0 Views

        เจียงอิ่งรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของสาวใช้ที่นางเอ่ยถึง แต่ที่สำคัญสุดคือเหตุใดฮ่องเต้ถึงไปอยู่วัด? และเจอกับเจียงฮุ่ยได้อย่างไร? เพราะแม้แต่คนในวังก็น้อยนักที่จะรู้ จึงยากที่จะสรุปว่าเป็นแผนที่วางเอาไว้

        แต่แล้วเขาก็เก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ได้ เอ่ยปากถามไป

        “แล้วหลังจากนั้น พระสนมพบกับฝ่าบาทได้อย่างไร? “

        “ต้องโทษเจินจูที่ใช้ไม่ได้!” เจียงฮุ่ยนึกถึงนางแล้วก็โกรธจนหน้าหงิกงอ เครื่องประดับอัญมณีบนศีรษะที่ส่องประกายขับให้ดวงหน้านางที่ตอนนี้ไม่น่ามองยิ่งเด่นชัดขึ้น

        “ตอนนั้นนางลื่นมาชนข้ากระเด็นตกลงไปในสระ แล้วก็ไม่ลงมาช่วย บังเอิญว่าเห็นฝ่าบาทผ่านมาพอดี จึงให้หูกงกงมาช่วยข้า เรื่องราวหลังจากนั้นท่านแม่ทราบดี…ฮุ่ยเอ๋อร์จึงเข้ามาที่วังด้วยเหตุนี้”

        “ลูกสาวแม่ช่างน่าสงสารนัก นี่คงจะเป็นชะตาลิขิต เจินจูนางว่ายน้ำไม่เป็นจริง…” เจินซื่อฉุกคิด แล้วก็ร้องไห้คร่ำครวญต่อด้วยความโกรธ “แต่นางก็ไม่ควรนำความลำบากมาสู่ลูกข้าเช่นนี้ ! นางบ้า!”

        เจียงอิ่งฟังคำบอกเล่าแล้วก็เกิดความสงสัยขึ้นอีกครั้ง คิดว่ามันไม่น่าเป็นความบังเอิญ  ต้องมีคนวางแผนแน่ เขาพยายามคิดหาสิ่งที่น่าสงสัย “ถ้าเช่นนั้น ตอนนี้เจินจู…เป็นอย่างไรบ้าง? “

        เจียงฮุ่ยแสดงสีหน้าและท่าทางไม่พอใจ โบกมือปัดด้วยความรังเกียจแม้กระทั่งจะเอ่ยชื่อนาง

        นางนั่นตามมารับใช้ข้าในวัง ข้าเกลียดนางแต่ก็จะฆ่านางไม่ได้เพราะกลัวฝ่าบาทจะรู้ จะส่งนางไปทำงานหนักคอยซักเสื้อผ้า ทั้งเหนื่อยทั้งลำบาก เห็นว่าไม่กี่เดือนนี้นางป่วยหนัก ข้ายังให้คนเอาโสมไปประวิงเวลานางไว้ จะให้นางตายง่ายๆไม่ได้เด็ดขาด”

        “ปล่อยให้นางตายทั้งเป็นแบบนั้นไป รอจนฮุ่ยเอ๋อร์หายกริ้วค่อยว่ากัน” เจินซื่ออยากจะจัดการเจินจูให้สาสม แต่นี่คือวังหลวง เจียงฮุ่ยก็เป็นผู้มาใหม่ นางจึงได้แต่พูดเช่นนั้นและเปลี่ยนเรื่องคุย

        “จริงสิฮุ่ยเอ๋อร์ แล้วพักนี้ฝ่าบาทยังดีกับเจ้าไหม? “

        “ท่านแม่!” เจียงฮุ่ยคิดไม่ถึงว่ามารดาตนจะเปลี่ยนเรื่องพูดขึ้นมาเฉยๆ แม้ว่านางจะไม่พอใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่กังวลของผู้เป็นแม่แล้ว นางก็ฝืนยิ้มตอบ

        “นับแต่ข้าเข้าวังมา หลายเดือนมานี้ นอกจากตำหนักหย่างซินแล้ว ฝ่าบาทก็เสด็จมาบรรทมที่นี่ทุกวัน…ยังมักชมว่าข้าหน้าตาสะสวย ผิวพรรณเนียนนุ่มมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย”

        พูดจบนางก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นได้ “จริงสิท่านแม่ ไม่ทราบว่าท่านพี่ซื่อจื่อได้มาด้วยหรือไม่? “

        “เขาต้องมาด้วยอยู่แล้ว” เจินซื่อรู้สึกกังวลขึ้นมาทันที “ฮุ่ยเอ๋อร์ แม่กับพี่เจ้าได้ยินว่าเขานำยาบำรุงผิวอะไรมาให้เจ้าด้วย…แต่เจ้าอย่าซี้ซั้วทานะ ฝ่าบาทดีกับเจ้า เพราะเดิมทีเจ้าก็…”

        “ท่านแม่คิดไปถึงไหนกัน ฮุ่ยเอ๋อร์รู้ว่าจะจัดการตัวเองอย่างไร” นางไม่คิดว่าคำถามของนางจะทำให้มารดาคิดมาก และพาลไม่อยากจะคุยเรื่องนี้ต่อ “ก็แค่เคยใช้และเห็นว่าได้ผลดี ก็เลยถามถึงก็แค่นั้น”

        เจียงอิ่งคิดไปถึงแผนการจัดการเจียงลั่วอวี้ที่ล้มเหลวไปครั้งก่อน และดวงตาที่นิ่งสงบของเขา เขารู้สึกสงสัยในตัวเจียงลั่วอวี้ “พระสนม โปรดอย่าหาว่าหม่อมฉันล่วงเกิน เคยเอายานั่นมาตรวจสอบดูหรือไม่? “

        “ท่านพี่กลัวว่าเขาจะให้ยาปลอมหรือ? “

        เจียงฮุ่ยฟังน้ำเสียงออกว่าพี่ชายเป็นห่วงนาง นางวางท่าทางยโสและวางมือลงบนถ้วยชา

        “พวกท่านวางใจได้ ยาพวกนั้นเคยนำมาตรวจแล้วว่าไม่มีพิษ เขาก็แค่อยากเอาใจข้า ตำแหน่งของข้าตอนนี้ก็พลอยให้จวนจวิ้นหวังมีหน้ามีตาขึ้นอีก ท่านพี่เองก็ได้เลื่อนขั้น เขาเป็นแค่คนมาขออาศัย จะกล้าทำอะไรกับข้าได้”

        เจียงอิ่งฟังแล้วก็วางใจ “พระสนมเป็นคนรอบคอบ หม่อมฉันคิดมากไปเอง”

        “ท่านพี่ห่วงข้า ข้ารู้อยู่” พูดจบนางก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ นางยืนขึ้นพูดกับเจียงอิ่งด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ

        “ข้ามีเรื่องต้องบอกให้ท่านพี่รู้ รัชทายาทตอนนี้มีสถานะมั่นคง นับแต่ข้าเข้าวังมาก็ได้ฮองเฮาดูแล องค์ชายสามแม้จะเป็นโอรสเต๋อเฟยและมีครอบครัวนางคอยหนุนหลัง แต่ท่านพี่ก็ต้องดูให้ดีว่าจะอยู่ข้างใคร”

        เจียงอิ่งคุกเข่าลงคำนับ “หม่อมฉันจะจดจำให้ขึ้นใจพะย่ะค่ะ”

        เจียงฮุ่ยเห็นพี่ชายรับคำแล้วก็รู้สึกดีใจ นางหันไปหาเจินซื่อผู้เป็นมารดา

        “กฎเกณฑ์ราชสำนักมีมาก แม้แต่ข้าเองก็ไม่สามารถฝ่าฝืน อีกสักพักจะถึงเวลาอาหารเที่ยง ข้าไม่สามารถร่วมโต๊ะกับพวกท่านได้ ฝ่าบาททรงเมตตา ให้จัดโต๊ะให้พวกท่านในวัง หลังมื้อเที่ยงพวกท่านค่อยมาหาข้าอีกทีแล้วกัน”

        ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เจินซื่อเดินออกมาโดยมีลูกชายคอยประคอง นางกำลังจะควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตา ก็พลันเห็นว่าเจียงอิ่งหยุดฝีเท้า นางเงยมองด้วยความสงสัย

        เจียงอิ่งเหมือนตัดสินใจอะไรได้ เขาหันไปบอกเจินซื่อ “ท่านแม่ ท่านพาคนที่รอด้านนอกไปรับมื้อเที่ยงก่อน ลูกขอตัวสักพัก”

        “จะให้สืบเรื่องเจินจูหรือ? ” เจินซื่อรู้ดีว่าลูกชายเป็นคนเช่นไร “ที่น้องเจ้าเล่ามา เจ้าคิดว่ามีอะไรน่าสงสัย? “

        “หรือท่านแม่ไม่คิดเช่นนั้น? ” เจียงอิ่งเห็นมารดาเดาใจถูก เขาก็มองไปรอบๆ ว่าปลอดคน จึงกระซิบที่ข้างหูนาง “เรื่องนั้นจะว่าบังเอิญ ก็ดูบังเอิญเกินไป ข้าก็นึกว่าท่านแม่คิดว่าเรื่องนั้นไม่มีอะไรจริงๆ เสียอีก…”

        “เด็กคนนี้นี่ เจ้าคิดว่าแม่อยู่ในจวนอ๋องมาได้จนป่านนี้ได้อย่างไรเล่า?” เจินซื่อโบกมือให้เขาไป “จะไปก็ไป ยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วยามจะถึงมื้อเที่ยง แม่จะช่วยปิดบังให้ รีบไปรีบมา”

        “ขอบพระคุณท่านแม่”

        เจินซื่อมองดูเจียงอิ่งที่ถามทางไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบการซักเสื้อผ้าในวัง ตอนนี้นางมีสีหน้าเย็นชายิ่งนัก

        นางเดินออกมาจากตำหนัก บรรดาคนของจวนจวิ้นหวังต่างก็ยืนรออยู่ด้านนอกจนแทบจะหมดแรง นำโดยมู่ซื่อที่อยู่หน้าสุด เมื่อทุกคนเห็นนางออกมาก็ย่อตัวแสดงความเคารพ “คารวะพระชายา”

        “พวกเจ้าลุกขึ้นเถอะ” เจินซื่อมองดูมู่ซื่อที่ต้องคารวะตน ความรู้สึกที่ผ่านมาหายไปหมด เหลือเพียงความภูมิใจในวาสนาของตน “พระสนมมีรับสั่งว่า ฝ่าบาทมีพระเมตตา ให้พวกเรารับมื้อเที่ยงกันในวัง ตอนนี้ยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วยาม พวกเจ้าไม่ต้องยืนรอกันก็ได้ ไปเดินเล่นกันตามสบาย”

        คนของจวนจวิ้นหวังทุกคนรู้ว่า นางเป็นแม่แท้ๆ ของเจียงฮุ่ย ดังนั้นนอกจากเจียงฮุ่ยแล้ว คำพูดนางต้องให้ความสำคัญที่สุด จึงต่างก็ขานรับคำสั่งของนาง

        เจียงลั่วอวี้สังเกตเห็นว่าเจียงอิ่งหายไปไม่ได้ออกทาพร้อมกับมารดาอย่างเมื่อตอนที่เข้าไปพร้อมกัน เขายืดตัวขึ้นและยิ้มให้เจินซื่อ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น

        “ซื่อจื่อ ทำไมท่านแม่ถึงออกมาผู้เดียว? เจียงฮุ่ย…ไม่สิ หรือว่าฮุ่ยเฟยจะให้พี่ใหญ่อยู่คุยต่อ? “

        เจียงลั่วอวี้หันไปตามเสียงนั้น ก็พบกับเจียงปิงผู้งดงาม เขาเป็นบุตรุตรสองเพศในร่างหญิงที่เกิดจากมู่ซื่อ เจียงลั่วอวี้จึงตอบไปว่า “พระสนมไม่ได้เจอกับท่านพี่เสียนาน คงมีอะไรคุยกันมากมาย ก็ไม่มีอะไรแปลกนี่”

        เจียงปิงเห็นเขาตอบรับความเห็นตน ก็เดินเข้าไปใกล้ขึ้นและพูดอย่างระมัดระวังตัว “ก็จริง แต่ก่อนพระสนมเชื่อฟังพี่ใหญ่ที่สุด แต่ไหนแต่ไรนอกจากท่านพ่อกับพี่ใหญ่แล้ว ก็ไม่ฟังใครทั้งสิ้น ใครจะรู้ว่าอยู่ๆ ก็ได้มาเป็นพระสนม…”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม