0 Views

        “แหะๆ…หมันก้านนายน้อยใหญ่แห่งเผ่าคนเถื่อนนำพานักรบคนเถื่อนระดับขอบเขตราชันย์คนเถื่อนอีกสิบสามคนออกมาทำการต้อนรับนายท่านทั้งหลายจากเขตปกครองเทพสงคราม!”

        หมันก้านใบหน้ายิ้มแย้ม ลักษณะท่าทีการวางตัวค่อนข้างต่ำ แม้ว่าสติปัญญาของเขาจะไม่ค่อยชาญฉลาดมากนัก แต่เขารู้ว่าคนที่รู้จักปรับตัวตามทิศทางลมถึงจะเปนยอดคน หลักการที่ว่าอยู่ภายใต้ชายคาบ้านคนอื่นจะไม่ก้มหัวลงก็คงไม่ได้นั้นเขารู้เป็นอย่างดี

        “ข้าชื่อว่าเย่ชิงหาน วันนี้ที่มาไม่ได้มีอะไรพิเศษ มีเพียงไม่กี่เรื่องที่อยากจะถามเจ้าสักหน่อย หวังว่าเจ้าจะตอบออกมาตามความเป็นจริงทั้งหมด!” เย่ชิงหานไม่พูดอะไรไร้สาระ รีบพูดเข้าประเด็นในทันที

        “นายท่านเย่ชิงหาน!” หมันก้านลูบหัวโล้นของตนเองพร้อมกับยิ้มออกมา รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหน เพียงแต่เขาไม่ได้คิดอะไรมาก พูดออกไปด้วยท่าทางเคารพยิ่งขึ้นกว่าเดิม “นายท่านเชิญถามมาได้เต็มที่ ถ้าหากข้าทราบล่ะก็จะตอบออกไปตามความเป็นจริงทั้งหมด แม้ท่านจะถามว่า…บิดาข้าวันหนึ่งนอนกับผู้หญิงกี่ครั้ง เคยนอนกับผู้หญิงมากี่คน ใส่กางเกงในสีไหนแบบใดข้าก็จะบอกท่าน!”

        “ฮ่าๆ!”

        การวางตัวของหมันก้านทำให้คนของทางฝ่ายเขตปกครองเทพสงครามดูแล้วมีความสุขเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งเย่ชิงอู่และเยว่ชิงเฉิงก็ยังแอบก้มหน้าลงหัวเราะออกมาบนใบหน้าที่เริ่มแดงนั้น

        “บิดาเจ้าใส่กางเกงในอะไรแบบไหนนั้นข้าไม่อยากจะรู้!” เย่ชิงหานยิ้มออกมา ได้ยินมาว่าหมันก้านค่อนข้างโง่เขลาแต่ที่เห็นกลับมีความฉลาดอยู่ไม่น้อย เขาไม่ได้ใส่ใจรีบพูดกลับมายังเรื่องหลักในทันที “ที่ข้าจะถามเจ้าคือ ครั้งที่แล้วที่เจ้าและเยาขาข่าไล่ล่าสังหารพวกข้า ใช่คนของตระกูลเสว่หรือไม่ที่คอยส่งข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของพวกข้า?”

        “ไล่ล่าสังหารพวกท่าน? นายท่าน ข้าไม่ได้ไล่ล่าสังหารท่านเลย! ข้าว่าท่านจะต้องเข้าใจผิดอย่างแน่นอน!” หมันก้านเมื่อได้ยินดังนั้นคิดว่าเย่ชิงหานกำลังจะคิดบัญชีเก่าจึงรีบร้องขึ้นมาอย่างหวาดกลัวและน่าสงสาร

        “ชื่อของข้าคือเย่ชิงหานเป็นคนของตระกูลเย่ ครั้งที่แล้วไม่ใช่เจ้ากับกับเยาขาข่าหรอกรึที่ไล่ล่าสังหารสุดยอดกองกำลังนักรบระดับหัวกะทิของสี่ตระกูลใหญ่? ข้าไม่ได้มาคิดบัญชีกับเจ้า ข้าเพียงแค่ถามเจ้าว่าได้มีคนของตระกูลเสว่คอยบอกความเคลื่อนไหวของพวกข้าแก่พวกเจ้าหรือไม่?” เย่ชิงหานคิ้วกระตุกขึ้นมาในทันที เริ่มที่จะอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาเล็กน้อยจึงพูดออกไปด้วยโทสะ

        “บอกความเคลื่อนไหว? ไม่มีเลย!” หมันก้านส่ายหัวที่ใหญ่โตของมันอย่างหนักราวกับจะหลุดออกจากบ่า ส่ายจนสีหน้าของคนของเขตปกครองเทพสงครามเริ่มเปลี่ยนสี จากนั้นมันคล้ายกับคิดอะไรขึ้นมาได้จึงพูดขึ้นต่อ

        “ไม่ได้คอยบอกความเคลื่อนไหว เพียงแต่ทางฝ่ายเขตปกครองเทพสงครามมีคนที่ชื่อเสว่อู๋เหินให้ลูกแก้วผลึกแก่ข้าและเยาขาข่า! ภายในลูกแก้วผลึกมีจุดสีแดงที่กระพริบเคลื่อนไหวอยู่ไม่หยุด จุดสีแดงที่กระพริบอยู่ภายในลูกแก้วผลึกนั้นคือเป้าหมายที่พวกข้าจะต้องสังหาร นายท่านพวกข้าไม่ได้ไล่ล่าสังหารท่านจริงๆ น่ะ ท่านจะต้องเชื่อข้า…”

        “เอ่ออ……”

        ลูกแก้วผลึกล็อคตำแหน่ง!

        คนของเขตปกครองเทพสงครามทุกคนต่างมองตากัน เห็นได้ถึงความเดือดดาลและความโกรธแค้นอย่างลึกซึ้งที่อยู่ภายในดวงตาของกันและกัน เฟิงจื่อและฮวาเฉ่ากลับแสดงสีหน้าอาการของผู้ที่เข้าใจทุกสิ่งอย่างออกมา มิน่าเล่าเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนถึงได้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของพวกเขาได้อย่างรวดเร็วปานนั้น ที่แท้ก็เป็นเสว่อู๋เหินที่มอบลูกแก้วผลึกล็อคตำแหน่งให้แก่เยาขาข่าและหมันก้านนี่เอง เห็นได้ชัดว่าต้องการให้พวกเขาทั้งหมดตายอย่างแท้จริง…

        “ถ้าหาตัวเสว่อู๋เหินเจอข้าจะให้มันได้ลิ้มรสรสชาติของความทรมานทั้งหมดที่มีในโลกนี้ก่อนที่จะให้มันตาย มารดามันเถอะ! กล้าลงมือได้โหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้!” เฟิงจื่อร้องออกมาด้วยความโกรธแค้น ความชั่วช้าอำมหิตของเสว่อู๋เหินทำให้เขาเดือดดาลอย่างที่สุด

        ฮวาเฉ่าไม่ได้โกรธเดือดดาลออกมาแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้ามกับยิ้มออกมาอย่างเย็นชา “คาดว่าห้าตระกูลใหญ่คงต้องลดเหลือสี่ตระกูลใหญ่แล้วล่ะ!”

        ความสงสัยของคนอื่นๆ ที่อยู่โดยรอบก็ได้มลายหายไปสิ้นเช่นเดียวกัน สมควรแล้วอย่างที่ฮวาเฉ่าพูด เสว่อู๋เหินเป็นถึงว่าที่หัวหน้าตระกูลเสว่รุ่นต่อไปแต่กลับวางแผนสมคบคิดกับต่างเผ่ามาทำร้ายพี่น้องตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังคิดที่จะสังหารวัยรุ่นหนุ่มสาวผู้มีพลังฝีมือระดับหัวกระทิหน้าใหม่ทั้งหมดของทั้งสี่ตระกูล ไม่ต้องบอกว่าน่าจะรู้ว่าหากให้พวกตาแก่ทั้งหลายของทั้งสี่ตระกูลทราบเรื่องเข้าจะรู้สึกเดือดดาลกันมากมายเพียงใด!

        เย่ชิงหานยิ้มออกมาจางๆ เรื่องแรกสำเร็จผ่านไปด้วยดี เสว่อู๋เหินแม้จะหลบหนีไปแล้วแต่ทั่วทั้งเขตปกครองเทพสงครามตอนนี้ไม่มีที่ให้เขายืนอีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตระกูลเสว่เองก็คงดำรงอยู่ยากเช่นเดียวกัน เสว่อู๋เหินคิดร้ายต่อน้องสาวของตนเองที่เมืองชาง ส่งคนไปสังหารตนเองที่เทือกเขารกร้าง ความแค้นที่มีนั้นฝังลึกจนเข้ากระดูกดำ ตอนนี้ได้ระบายออกมาบ้างอารมณ์ของเขาดีขึ้นมาไม่น้อย

        ต่อไปก็ทำการตรวจสอบเรื่องราวเรื่องที่สอง มองดูหมันก้านที่ประหม่าอย่างหวาดกลัวอยู่ตรงหน้า เย่ชิงหานยิ้มพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นต่อ “ใครเป็นคนบงการให้เจ้า เยาขาข่าและเสว่อู๋เหินไล่ล่าสังหารพวกข้า?”

        “ถูเชียนจวิน!” ครั้งนี้หมันก้านตอบออกมาอย่างคล่องแคล่วและเด็ดขาด ครั้งนี้ถูเชียนจวินทำให้เผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนเสียหายเป็นอย่างมาก ภายในใจของเขาแอบด่าทอโครตรเหง้าบรรพบุรุษของถูเชียนจวินไปไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้ว เมื่อได้ยินเย่ชิงหานถามขึ้นเขาจึงรีบตอบออกไปในทันที

        “เป็นเขา!”

        พวกของเย่ชิงหานทั้งหมดตกตะลึงขึ้นชั่วครู่ แต่หลังจากนั้นก็เข้าใจทุกสิ่งอย่างได้ไม่ยากเย็นนัก เย่ชิงหานยิ้มอย่างเจื่อนๆ ออกมาครั้งหนึ่งไม่ได้พูดอะไร ภายในใจนึกถึงคำกล่าวของคนโบราณที่ว่า “สาวงามจะนำภัยพิบัติมาให้…” นั้นไม่ผิดจริงๆ บุรุษอยากที่จะครอบครองสาวงามจำเป็นจะต้องจ่ายราคาค่าตอบแทนที่สูงออกมาเช่นเดียวกัน เดิมทีเขานั้นมีความสงสัยอย่างมากว่าจนกระทั่งอายุสิบห้าเขานั้นไม่เคยออกมาจากเมืองชางเลยแม้สักครั้งเดียว และไม่เคยผิดใจหรือล่วงเกินบุคคลที่เก่งกาจเป็นพิเศษใดๆ จะมีก็แค่เพียงเสว่อู๋เหินและถูเชียนจวินเพียงเท่านั้น

        เย่ชิงหานไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา แต่เยว่ชิงเฉิงที่อยู่ข้างๆ เริ่มจะอยู่ไม่เป็นสุขขึ้นมา สายตามองมาที่เย่ชิงหานด้วยความรู้สึกเสียใจคล้ายกับว่ากำลังตำหนิตนเองที่เป็นต้นเหตุสร้างศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้นมาให้เขา

        “เหอะๆ อย่าได้เป็นกังวลไป!” เย่ชิงหานส่ายหน้าไปมาตบไปที่แขนของเยว่ชิงเฉิงเบาๆ เพื่อบอกให้นางไม่ต้องคิดอะไรมาก มีของดีย่อมต้องมีคนอิจฉาเป็นเรื่องธรรมดา คนไม่อิจฉาก็เท่ากับว่าของที่มีนั้นธรรมดาทั่วไป…

        “พับผ่าสิเป็นไอ้บ้านั่นจริงด้วย! นายน้อยหานเรื่องนี้จัดการยากซะแล้วสิ!” เฟิงจื่อพูดเสียงต่ำออกมา แสดงตัวว่าเขาเองนั้นอับจนปัญญาที่จะช่วยอะไรได้ นครแห่งเทพสำหรับเขาแล้ว เขารู้สึกว่าตนเองคล้ายกับมดที่ยืนอยู่ต่อหน้าช้างใหญ่ แค่เห็นก็รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง

        “อดทน!” ฮวาเฉ่าพูดออกมาสั้นๆ แสดงออกถึงจุดยืนของเขา

        เย่ชิงหานหันไปพยักหน้าให้คนทั้งสอง จากนั้นหันมองมาทางหมันก้านอีกครั้งพร้อมกับพูดขึ้นต่อ “ตอนนี้มาพูดถึงเรื่องที่สามกัน ในตอนที่เจ้าและเยาขาข่าโอบล้อมสังหารสุดยอดกองกำลังระกับหัวกะทิของพวกข้าทั้งสี่ตระกูล สุดท้ายได้การช่วยเหลือจากกองกำลังเคียวสังหารพวกข้าถึงรอดออกมาได้ ต่อมากองกำลังเคียวสังหารถูกพวกเจ้าสังหารตายหมดจนไม่เหลือ ข้าอยากรู้ว่าใครที่ลงมือ? ส่งมอบคนที่ลงมือทั้งหมดออกมาให้ข้า ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้…กองกำลังเคียวสังหารเป็นคนของตระกูลเย่ ความแค้นในครั้งนี้จะต้องได้รับการสะสาง!”

        “อ๊า…! ตอนนั้นหมันซานเป็นผู้นำกำลังออกไป หมันซานกับกองกำลังของเขาถูกท่านสังหารตายหมดแล้วไม่เหลือสักคน!” หมันก้านได้ยินว่าเย่ชิงหานจะฆ่าคนอีกแล้วจึงรีบพูดอธิบายขึ้น

        “ใครคือหมันซาน? ข้าไม่รู้จัก นี่เจ้ากำลังล้อเล่นกับข้ารึ?” เย่ชิงหานเอ่ยถ่ามขึ้นด้วยความสงสัย

        หมันก้านแทบจะร้องไห้ออกมา สีหน้าน่าสงสารอย่างถึงที่สุด “หมันซานก็คือคนที่มีพลังฝีมือระดับขอบเขตราชันย์คนเถื่อนที่ท่านยืนอยู่บนศีรษะของมันตอนที่อยู่ยอดเขาขาดคนนั้น! เขาเป็นคนของเผ่าหนานหมัน ส่วนลูกน้องที่อยู่ข้างกายของเขาทั้งหมดถูกท่านสังหารจนไม่เหลือแม้แต่คนเดียวแล้ว!”

        “เจ้าไม่ได้โกหกข้าแน่น่ะ?” เย่ชิงหานถามขึ้นอีกด้วยความสงสัย ดวงตาเริ่มปรากฏแสงเย็นยะเยือกวาบผ่าน

        “แน่นอนว่าไม่กล้าที่จะโกหกท่านอย่างแน่นอน ถ้าหากข้าโกหกขอให้ท่านเทพคนเถื่อนบรรพกาลลงโทษข้าให้ตกลงไปในทะเลอสูรกายและไม่ได้ตายดี!” หมันก้านเหงื่อเย็นไหลลงมาจากหน้าผากราวกับสายฝนไม่มีแม้แต่เวลาที่จะสนใจเช็ด รีบยกมือข้างที่นิ้วกลางหายนั้นไปขึ้นมาสาบานในทันที

        “อืม! เรื่องนี้ถือว่าผ่านไป!” สีหน้าของเย่ชิงหานเริ่มดีกลับมาเป็นปกติ สาบานต่อเทพคนเถื่อนบรรพกาลคล้ายๆ กับการสาบานต่อหน้าหลุมฝังศพของเขตปกครองเทพสงคราม เป็นสิ่งที่ร้ายแรงเป็นอย่างมากสำหรับเผ่าคนเถื่อน ใครทำกรรมสิ่งใดไว้คนนั้นก็ต้องรับผลของกรรมนั้นไป ในเมื่อฆาตกรที่สังหารพวกเย่อีก็ถูกกำจัดไปหมดแล้ว เขาเองก็ไม่อยากจะทำบาปทำกรรมอะไรมากไปกว่านี้

        “คำถามสุดท้าย!” เย่ชิงหานครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้นอีก

        “อืม…ยังจะมีอีกเร๊อะ?” หมันก้านถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก กำลังคิดที่จะเช็ดเหงื่อบนใบหน้าแต่กลับเห็นเย่ชิงหานพูดขึ้นมาอีก อดไม่ได้จึงบ่นอุบอิบออกมากับตนเองด้วยเสียงแผ่วเบาสีหน้าราวกับคนจะร้องไห้นั้น

        เย่ชิงหานได้ยินเข้าไม่พอใจ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หืม? เจ้าไม่พอใจอย่างนั้นรึ?”

        “ไม่…ไม่มีแน่นอน!” หมันก้านถึงกับลนลานขึ้นมารีบโบกมือปฏิเสธอย่างเร็ว

        เย่ชิงหานเห็นดังนั้นถึงค่อยพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นพูดออกมาอย่างเป็นการเป็นงาน “คำถามสุดท้าย เจ้าและเยาขาข่าตามไล่ล่าสังหารพวกข้าหลายครั้งหลายคราทำให้ลูกน้องของข้าต้องบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก เขตปกครองเทพสงครามตายไปเป็นจำนวนมาก……โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ข้าต้องบาดเจ็บ จิตใจได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง…สรุปก็คือได้รับบาดเจ็บนั่นแหละ เจ้าไม่คิดว่าควรที่จะชดเชยด้วยสมบัติล้ำค่าอะไรให้ข้าสักหน่อยรึ? เพื่อปลอบขวัญให้ข้าได้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย?”

        “ได้รับบาดเจ็บ? ชดเชย? ปลอบขวัญ?” หมันก้านราวกับได้ยินการเล่นคำประโยคล้องจองฉะนั้น สมองครุ่นคิดจนเกือบจะหน้ามืด แต่หลังจากครุ่นคิดอยู่เนิ่นนานจึงได้เข้าใจในความหมายที่แท้จริง…ที่แท้ก็จะมาแบลคเมล์นี่เอง เขตปกครองเทพสงครามต้องการสินไหมชดเชยนั้นเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ไม่จำเป็นจะต้องพูดวกไปวนมาอะไรให้มากมายถึงเพียงนี้ก็ได้มั้ง ยังดีที่มีเตรียมไว้ก่อนแล้วจึงรีบพูดออกไปอย่างเคารพนอบน้อม “มันเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว หมันหนิวบอกให้คนยกของลงมาเร็ว!”

        ผ่านไปสักพัก นักรบคนเถื่อนสิบกว่าคนแบกหีบใหญ่สิบกว่าใบลงมา หมันก้านรีบเดินส่ายก้นเข้าไปบอกให้คนเปิดหีบทั้งหมดออก

        หีบสิบกว่าใบถูกเปิดออก คนของเขตปกครองเทพสงครามต่างสูดลมเย็นเข้าปากพร้อมกัน ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นของล้ำค่ามาก่อน เพียงแต่ว่าหีบสิบกว่าใบที่มีขนาดใหญ่โตพอๆ กับร่างของเผ่าคนเถื่อนข้างในล้วนถูกใส่เต็มไปด้วยของมีค่าต่างๆ มากมาย มองดูแล้วเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

        “แหะๆ! นายท่าน ข้ารู้ว่าสักวันท่านจะต้องมา…เอ่อ ไม่ใช่ๆ หลายวันมานี้ข้ากำลังเตรียมที่จะให้คนส่งไปให้ท่าน หีบใบนี้เป็นยาล้ำค่าหายากชนิดต่างๆ หีบใบนี้เป็นโลหะที่มีค่าหายาก หีบใบนี้เป็น…” หมันก้านใบหน้ายิ้มแย้มประจบสอพลอเริ่มพูดอธิบายของที่อยู่ในหีบให้เย่ชิงหานฟัง ของล้ำค่าหายากเหล่านี้เป็นของทั้งหมดที่เผ่าคนเถื่อนเสาะหามาอย่างยากลำบากตลอดสี่เดือนที่อยู่ในป่ามายาพิศวง หมันก้านรู้ว่าเย่ชิงหานจะต้องมาแบลคเมล์อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงได้จัดเตรียมการไว้ล่วงหน้า

        “อืม! ยังพอดูได้ ข้าจะรับเอาไว้!” เย่ชิงหานพยักหน้าตอบรับ ส่งสัญญาณบอกคนที่อยู่ด้านหลังให้มารับของไปเก็บ รอจนกระทั่งของทั้งหมดถูกนำไปเก็บจนเรียบร้อยแล้วถึงค่อยเอ่ยถามออกไปครั้ง “ถูเชียนจวินมอบสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์ให้พวกเจ้ากี่ชิ้น?”

        “สมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์? ไม่มีหรอก! มีเพียงสมบัติล้ำค่าระดับวิเศษคุณภาพระดับสูง! เดิมทีถ้าหากไล่ล่าสังหารพวกท่านสำเร็จถึงจะได้รับสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์….เอ่ออ!” หมันก้านพูดรับคำของเย่ชิงหานอย่างไม่ได้คิดอะไร เพียงแต่พูดไปๆ เริ่มรู้สึกว่าไม่น่าจะถูกต้อง พอหันมองไปก็เห็นเย่ชิงหานกำลังยิ้มกรุ้มกริ่มรออยู่แล้ว เขารีบเอามือตบหัวโล้นของตนเองในทันที หน้าเบ้ล้วงมือเข้าไปหยิบเอากระบี่ออกมาจากภายในอกยื่นส่งไปให้เย่ชิงหาน

        “นายท่าน เดิมทีข้าก็คิดว่าจะมอบให้ท่านอยู่พอดี! ระวังด้วยเพราะมันคมเป็นอย่างมาก”

        เย่ชิงหานรับมาด้วยความพอใจ ควงฟันไปมากลางอากาศอยู่หลายครั้งแล้วพยักหน้าขึ้นอีกครั้งด้วยความพอใจก่อนที่จะโยนกระบี่ไปให้เย่สือซานเก็บรักษาไว้ จากนั้นหันมาทางหมันก้านแล้วเริ่มมองดูเขาอย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้า

        หมันก้านถูกมองจนขนลุกไปทั่วร่าง สุดท้ายอดไมได้มือทั้งสองข้างปิดหน้าอกไว้พร้อมกับพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อน “นายท่าน ข้าไม่ได้อาบน้ำมาเป็นสิบๆ วันแล้ว แถมยังมีกลิ่นตัว มีกลากเกลื้อน ท่าน…ปล่อยข้าไปเถอะ หรือไม่ก็เดี๋ยวข้าจะมอบสาวงามของเผ่าคนเถื่อนให้ท่านแทน?”

        “ไปให้พ้นเลย!”

        เย่ชิงหานมองดูทุกคนที่อยู่ด้านหลังที่กำลังอดกลั้นไม่ให้หัวเราะออกมา เขาอดไม่ได้จึงด่าออกไป รูปร่างลักษณะอย่างเจ้ายังจะคิดว่าคนอื่นจะชอบก้นตัวเอง? หญิงสาวของเผ่าคนเถื่อน? สูงสองเมตรกว่า อวัยวะทั้งห้าใหญ่โต รูถ้ำใหญ่เท่ากับปั้นยัดเข้าไปได้เอามาจะมีประโยชน์อันใด?

        “เสื้อเกราะหนังสือทองของเจ้าตัวนี้ข้าชอบ!”

        “ขอร้องล่ะนายท่าน! นายท่านเป็นผู้ใหญ่มีน้ำใจกว้างใหญ่ดั่งมหาสมุทร ข้าขอล่ะ ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เอาไว้ปกป้องชีวิตน้อยๆ ของข้า บิดาของข้าบอกว่าเกราะอยู่คนอยู่ เกราะหายคนตาย!” หมันก้านอีกนิดก็แทบจะคุกเข่าให้เย่ชิงหานแล้ว เสื้อเกราะหนังชิ้นนี้เกือบจะเทียบได้กับสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์เลยก็ว่าได้ พลังป้องกันแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ สมบัติล้ำค่าระดับวิเศษทั่วๆ ไปไม่สามารถทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้แม้แต่น้อย เพียงแต่มองเห็นดวงตาที่เริ่มจะเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ ของเย่ชิงหาน สุดท้ายเขาจึงพูดประนีประนอมโดยออกมาทั้งน้ำตา “นายท่าน เสื้อเกราะหนังตัวนี้ขนาดใหญ่โตเช่นนี้…ถึงท่านเอาไปก็ใส่มันไม่ได้อยู่ดี”

        เห็นได้ชัดว่าเย่ชิงหานเริ่มจะหมดความอดทน พูดขึ้น “ข้าไม่ใส่ ข้าจะเอาไปให้สัตว์เลี้ยงของข้าใส่ เจ้าจะถอดไม่ถอด? ถ้าไม่ถอดข้าจะทำให้เกราะก็หายคนก็ตาย!”

        “ข้าถอด!” หมันกันรีบทำการถอดเสื้อเกราะหนังออกมาอย่างรวดเร็วฉับไว เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่น่ากลัวบนร่างและกางกางในสีแดงสดตัวหนึ่ง!

        เย่ชิงหานรับเกราะหนังมาแล้วโยนไปให้เย่สือซานต่ออีกที มองเห็นกางเกงในสีแดงของหมันก้าน พลันพูดขึ้น “อืม…กางเกงในตัวนี้…”

        “นายท่าน! ถอดอีกไม่ได้แล้วจริงๆ……” หมันก้านคุกเข่าลงกับพื้นร้องออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าว!

        เอ่ออ…! เย่ชิงหานมองดูอย่างสมเพชพร้อมกับส่ายหน้าไปมา หมันก้านมองดูรูปร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งทรงพลังแต่กลับทนไม่ได้ต่อการล้อเล่นเล็กๆ น้อยๆ เพียงเท่านี้ จึงได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับพูดออกมา “ข้าเพียงแค่จะบอกว่า…กางเกงในของเจ้าช่างงดงามโดดเด่นเป็นพิเศษจริงๆ!”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม