0 Views

        “ในเมื่อท่านพี่รออยู่ที่ศาลา ข้าก็จะไปเพียงคนเดียว” เค้าส่งสายตาเป็นสัญญาณให้เหมียนซิง รอยยิ้มมีเลศนัย “เจ้ารออยู่ข้างนอกหากข้ากับท่านพี่ดื่มจนเมามาย เจ้าก็เข้าไปตามข้าเข้าใจไหม? “

        เหมียนซิง เข้าใจความหมายแววตาเขาเป็นประกายตอบรับว่า “น้อมรับคำสั่งขอรับ”

        หลังจากพูดจบเค้าก็ปรายตามมองไปที่บ่าวผู้ชาย จากนั้นเดินไปตามระเบียงคด ชั่วเวลาจิบชาครึ่งจอกผ่านไปเขาก็มองเห็นศาลากลางน้ำที่มีผ้าม่านบางๆ บดบังเงาร่างคนอยู่

        ผ้าม่านบางบางซ้อนกันหลายชั้นทำให้มองเห็นคนที่อยู่ภายในไม่ชัดเจน เขาหยุดฝีเท้าลงครุ่นคิดและกำหมัดแน่น แต่ใบหน้ายังคงเปื้อนด้วยรอยยิ้มอ่อนอ่อน

        เมื่อเข้าไปในศาลาก็เห็นอีกอีกฝ่ายนั่งรออยู่บนม้าหิน บนโต๊ะเต็มไปด้วยสุราอาหาร เขาจึงประสานมือขึ้น “เจียงลั่วอวี้คารวะท่านพี่”

        เจียงอิ่งในวันนี้สวมชุดสีน้ำเงินเว้นวรรคสีหน้าเป็นมิตรสง่างาม เขาเอื้อนเอ่ยเชื้อเชิญ “น้องชายมาถึงแล้ว เชิญนั่ง”

        เจียงลั่วอวี้นั่งลงตามคำเชิญ เขาสังเกตเห็นว่ามีควันสีขาวลอยคละคลุ้ง เป็นกลิ่นของดอกสาลี่ที่ออกมาจากกระถางกำยาน เขามองต่ำและยิ้ม “ไม่ทราบว่าท่านพี่เรียกลั่วอวี้มา มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

        “เราเป็นพี่น้องกัน เหตุใดถึงพูดเช่นนี้” เจียงอิ่งยิ้มชัดขึ้น เขายกมือขึ้นหยิบกาเหล้าหยก และรินเหล้าสีอำพันให้เจียงลั่วอวี้

        “ไม่มีเรื่องอะไรหรอก ได้ยินว่าเจ้ามาถึงที่นี่หลายเดือนแล้ว แต่พี่ไม่ได้อยู่ที่นี่ จึงอยากทำหน้าที่ของเจ้าบ้าน พอดีว่าเมื่อวานนี้จัดของเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงคิดว่าควรจะมาเจอน้องและพูดคุยกันก็แค่นั้น”

        เจียงลั่วอวี้มองดูเขารินเหล้าก็วางพาดมือลงบนโต๊ะหินและตอบว่า “ท่านพี่เกรงใจไปแล้ว ลั่วอวี้ ทำตัวไม่ถูกเลย”

        “น้องชายไม่ต้องเกรงใจ ข้าแค่นึกสนุกขึ้นมาก็เลยเชิญเจ้ามากินข้าวด้วย” เจียงอิ่ง มองดูเขาที่กำลังมองต่ำ รอยยิ้มที่ไม่ชัดเจนกับดวงหน้าที่กระทบแสงแดดทำให้เขายิ่งดูสง่างาม

        “อาหารพวกนี้เป็นอาหารของห้องเครื่อง ในจวนน้องชายอาจจะเคยชินกับห้องครัวของตัวเองเจ้าก็อย่าโทษพี่นะ”

        เจียงลั่วอวี้ตอบกลับ “ท่านพี่พูดเกินไปแล้ว ลั่วอวี้มิกล้า”

        “ถ้าเช่นนั้นก็ดี” เจียงอิ่งมองดูกาเหล้าในมือตนและจอกเราในมืออีกฝ่าย ก็พูดต่อว่า

        “ใช่แล้วน้องชาย ข้าได้สุราน้ำผึ้งมาจากนอกเมือง ให้ท่านพ่อไป 10 ไห ส่วนตัวข้าเองเหลือไว้ 2 ไห วันนี้ที่เชิญน้องมาก็อยากให้น้องลองชิมดูสุรานี้รสชาติต่างจากสุราอื่นๆ นอกจากไม่มีกลิ่นเหล้าแล้วยังหอมหวานอีกด้วย”

        “ไม่มีกลิ่นเหล้าอย่างนั้นหรือ?” เจียงลั่วอวี้ แสดงสีหน้าประหลาดใจก้มหน้าลงมองลงในจอก เขาลองดมกลิ่นและพูดขึ้นว่า “ท่านพี่ สุรานี้ประหลาดจริงๆ”

        เจียงอิ่ง สังเกตสีหน้าอีกฝ่ายและพยายามคะยั้นคะยอ “น้องไม่ลองชิมดูเล่า?”

        เจียวลั่วอวี้ เห็นท่าทีอีกฝ่ายก็รู้ว่าในสุราจะต้องมีอะไรผิดปกติแต่เขาก็แสร้งทำเป็นยินยอม ยกจอกเหล้าขึ้น “ท่านพี่อุตส่าห์เชิญข้ามา ข้าจะไม่ดื่มได้อย่างไร?”

        “ต้องแบบนี้สิ” เจียงอิ่งนึกดีใจ เขาพูดเสียงดังขึ้น “ถือว่าข้าดื่มต้อนรับน้องชาย ข้าขอดื่มให้เจ้าหนึ่งจอก”

        เจียงลั่งอวี้ยกจอกขึ้น “ท่านพี่ เชิญ”

        เจียงอิ่งยิ้มรับ “น้องชาย เชิญ”

        ทั้งคู่ดื่มจนหมดจอก เจียงอิ่งมองดูเจียงลั่วอวี้ที่กำลังเช็ดริมฝีปาก เขายิ้มขึ้นและพูดว่า

        “กินกับแกล้มด้วย เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย”

        เจียงลั่วอวี้ คีบอาหารเข้าปากแต่หลังจากเคี้ยวแล้วเขาก็แอบคายลงในถุงที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ดังนั้นจึงไม่มีอะไรตกลงท้องเขาเลย ส่วนมืออีกข้างก็ยกขึ้นกุมก้อนหินที่เย็นเฉียบที่กลางหน้าอก

        ทันทีที่มือสัมผัสกับก้อนหินก็คล้ายกับเห็นว่าเงาสีขาวกำลังพัดผ่านไป เขาวางตะเกียบลง เมื่อเงยหน้าก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องตน เขาจึงส่งยิ้มให้และถามว่า

        “เหตุใดท่านพี่จึงจ้องข้าเช่นนั้น? “

        เจียงอิ่งยิ้มและเลิกคิ้วขึ้นมองดูอีกฝ่าย จากนั้นพูดด้วยน้ำเสียงยั่วเย้าช้าๆ ชัดๆ “ใบหน้าของน้องชาย ดูสวยงามแตกต่างจากคนสองเพศคนอื่นๆ ยิ่งนัก”

        เจียงลั่วอวี้วางตะเกียบลงอีกครั้ง และจ้องตากลับไป แสร้งทำน้ำเสียงดูหวาดหวั่น “ท่านพี่กำลังล้อข้าเล่นใช่ไหม”

        เจียงอิ่งเห็นเขาตื่นเต้นจนแทบจะลุกหนี เขาก็สำทับว่า “น้องคิดเช่นไรล่ะ?”

        เจียวลั่วอวี้เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ กำลังจะลุกขึ้นยืนก็รู้สึกหน้ามืด ภาพเบื้องหน้าโงนเงนไปมา “ข้าเป็นคนสองเพศที่เลือกเป็นชาย ถ้าท่านพี่ชมข้าว่าสง่างามก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าบอกว่าข้าสวยงาม ข้าว่า…ทำไม…”

        เจียงอิ่งมองดูเขาที่กำลังจะยืนขึ้น แต่แล้วร่างกายก็อ่อนปวกเปียก

        จนแทบล้มลงมาบนโต๊ะ สีหน้าเขาแสดงความดีใจ แต่ก็ต้องปิดสอนไว้ทำเป็นว่าเกิดอะไรขึ้นและรีบเข้าไปคว้าข้อมืออีกฝ่าย “น้องชาย เป็นอะไรหรือเปล่า?”

        “ข้า…เจ้า…ในเหล้า…” เจียงลั่วอวี้ รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรง อยากจะตะโกนให้คนช่วยหรือยกมือขึ้นกำหินเพื่อถอนพิษ แต่แล้วก็ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรเลยก็ล้มลงไปบนโต๊ะ

        “น้องชาย น้องชาย?” เจียงอิ่งเห็นอีกฝ่ายล้มหมดสติอยู่บนโต๊ะ เขายิ้มดีใจและใช้มือตบไปที่หน้าของเจียงลั่วอวี้เบาๆ “เจ้าอย่ามานอนที่นี่เลย เกิดพี่จะทำอะไรมิดีมิร้าย เจ้าจะห้ามพี่ไม่ไหวนะ”

        เมื่อเห็นว่าเจียงลั่วอวี้หมดสติไปแล้ว เขาก็เดินอ้อมโต๊ะหินออกยังบันไดหน้าศาลาและตะโกนเรียก

        “เด็กๆ”

        สิ้นเสียงตะโกนเรียก บ่าวไพร่ก็วิ่งตรงมาที่ศาลา “ขอรับ คุณชายใหญ่”

        “น่าเสียดายที่น้องชายคนสวยของข้าใช้แซ่เดียวกัน มิเช่นนั้นข้าคงจะมอบความสุขให้เขาก่อนที่จะปล่อยเขาไป ถ้าเช่นนั้นตอนนี้…” เจียงอิ่งหัวเราะและหันกลับไปมองเจียงลั่วอวี้ และออกคำสั่ง “ทำตามแผน อย่าให้คนของสวนมรกตเห็นเป็นอันขาด”

        บ่าวชายขานรับ “ขอรับ”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม