป

        สายลมเย็นจันทาเด่นบนนภา ร่ำสุราเลิสรส…โอบกอดสาวงามใต้แสงจันทร์

        เย่ชิงหานในตอนนี้กำลังเสพสุขกับรสชาติชีวิตขอบบุรุษระดับสูง บรรยากาศในยามค่ำคืนสาวงามยิ้มแย้มอยู่ข้างกาย สภาพเช่นนี้พูดได้ว่าเป็นสิ่งที่บุรุษทุกคนเฝ้าถวิลหาแม้แต่ยามหลับฝัน

        เนื่องจากการมีอยู่ของเย่ชิงหานเผ่าคนเถื่อนและเผ่าปีศาจจึงถูกสะกดข่มอย่างสมบูรณ์ พวกมันทำได้แค่เพียงมุดหัวอยู่ในแค้มป์ใหญ่ที่พักชั่วคราวของตนเอง เกาะแห่งความมืดมิดกลายเป็นเกาะที่เงียบสงบสวยงามขึ้นมา

        ในวันนั้นหลังจากที่เย่ชิงหานออกมาจากแค้มป์ใหญ่ที่พักชั่วคราวของเผ่าคนเถื่อน พวกเขาได้ตรงไปที่แค้มใหญ่ที่พักชั่วคราวของเผ่าปีศาจต่ออีก หลังจากทำการสังหารยอดฝีมือนักรบเผ่าปีศาจที่ทำการต่อต้านขัดขืนไปสิบกว่าคน เผ่าปีศาจถึงได้นำเอาของล้ำค่าหายากทั้งหมดที่มีและแหวนสัญลักษณ์ที่เหลืออีกจำนวนมากมอบออกมาอย่างว่าง่าย

        หลังจากนักรบเขตปกครองเทพสงครามได้รับการแจกจ่ายคะแนนและของมีค่าอีกครั้ง จึงต่างไม่ได้มีความอยากที่จะไปรบราฆ่ากันกับเผ่าคนเถื่อนและเผ่าปีศาจอีกต่อไป แต่กลับเริ่มแยกย้ายกันไปเสาะหาสมบัติของล้ำค่าหายากต่างๆ บนเกาะแห่งความมืดมิดแทน

        ส่วนพวกเย่ชิงหานพักอยู่ในแค้มป์ใหญ่เขตปกครองเทพสงครามทุกวัน กลางวันพูดคุยเล่นกับเฟิงจื่อและฮวาเฉ่า และฝึกยุทธในบางครั้ง ตกกลางคืนเดินเล่นกับเยว่ชิงเฉิง หยอกเย้าและให้กำลังใจซึ่งกันและกันเหมือนเช่นตอนนี้

        เย่ชิงหานนั้นเป็นชายแท้ทั้งแท่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเตียงหลังใหญ่สีชมภายในโรงเตี๊ยมอั้นเยว่ ณ เมืองหมันเป็นเครื่องพิสูจน์ในข้อนี้ได้เป็นอย่างดี

        ชีวิตที่แล้วของเขาเป็นเด็กกำพร้าที่หน้าตาธรรมดาและเป็นลูกจ้างยากคนหนึ่ง ไม่มีเงินไม่มีรถไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ทำได้แค่เพียงเช่าห้องเล็กๆ ซอมซ่อแห่งหนึ่งอยู่อาศัย คำว่าสาวงามสำหรับเขาแล้วเป็นเพียงสิ่งที่อยู่สูงเกินจะเอื้อมถึง ทำได้แค่เพียงจ้องมองได้จากที่ไกลๆ เพียงเท่านั้น ทุกครั้งเมื่อเกิดความอยากก็จะแบ่งเงินออกมาส่วนหนึ่งจากเงินค่าจ้างจำนวนเล็กน้อยที่ได้รับ จากนั้นแอบไปใช้บริการห้องแดงแห่งความสุขที่อยู่ตามข้างถนนถึงได้สามารถหาความสุขเล็กน้อยใส่ตัวได้เป็นครั้งคราว

        ชีวิตชาตินี้เกิดมาเป็นนายน้อยตระกูลเย่ ตระกูลเย่ตระกูลใหญ่มีอำนาจบารมาก สาวงามจึงพบได้มากมาย ทว่าในตอนนั้นเขาเป็นนายน้อยลำดับเจ็ดผู้ตกอับ แต่หลังจากแสดงแสนยานุภาพออกมาที่หอผู้คุมกฎ กลับไม่มีเวลาและเงื่อนไขลงตัวที่จะไปคิดถึงเรื่องเหล่านี้ พอดีตอนที่ไปเหมืองหมันนั้นได้เปิดโลกกว้างและได้เห็นพบสิ่งต่างๆ มากมาย เมื่อมีโอกาสเขาย่อมต้องหาความสุขใส่ตัวสักครั้ง แน่นอนว่าในที่สุดเขาก็ได้ทำมัน เผด็จศึกกับเถ้าแก่เนี้ยของโรงเตี๊ยมอั้นเยว่บนเตียงหลังใหญ่สีชมพูนั้น

        คิดเอาไว้ว่าหลังจากที่กลับมาถึงตระกูลเย่ อาศัยอสูรศักดิ์สิทธิ์และวิชาต่อสู้ร่างอสูรที่เป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใครของตนเองที่มี คงจะสามารถมีชีวิตที่เฟื่องฟูสุขขีภายในตระกูลเย่ได้ สาวงามทั้งหลายคงต้องวิ่งเข้ามาหา แต่สิ่งที่ได้เห็นกลับเป็นเลือดสีแดงสดที่ฉาบทาบนผนังกำแพง ในตอนนั้นเขาระเบิดความโกรธแค้นออกมา…แม้เขาไม่ใช่หลงผี่ฟูที่เดือดดาลขึ้นมาเลือดต้องไหลนองเป็นสายน้ำ แต่เมื่อเขาระเบิดความโกรธแค้นออกมาก็ทำให้ตระกูลเย่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของคาวเลือดเช่นเดียวกัน

        ต่อมา เดินทางออกมาจากตระกูลเย่ผ่านเมืองเซียวหุนได้รับความรักจากเยว่ชิงเฉิงและตระกูลเยว่และเข้ามาบนเกาะแห่งความมืดมิดนี้ เขารู้ว่าเยว่ชิงเฉิงเป็นสาวงามระดับพระกาฬ เป็นสาวงามที่บุรุษในใต้หล้าล้วนปราถนาแม้ยามหลับฝัน และเขาก็ยังรู้อีกว่าขอแค่เพียงเขาต้องการ เขาสามารถที่จะเด็ดดอกท้อที่งดงามดอกนี้ได้ทุกเวลา เพียงแต่……นึกถึงเด็กสาวชุดขาวผมขาวที่นอนอยู่ภูเขาด้านหลังตระกูลขึ้นมา ไฟราคะที่ลุกโชนขึ้นมาของเขาพลันต้องมอดดับลงไปทุกครั้ง เพราะภายในก้นเบื้องจิตใจของเขาคิดว่า ผู้ชายสามารถทำตัวเจ้าชู้ได้เป็นสิ่งที่ทำได้และควรทำ แต่ว่าจะต้องมีหลักการ ถ้าปราศจากหลักการก็ไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉานทั่วไป

        ตอนนี้พลังฝีมือของเขารุดหน้าขึ้นมาเป็นอย่างมาก วิชาต่อสู้ร่างอสูรพัฒนาขึ้นมาอีกขั้น การสู้รบที่ยอดเขาขาดไม่มีใครสามารถต้านทานเขาไว้ได้แม้สักคนเดียว เพียงคนเดียวสามารถกวาดล้างเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนได้ทั้งหมด ช่วยชีวิตนักรบเขตปกครองเทพสงครามไว้ สะกดข่มเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อน และเก็บรวบรวมคะแนนได้มามากเกินพอ

        คะแนนมีอยู่ในมืออย่างพอเพียงเรื่องยาวิญญาณเทวะก็หมดกังวล น้องสาวมีความหวังให้ช่วยเหลือกลับมาได้ แถมพลังฝีมือที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด

        เมื่อกายใจเริ่มผ่อนคลายลง การเป็นอยู่หลับนอนดีขึ้นก็เริ่มคิดถึงความรู้สึกรักๆ ใคร่ๆ ขึ้นมา อารมณ์รักสนุกภายในจิตใจเริ่มปรากฏออกมาให้เห็น แน่นอนว่าการกล่าวเช่นนี้ดูจะไม่ถูกต้องเหมาะสมเท่าที่ควร เพราะจะว่าไปแล้วเยว่ชิงเฉิงมีใจให้กับเขามาตลอด ทำทุกอย่างเพื่อเขาโดยไม่เคยปริปากร้องขอสิ่งตอบแทนใดๆ และเขาเองก็ไม่ใช่คนตายด้านไร้ความรู้สึก ดังนั้น…เมื่อเสร็จสิ้นเรื่องราวทุกอย่าง หลังจากเหตุการณ์ที่ยอดเขาขาด เยว่ชิงเฉิงโผเข้ามาในอ้อมกอดของเขาอย่างไม่สนใจต่อสิ่งใดๆ ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็พัฒนาขึ้นมาเป็นอย่างมาก เมื่อกลับมาถึงแค้มป์ใหญ่ที่พักชั่วคราวก็เริ่มแสดงความรักต่อกันอย่างดูดดื่มขึ้นมา…

        ความรักที่ไม่คิดที่จะแต่งล้วนเป็นการหลอกฟันแล้วทิ้ง!

        ประโยคนี้ฮิตมากในชีวิตโลกที่แล้วของเขา แต่เย่ชิงหานมั่นใจว่าตนเองแต่งเยว่ชิงเฉิงแน่นอน เขาจึงคิดว่าตนเองไม่ได้แค่คิดจะหลอกฟัน ดังนั้นตอนนี้เขาจึงคิดที่จะ…ฟัน และกำลังจะเริ่มลงมือ!

        พระจันทร์ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ สายลมบางเบาพัดผ่านมาแต่ไกล ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่บนโขดหินใหญ่ที่สูงชะโงก สองแขนโอบกอดดอกท้อแสนงดงามที่บุรุษทั่วหล้าล้วนปรารถนาดึงให้มาอยู่ในอ้อมอก มองดูใบหน้างดงามที่คล้ายอยากจะพูดอะไรแต่ก็เขินอายของนาง สัมผัสได้ถึงผิวที่อ่อนนุ่มและนวลเนียน เย่ชิงหานราวกับว่าตกอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน

        “หาน เจ้าจะดีต่อข้าไปตลอดชีวิตมั้ย?” เยว่ชิงเฉิงมองดูชายคนรักที่อยู่เบื้องหน้าอย่างเขินอาย จากนั้นถามคำถามที่เหล่าหญิงสาวในใต้หล้าชอบถามมากที่สุดออกมา

        “แน่นอนว่าข้าต้องดีเจ้าไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว!” เย่ชิงหานยิ้มออกมา มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดาของนาง ในเวลาเดียวกันมืออีกข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาอย่างเงียบๆ จากบริเวณท้องของนาง เริ่มทะลุผ่านชุดที่บางเบาแล้วคว้าจับเข้ากับจุดที่อ่อนนุ่มแห่งหนึ่ง…แล้วจึงตอบคำถามที่บุรุษในใต้หล้าล้วนควรที่จะตอบออกไปมากที่สุดในเวลานี้

        “อืม…ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องรับปากข้าว่าต่อไปไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เช่นไรก็จะไม่ทอดทิ้งชิงเฉิง!” เยว่ชิงเฉิงได้ยินคำตอบของเยว่ชิงหานดวงตาคู่สดใสแวววาวพลันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม จึงเริ่มพูดขึ้นต่อ

        “ข้ารับปากเจ้า!” เย่ชิงหานพยักหน้าตอบรับพร้อมกับแอบคิดอยู่ภายในใจ บุรุษทั้งหมดภายในใต้หล้านี้หากไม่ใช่ว่าสมองมีปัญหาใครที่ไหนจะทิ้งเจ้า? จากนั้นหยุดนิ่งไปสักพักจึงเอ่ยถามในสิ่งที่อยากจะถามมาโดยตลอด “ชิงเฉิง บอกข้าได้มั้ยว่าความสงบแห่งวิญญาณมีประโยชน์อันใดต่อตระกูลเยว่ของเจ้า?”

        ตอนที่อยู่เกาะแห่งทะเลสาบแห่งความเงียบสงบเขาร่ายรำกลอนกระบี่ผ้อเจิ้นจื่อจนทำให้เข้าสู่สภาวะที่แปลกมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง พลังฟ้าดินเกิดการรวมตัวกันขึ้น เป็นเหตุให้ผู้อาวุโสสูงสุดและหัวหน้าตระกูลเยว่ให้ความสำคัญถึงกับสั่งให้เยว่ชิงเฉิงเลือกเขาเป็นผู้พิทักษ์โดยตรงแต่เพียงผู้เดียว ต่อมาเขาได้รู้จากเย่ชิงหนิวเกี่ยวกับสภาวะที่แปลกมหัศจรรย์นี้เรียกว่าความสงบแห่งวิญญาณ ดังนั้นเขาจึงอยากจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้และเหตุผลที่ตระกูลเยว่เลือกเขา

        “อืม…!” เยว่ชิงเฉิงยิ้มพรายออกมา นิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วจึงเอ่ยขึ้น “สภาวะความสงบแห่งวิญญาณเป็นวิธีการฝึกฝนพลังวิญญาณที่สูงส่งที่สุด หากสามารถคงอยู่ในสภาวะเช่นนี้ได้เป็นระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงจะเทียบได้กับการฝึกฝนพลังวิญญาณของผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตราชาจักรพรรดิหนึ่งปี เจ้าก็รู้ดีว่าเคล็ดวิชาโจมตีทางวิญญาณของตระกูลเยว่จำเป็นจะต้องมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง ดังนั้นเจ้าจึงมีความสำคัญต่อตระกูลเยว่!”

        “หืม? สภาวะความสงบแห่งวิญญาณสุดยอดขนาดนั้นเลย? เพียงแต่…ต่อให้มันมีประโยชน์มากมายเพียงใดก็เป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับระดับพลังวิญญาณของข้ามิใช่รึ? ข้าจะไปช่วยเจ้าหรือตระกูลเยว่ของเจ้าในการฝึกฝนพลังวิญญาณได้อย่างไร?” หลังจากที่รู้สึกตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ฟัง เย่ชิงหานจึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งด้วยความสงสัย

        “เรื่องนี้…” มองดูสีหน้าอาการที่สงสัยของเย่ชิงหาน ทันใดนั้นเยว่ชิงเฉิงรู้สึกเขินอายและหน้าแดงขึ้นมาทันที แม้กระทั่งลำคอที่ขาวเนียนราวสีของหิมะก็พลอยเปลี่ยนเป็นสีชมพูขึ้นมาด้วย นางก้มหน้านิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดังนัก “ตระ…ตระกูลเยว่ของพวกเรามีเคล็ดวิชาลับที่ใช้ในการฝึกฝนคู่กันระหว่างชายหญิง มีเพียงหัวหน้าตระกูลและธิดาศักดิ์เพียงเท่านั้นที่สามารถทำการฝึกฝนได้…วิธีการก็คือ หลังจากที่…ที่พวกเรารวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ข้าสามารถใช้เคล็ดวิชานี้กระตุ้นสภาวะความสงบแห่งวิญญาณของเจ้าให้เกิดขึ้นมาได้ จากนั้นพวกเราทั้งสองทำการฝึกฝนพลังวิญญาณร่วมกัน…”

        “ฮะ! ร้ายกาจขนาดนั้นเชียว?” เย่ชิงหานฟังอยู่เนิ่นนานถึงได้เข้าใจ ดูแล้วสภาวะความสงบแห่งวิญญาณสำคัญมากต่อตระกูลเยว่ ในขณะเดียวกันเขาก็หันมองไปยังเยว่ชิงเฉิงที่ยังเขินอายอยู่พร้อมกับยิ้มแหะๆ ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปโอบเอวขาวเนียนสวยได้รูปของนางไว้ จากนั้นก้มหน้าลงเม้มกัดไปที่ติ่งหูของนางก่อนจะพูดออกมาอย่างมีสัปดน “ตอนนี้…พวกเรามาทดลองดูกันเลยดีมั้ย?”

        “ไม่เอา…” เยว่ชิงเฉิงมองกรอกตาขาวไปครั้งหนึ่งหน้าแดงยิ่งขึ้นกว่าเก่า คิดอยากที่จะใช้มือปัดป้องมือปลาหมึกทั้งสองข้างที่อยู่ไม่เป็นสุขของเย่ชิงหาน แต่กลับพบว่าทั่วทั้งร่างนั้นอ่อนปวกเปียกไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขัดขืน ยิ่งดิ้นยิ่งคล้ายกลับว่ายิ่งยั่วยุท้าทายเย่ชิงหาน

        สัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนจากร่างกายของเยว่ชิงเฉิงที่ดิ้นไปมา เย่ชิงหานกลืนน้ำลายลงไปหลายคราพร้อมกับหัวสมองที่เริ่มจะถูกไฟตัณหาเข้ายึดครอง มือเท้าเริ่มซุกซนยิ่งกว่าเดิมลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างของนางทั้งบนและล่างอยู่ไม่หยุด จากนั้นปากของเขาประกบทาบบดลงไปยังริมฝีปากแดงระเรื่อของนางอย่างหนักหน่วง…


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม