0 Views

        การที่ผู้ชายกลายมาเป็นคนสองเพศเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเท็จทูลเบื้องสูง แต่ฮ่องเต้มิได้ถือโทษ เพียงแค่อวยตำแหน่งจวิ้นจื่อให้ ก็ถือเป็นพระกรุณาที่มีให้ต่อจวนจวิ้นหวังอย่างที่สุดแล้ว

        หากความจริงเปิดเผยออกมาว่าเจียงอิ่งเสียตัวให้องค์ชายแปด แล้วมีอะไรกันภายในวัง บางทีเจียงอิ่งอาจต้องกลายเป็นหนึ่งในสี่ชายารองขององค์ชายแปดก็คงจะยิ่งแย่ไปกว่านี้

        เจียงฮุ่ยรู้ดีกว่าฮ่องเต้จำเป็นต้องรักษาหน้าให้องค์ชายแปด แม้ว่าจะไม่ชัดเจนว่าเกิดจากสนมคนใด แต่ก็อยู่ภายใต้การเลี้ยงดูของฮองเฮา

        ครั้งนี้คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามพระประสงค์ก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ไขกันอีกที

        “ท่านพี่ ฝ่าบาทไม่เอาโทษที่ท่านปิดบังความจริง ท่านก็ยอมรับตำแหน่งเถอะ” เมื่อนางคิดรอบคอบแล้วก็พูดปลอบใจพี่ชาย ในขณะที่เจินซื่อยังคงตกใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เจียงฮุ่ยหันไปหาฮ่องเต้

        “รอเวลาผ่านไปสักหน่อย หากว่าทางราชการต้องการคน ก็ค่อยให้ท่านพ่อทำพิธีให้ท่านในฐานะชายสองเพศ แล้วค่อยกลับมารับใช้ฝ่าบาทอีกครั้ง ฝ่าบาทเห็นด้วยไหมเพคะ? “

        ฮ่องเต้เข้าใจถึงเจตนาของนางที่อยากให้พี่ชายมีโอกาสกลับมาทำหน้าที่ลูกผู้ชาย เขาหันมามองนางแล้วค่อยหันไปพูดกับเจียงอิ่ง

        “รอเจ้าผ่านพิธี ก็จะเหมือนกับทายาทเซียวเหยาหวัง ได้กินตำแหน่งซื่อจื่อเช่นกัน”

        เจียงอิ่งเห็นทั้งสองพูดในทำนองเดียวกัน เขาก็รู้ว่าฮ่องเต้ต้องการปกป้ององค์ชายแปด และนี่คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะหากได้เป็นซื่อจื่อ ก็หมายความว่าตำแหน่งจวิ้นหวังในอนาคตก็ยังจะเป็นของเขา เขาโขกศีรษะอย่างแรงลงบนพื้นที่เย็นเฉียบ “เป็นพระกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้พะย่ะค่ะ…”

        ในขณะที่ทุกคนรอการกลับมาของเจินซื่อ ขันทีผู้มีหน้าที่ถือราชโองการก็มาถึง เจียงลั่วอวี้ที่ยืนอยู่ข้างมู่ซื่อรีบฉุดให้เจียงปิงคุกเข่ารับราชโองการ

        “ด้วยอำนาจแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้มีรับสั่ง เจียงอิ่งบุตรสองเพศคนโตของจวนจวิ้นหวัง หน้าตางดงาม สุภาพอ่อนหวาน โปรดให้รับตำแหน่งเป่าเหอจวิ้นจื่อ! “

        ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างตกใจกันไปตามๆ กัน โดยเฉพาะมู่ซื่อและเจียงปิงที่อยากจะหันไปพูดกับเจียงลั่วอวี้ แต่แล้วเจียงลั่วอวี้ที่กำลังก้มหน้าอยู่ก็พูดขึ้นมา

        “เป็นพระกรุณา”

        สิ้นเสียงเขา ทุกคนในจวนก็ได้สติและพากันโน้มตัวรับราชโองการ

        “เป็นพระกรุณา! “

        ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เจียงลั่วอวี้ก็เดินยิ้มออกมาจากวัง เขาหันหลังกลับไปมองกำแพงวังที่สูงตระหง่าน จากนั้นจึงรับเชือกบังเหียนม้าจากมือเหมียนซิง เขามองดูเจียงอิ่งที่เดินโซเซออกมาพร้อมเจินซื่อที่ไม่มีหน้าจะพบใครเดินกระแอมไอพากันขึ้นรถม้า

        ทันทีที่ถึงจวนจวิ้นหวัง เจียงอิ่งที่หน้าตาซีดเซียวก็ถูกเจียงสยงลากตัวลงจากรถม้าพาเดินไปทางสวนซิวจู๋ด้วยความโมโหสุดขีด ตามมาด้วยเจินซื่อที่ร้องไห้มาตลอดทางจนสาวใช้คนสนิทต้องรีบเข้ามาประคอง

        เจียงสยงรู้มาตลอดเวลาว่าลูกชายผู้เป็นความหวังของตนคลุกคลีอยู่กับเพื่อนผู้ชายมาตลอด ถ้าแค่คบหาธรรมดาก็แล้วไป แต่นี่ดันมีเรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้น ต่อให้ผ่านพิธีกลับมาเป็นชายสองเพศ อนาคตของเขาก็หายไปเสียครึ่งหนึ่งแล้ว

        เจียงลั่วอวี้ดีใจเพราะแผนการนี้ให้ผลเกินคาด ก็ทำได้แค่รอดูว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป

        เจียงลั่วอวี้เดินไปตามระเบียงเพื่อกลับที่พัก เขาเห็นซุ่ยเยวี่ยและหว่านเสียะที่รีบออกมาต้อนรับ เขาพยายามมองหาคนที่อยากเจอ แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

        “ทำไมมีแต่พวกเจ้า หมิ่นอวี้ล่ะ? “

        ซุ่ยเยวี่ยรู้นิสัยผู้เป็นนายดี นางเดินไปกระซิบกระซาบด้วยท่าทีมีความลับราวกับช่วยไป๋หมิ่นอวี้ปิดบังอะไรไว้ “เรียนซื่อจื่อ ไป๋ซวงจื่อออกไปตามหาของที่นอกจวน เขาฝากบอกว่าไม่ต้องรอรับมื้อเย็นด้วยกันนะเจ้าคะ”

        “อ้อ? ” เจียงลั่วอวี้เลิกคิ้วขึ้น “ถ้าเช่นนั้น เขาบอกหรือไม่ว่าจะกลับมาเมื่อไร?”

        “ไม่ได้บอกไว้เจ้าค่ะ แต่คงต้องกลับมาก่อนที่จวนจะปิดเป็นแน่เจ้าค่ะ” ซุ่ยเยวี่ยเดินขนาบข้างพลางตอบคำถามนายน้อย

        เจียงลั่วอวี้พยักหน้าเป็นการรับทราบ เขากลับเข้าที่พักและกินของว่าง ก่อนที่จะเอนหลังลงบนตั่งเพื่อพักผ่อน

        ดูเหมือนเขาจะเหนื่อยมาก เพราะตื่นมาอีกทีก็ฟ้ามืดแล้ว แม้แต่เวลาอาหารเย็นก็ล่วงเลยผ่านไปแล้วเช่นกัน

        ซุ่ยเยวี่ยเห็นเขาตื่นมาแล้วก็นำน้ำมาให้บ้วนปาก “ซื่อจื่อ จะรับมื้อเย็นเลยไหมเจ้าคะ? อาหารกำลังอุ่นอยู่ในครัว ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

        เจียงลั่วอวี้ยันตัวขึ้น ใช้นิ้วบีบขมับตนเองและเอ่ยปากถาม “ยังไม่กลับมาอีกหรือ?”

        “หมายถึงใครเจ้าคะ?” ซุ่ยเยวี่กำลังช่วยนายน้อยใส่เสื้อคลุมสักพักก็นึกขึ้นได้ว่าเขาหมายถึงใคร จะหัวเราะและตอบออกไป “ไป๋ซวงจื่อยังไม่กลับมาเจ้าค่ะ”

        เจียงลั่วอวี้เห็นสาวใช้หัวเราะก็รู้ว่านางอ่านใจเขาออก เขาหรี่ตามองนางและถามต่อ “เขาออกไปทำอะไรกันแน่ เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือ? “

        “เรียนซื่อจื่อ…ข้าน้อย…ข้าน้อยไม่ทราบจริงๆ…” ซุ่ยเยวี่ยทำท่าทางน่าสงสาร ทำเอาเจียงลั่วอวี้ต้องนวดขมับตัวเองอีกครั้ง

        “เจ้านี่นะ…ชอบทำข้าลำบากอยู่เรื่อย สมัยก่อนตอนอยู่จวนเรา เจ้าก็ชอบแอบไปวางแผนกับบรรดาสาวใช้ก่อเรื่อง มาถึงที่นี่ข้านึกว่าเจ้าจะเปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนก็เปลี่ยนแล้วล่ะ แต่เปลี่ยนไม่ถูกเรื่อง”

        ซุ่ยเยวี่ยกะพริบตาปริบๆ ทำหน้าน่าสงสารเหมือนถูกใส่ความ เจียงลั่วอวี้โบกมือขึ้น “เอาล่ะ ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ให้คนเอาอาหารมาได้แล้ว แล้วก็เตรียมไว้ให้คนที่ออกไปทำอะไรก็ไม่รู้ไว้ด้วย เจ้าจะได้ไม่ต้องมาบ่นทีหลังว่าเขาน่าสงสาร”

        ซุ่ยเยวี่ยฟังคำนายน้อยก็รู้ว่าเขารู้ว่าตนร่วมมือกับไป๋หมิ่นอวี้ นางยิ้มและเข้าไปประคองนายน้อยลุกขึ้น “ซื่อจื่อเจ้าคะ ซุ่ยเยวี่ยทำเพื่อท่านนะเจ้าคะ ท่านมาว่าซุ่ยเยวี่ยแบบนี้ได้อย่างไรกัน!”

        “เจ้านี่ ข้าชักจะรับเจ้าไม่ได้แล้วนะ” เจียงลั่วอวี้หันไปมองนางและแกล้งดันมือนางออก ทำทีว่าตำหนิแต่หน้าก็ยังยิ้ม “รีบไปซะ”

        ซุ่ยเยวี่ยกลั้นหัวเราะวิ่งไปยังห้องครัว เจียงลั่วอวี้มองออกไปยังสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่กำลังผลิบาน

        แม้ว่าวันนี้จะทำให้เจียงอิ่งตกหลุมพรางจนกลายเป็นจวิ้นจื่อ แต่นี่ยังไม่เพียงพอสำหรับเขา

        เขายิ้มชัดขึ้นอีกเมื่อนึกถึงองค์ชายแปด คิดพลางลากนิ้วมือไปบนหน้าต่าง

        องค์ชายแปดที่กำลังจะผ่านพิธีเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ เขาจำเป็นต้องมีสถานะที่ชัดเจน แต่กลับหาโอกาสนั้นไม่ได้ แต่ในที่สุดก็ถูกสถานการณ์บังคับจนต้องเปิดเผยตัวตน

        ใครจะยอมเสี่ยงกับแผนนี้?

        มีแต่คนโง่ที่จะทำแบบนี้ และองค์ชายแปดก็ไม่ใช่คนโง่เสียด้วย

        ในเมื่อเขาไม่ใช่คนโง่ แล้วทำไมเขาถึงยอมร่วมเตียงกับเจียงอิ่งที่โดนวางยา ในวันที่เขาเข้ามาเยี่ยมน้องสาวที่กำลังเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้?

        เขาจะไม่รู้เชียวหรือว่าถ้าเขาไม่อยากออกเรือนไปยังจวนจวิ้นหวัง เขาต้องเปิดเผยเพศที่แท้จริง? และเมื่อเปิดเผยแล้ว ฮ่องเต้ต้องยื่นมือเข้าช่วยปกป้องเขาอย่างอ้อมๆ เขาจะไม่กลายเป็นคนหมิ่นเบื้องสูงหรือ?

        เมื่อเขาตัดสินใจอยู่กับเจียงอิ่ง และทำให้เจียงอิ่งในฐานะลูกชายคนโตกลายสภาพเป็นคนสองเพศ ส่วนเขากลายมาเป็นชาย ก็กลายเป็นว่าเขาอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับจวนจวิ้นหวังที่มีเจียงฮุ่ยเป็นตัวแทน

        การที่สร้างศัตรูมากมาย ในขณะที่ตัวเองก็ไม่ได้ผลดี แสดงให้เห็นว่าองค์ชายแปดก็ตกหลุมพรางเช่นกัน จุดนี้ทั้งฮ่องเต้และคนของจวนจวิ้นหวังต่างก็รู้ดี

        ผู้ที่จะสามารถวางแผนนี้ได้ย่อมถูกมองว่าต้องเป็นผู้ที่รู้ความลับขององค์ชายแปด แน่นอนว่าก็มีแต่ฮองเฮาที่เลี้ยงเขาและเสด็จพี่ใหญ่ผู้เป็นรัชทายาท

        องค์ชายแปดใช้เบี้ยหวัดหนึ่งปีแลกกับตำหนักส่วนตัวนอกวัง และยังทำให้ฮ่องเต้เกิดความระแวงสงสัยในตัวฮองเฮาและรัชทายาทได้อีกด้วย

        คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตอนเช้า เจียงลั่วอวี้ครุ่นคิดพลางลูบมือไปที่เอวที่มีป้ายคำสั่งทหารแขวนอยู่และกำมันเอาไว้จนแน่น

        เหตุการณ์วันนี้เสี่ยงมาก หากฮ่องเต้ไม่สงสารองค์ชายแปดและปกป้องเขา แต่กลับให้เขาเป็นคนสองเพศจริงๆ และให้แต่งเข้าไปยังจวนจวิ้นหวัง อนาคตจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้

        แต่หากเทียบกันแล้ว ทางฝ่ายจวิ้นหวังที่ต้องสละลูกชายคนโตนั้นน่าสงสารกว่ามาก ในปีสองปีนี้เขาต้องไปร่วมงานต่างๆ ในฐานะคนสองเพศ และต้องโดนคนดูถูกเหยียดหยาม

        แต่เจียงอิ่ง เจ้าคงยังไม่รู้ว่า นี่เพิ่งการเริ่มต้น มันยังไม่จบแค่นี้

        ซุ่ยเยวี่ยกลับมาอีกครั้ง เห็นนายน้อยกำลังวาดนิ้วลงบนหน้าต่าง เมื่อไปมองใกล้ๆ ก็เห็นเป็นรูปวงกลมๆ ดูไม่ออกว่าหมายถึงอะไร นางขมวดคิ้วและเอ่ยขึ้น

        “ซื่อจื่อ อาหารเรียบร้อยแล้ว ให้ยกเข้ามาเลยไหมเจ้าคะ? “

        เสียงของซุ่ยเยวี่ยทำให้เขาได้สติ เขาหันกลับไปมองนาง ยิ้มขึ้นและพูดว่า “อีกครึ่งเดือนก็จะเป็นวันเกิดของหนิงฮวนผู้เป็นบุตรีของอัครเสนาบดีฝ่ายขวาแล้วสินะ”

        “ใช่เจ้าค่ะ” ซุ่ยเยวี่ยขานตอบ แล้วนางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เดินไปหานายน้อยและพูดเสียงเบาๆ ว่า “ซื่อจื่อ หนิงฮวนแม้จะเป็นบุตรีท่านอัครเสนาบดีฝ่ายขวา และอายุครบสิบห้าปีแล้ว แต่ท่านเองก็ยังอยู่ช่วงไว้ทุกข์ ยังไม่เหมาะจะพูดเรื่องหมั้นหมายนะเจ้าคะ! “

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม