0 Views

        ครั้งก่อนเจ้าสมหวังไปแล้ว ชาตินี้…อย่าหวังว่าจะสมหวังอีก

        เจินซื่อรู้สึกได้ว่าเรื่องต่างๆ ไม่เป็นไปอย่างที่คิดตั้งแต่เช้าวานนี้

        ได้ยินว่าเจียงฮุ่ยถูกกักบริเวณอีกครั้ง นางก็รีบไปถามหาสาเหตุจนได้ความว่าลูกสาวตนอยากจะกลบเกลื่อนเรื่องแผลบนมือก็เลยก่อปัญหาขึ้น นางโกรธจนหน้าเขียวและพูดไม่ออก ได้แต่มือสั่นชี้ไปที่หน้าของเจียงฮุ่ยที่ทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว

        สักพักหนึ่งก็ใจเย็นลงและรับอาหารเช้าตามปกติ แต่ท้องเจ้ากรรมดันเป็นเรื่องขึ้นมาอีกซ้ำยังลากยาวไปจนถึงเย็นจึงหยุดถ่าย ทำเอาสองขาของนางอ่อนปวกเปียกจนกระทั่งมื้อเย็น นางจึงแน่ใจว่าไม่มีอะไรอีกแล้ว กำลังจะหยิบตะเกียบขึ้นมา ก็ได้ยินเสียงจากนอกสวน เจินเวยมารายงานว่าท่านอ๋องกลับมาแล้ว

        เจียงสยงมาถึงสวนเจินเวยถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง

        แต่ยังไม่ทันที่เจินซื่อจะออกไปต้อนรับสามี เจียงสยงมาถึงประตูชั้นกลางของสวนเจินเวยก็ถูกสาวใช้หน้าตางดงามมากจริตดักอยู่กลางทาง เมื่อสาวใช้คนสนิทของเจินซื่อถือโคมมาถึงเจียงสยงก็หายไปเสียแล้ว เจินซื่อร้อนใจรีบเรียกให้คนไปตาม ชั่วเวลาธูปครึ่งดอกผ่านไปสาวใช้คนสนิทก็กลับมารายงาน

        เจียงสยงถูกสาวใช้ของไป๋อี๋เหนียงขวางไว้ นางมาบอกว่าเมื่อวานได้ขอเครื่องรางมาให้ท่านอ๋องขอเชิญท่านอ๋องไปรับมื้อเย็นที่นั่นและเจียงสยงก็ไปจริงๆ เสียด้วย คืนนั้นนางจึงไม่ได้เจอกับสามีและโกรธจนแทบลมจับ

        เรื่องราวต่างๆ ที่ประดังเข้ามาไม่หยุดหย่อนทำให้นางพักผ่อนน้อย เช้าตรู่ขณะที่กำลังจะหลับต่อก็ถูกปลุกด้วยเสียงฝีเท้าของสาวใช้คนสนิท นางรีบวิ่งเข้ามาในห้องเพื่อให้ฟังข่าวที่นำมาบอก

        เช้านี้หัวหน้าพ่อบ้านแห่งจวนเซียวเหยาหวังจะมาที่เมืองหลวง แต่จะนำบัญชีทรัพย์สินของจวนนั้นติดตัวมาด้วย

        ได้ยินข่าวนี้นางก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง รีบให้สาวใช้ช่วยแต่งเนื้อแต่งตัว นางรู้ว่าทุกวันเจียงลั่วอวี้จะเป็นคนแรกที่ไปคารวะองค์หญิง นางรีบเร่งฝีเท้าไปยังที่พักขององค์หญิงเพราะกลัวว่าถ้ามาช้าก็จะหมดโอกาสทำเป็นเจอกับเจียงลั่วอวี้โดยบังเอิญ

        ขณะที่นางเร่งฝีเท้ามา ก็เห็นเจียงลั่วอวี้ยืนตัวตรงราวกับต้นไผ่อยู่ไกลๆ นางก็สบายใจขึ้นและทำสีหน้ายิ้มแย้มเข้าไปหา

        เมื่อคืนก่อนเข้านอนเจียงลั่วอวี้สั่งให้ซุ่ยเยวี่ยไปบอกกับไป๋หมิ่นอวี้ยังที่พัก ย้ำแล้วย้ำอีกว่าเช้านี้ไม่ต้องมาหาเขา

        เพราะบาดแผลที่ขายังไม่หายดีอย่าใช้งานมากจึงจะหายเร็วขึ้น

        ดังนั้นเช้านี้จึงไม่มีคนมาเป็นเพื่อน มีเพียงสาวใช้ที่คอยตามมารับใช้

        ในขณะที่เดินออกมาจากห้ององค์หญิง เจียงลั่วอวี้ก็ไม่เห็นชายชุดขาว เขาเตรียมที่จะเดินไปตามทางแนวระเบียงแต่ยังไม่ทันเดินไปไกลก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา หางตาเห็นว่าเป็นเจินซื่อที่อยู่ไม่ไกลกำลังเดินมาหาเขา

        หน้านางเจินซื่อขาวซีดอมคล้ำ ดูก็รู้ว่าเมื่อคืนคงไม่ค่อยได้นอนจึงโปะแป้งปิดบังร่องรอยที่พักผ่อนไม่เพียงพอ เจียงลั่วอวี้หยุดเดินและหันไปยิ้ม ก่อนจะแสดงความเคารพ “คารวะอาสะใภ้”

        เจินซื่อได้ยินเสียงเขาก็ยิ้มอย่างอบอุ่นเป็นการตอบรับ กำลังจะบอกว่าตนรู้เรื่องเช้านี้แล้ว แต่เห็นเจียงลั่วอวี้ยืนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรในใจนางจึงถามไปด้วยความสงสัย “อวี้เอ๋อร์กำลังจะกลับไปที่พักรึ?”

        “ขอรับ” เจียงลั่วอวี้ได้ยินนางถามรอยยิ้มก็จางลง แต่ตายังคงส่องประกายอันงดงาม “คารวะท่านย่าเรียบร้อยแล้วกำลังจะกลับที่พัก อาสะใภ้เรียกอวี้เอ๋อร์ไม่ทราบว่ามีอะไรจะสั่งสอน? “

        “ไม่มีอะไรหรอ แค่อาได้ยินว่าไม่กี่วันก่อน…” เจินซื่อสังเกตอาการเจียงลั่วอวี้พลางสำรวจปฏิกิริยาและกระซิบว่า “วันนี้พ่อบ้านของจวนเซียวเหยาหวังจะนำบัญชีทรัพย์สินมาใช่ไหม? “

        ทันทีที่พูดจบก็เห็นได้ชัดว่าเจียงลั่วอวี้มีสีหน้าตกใจ และหลบตาลงปิดบังสายตาที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง

        ได้ยินว่างั้นรึ? แท้จริงข่าวนี้ข้าเป็นคนสั่งให้โรงน้ำชาหานเจียงเก๋อเป็นคนปล่อยข่าวออกมาเพื่อล่อเจ้ามาติดกับ ข่าวนี้เพิ่งจะปล่อยออกมาเมื่อคืน ถ้าไม่ใช่คนที่คอยจับจ้องอยู่กับเรื่องนี้ไม่มีทางที่เช้านี้จะรู้ข่าวแน่ ถ้าเช่นนั้นที่เจ้าว่าไม่กี่วันก่อนได้ข่าวนี้มา จะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร?

        เจียงลั่วอวี้นึกถึงชาติก่อน ตอนนั้นเจินซื่อเสี้ยมสอนตนไม่ให้เชื่อใจพ่อบ้าน ทั้งยังใส่ร้ายว่าเจียงลั่วไป๋ที่ช่วยตนด้วยใจจริงคิดจะฮุบสมบัติทั้งหมดไว้เอง คิดแล้วก็ได้แต่ยิ้มอ่อนให้นาง “อาสะใภ้ข่าวไวจริงขอรับ”

        เจินซื่อเห็นอาการตกใจและก้มหน้าก้มตาของเจียงลั่วอวี้นางก็รู้สึกได้ใจและดูถูก คิดว่าซื่อจื่อคนนี้ยังเด็กคงยังคิดแต่จะเล่นสนุก กลัวว่าตนเองไม่รู้จะจัดการเรื่องทรัพย์สมบัติที่วุ่นวายนี้อย่างไรดี

        นึกถึงเมื่อตอนที่เขาเพิ่งมาถึงจวนจนบัดนี้บนโต๊ะเครื่องแป้งของเขาก็ยังคงไว้ซึ่งหยกล้ำค่าตั้งอยู่ ไหนจะถุงเงินที่ให้เป็นรางวัลแก่เหนียนโหมวโม่ว แค่เห็นนางก็คันไม้คันมือเพราะตอนนี้นางและลูกๆ กำลังเงินขาดมือ เขาจึงเหมือนฝนในยามแล้ง คิดได้ดังนั้นนางก็ก้าวต่อไปข้างหน้าอีกสองก้าว รอบยิ้มแฝงไปด้วยความโลภ ก่อนเปล่งเสียงออกจากปาก

        “อวี้เอ๋อร์ ไม่ใช่ว่าอาจะพูดให้เจ้าคิดมาก แม้ว่าเจ้าจะเป็นทายาทสายตรงของท่านอ๋องแต่เจ้าเพิ่งจะอายุสิบสี่สิบห้า สมบัติพัสถานของจวนอ๋องมีมากมาย ท่านพ่อท่านแม่เจ้าก็ไม่อยู่แล้ว พ่อบ้านที่เป็นคนจัดการเรื่องเงินทองและที่ดินก็คงมีทั้งที่เจ้าเห็น แต่ที่เจ้าไม่เห็นก็ไม่รู้ว่าเขาตักตวงไปเท่าไรแล้ว? “

        เจียงลั่วอวี้กะพริบตาทำเป็นฟังไม่เข้าใจแสร้งทำตกใจอ้าปากค้างและส่งเสียงเบาๆ “อาสะใภ้หมายถึง…”

        เจินซื่อเห็นท่าทางเขาก็เข้าใจว่าต้องเป็นคนหูเบา เป่าหูอีกหน่อยต้องสำเร็จแน่ นางพูดต่อว่า “อาหมายถึงว่าอวี้เอ๋อร์ยังเด็กคงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมพ่อบ้านเป็นแน่ จะไปเชื่อเขาหมดไม่ได้ ควรจะเอาคืนมาจัดการเองทั้งหมด อวี้เอ๋อร์ไม่คิดแบบนี้รึ?”

        “เป็นดังที่ท่านว่า” เจียงลั่วอวี้ทำท่าทางปวดหัวต่อคำพูดที่นางกล่าว ไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใจคนที่มาดูแลทรัพย์สมบัติแทนได้ไหม สีหน้าดูกังวลแต่ก็พูดออกมาชัดเจน “อวี้เอ๋อร์อายุยังน้อยด้อยประสบการณ์ ความสามารถสู้พ่อบ้านไม่ได้ ช่วงที่ยังไม่ขึ้นสืบทอดตำแหน่งคงต้องให้เขาช่วยดูแลไปก่อน อย่างน้อยซื่อจื่อตำแหน่งนี้ก็คงพอให้เขาไม่กล้าทำอะไรเป็นแน่ เพียงแต่…”

        เพิ่งจะพูดไปชัดเจนว่าเจ้าพ่อบ้านมันจะฮุบสมบัติเจ้าทำไมยังไปเชื่อใจเขาอีก? ยังจะเอาสมบัติไปให้เขาดูแล! ทำไมไม่แบ่งมาให้ข้าช่วยดูแล? เขาไม่ได้เป็นญาติ เจ้ายังจะเชื่อใจอีก ข้าเป็นอาสะใภ้เจ้านะ! ทำไมโง่อย่างนี้ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือไง?

        เจินซื่อฟังคำเจียงลั่วอวี้แล้วก็โกรธจนกัดฟันกรอด แต่ก็ได้แค่คิดในใจ สายตาเริ่มออกอาการไม่พอใจ ฟังเจียงลั่วอวี้ที่ยังพูดไม่จบนางก็ทนไม่ไหวเอ่ยปากถามต่อ “เพียงแต่อะไร?”

        เจียงลั่วอวี้ทำเป็นไม่เห็นอาการโกรธและท่าทีละโมบของนาง เขายังคงแสร้งขมวดคิ้วทำตัวไม่ประสีประสาเหมือนแกะน้อยตัวอ้วน “เพียงแต่อวี้เอ๋อร์ก็เคยคิดเหมือนอาสะใภ้ อวี้เอ๋อร์ก็เลยสั่งเขาเอาสมุดบัญชีที่สรุปยอดทั้งหมดของปีนี้มาด้วย จะได้เอามาศึกษาดู”

        ได้ยินคำว่าบัญชีเจินซื่อก็ตาลุกวาว บทสนทนาที่คุยกันเมื่อครู่จบลงไปทันที แม้แต่สีหน้าก็เลิกเสแสร้ง นางยิ้มและพูดขึ้นว่า “ต้องแบบนี้สิ อวี้เอ๋อร์นี่ฉลาดจริง ไม่ต้องให้อาพูดมาก จะว่าอาเจ้ากี้เจ้าการ…แต่อวี้เอ๋อร์มีคนช่วยตรวจบัญชีหรือยัง? ถ้ายังไม่ทีอาสามารถ…”

        “ขอบคุณอาสะใภ้ที่หวังดี” เจียงลั่วอวี้รู้ว่าถ้าไม่รีบพูดอาสะใภ้คนนี้จะต้องส่งคนมาช่วย ชาติก่อนก็เป็นเช่นนี้เลยถูกโกงทั้งเงินทองและที่ดิน จนบัดนี้ยังจำได้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้น เขาจึงรีบตัดบทไม่ให้เจินซื่อพูดต่อ

        “อาสะใภ้คงไม่ทราบว่าน้องรองของข้าเก่งเรื่องทำบัญชีมาแต่เด็ก ท่านพ่อเป็นคนสอนให้เขาเอง เมื่อวานอวี้เอ๋อร์คุยกับน้องไว้แล้ววันนี้จะตรวจบัญชีกันที่สวนมรกต ไม่ขอรบกวนอาสะใภ้นะขอรับ”

        เจินซื่อไม่คิดว่าตนจะถูกพูดแทรกขึ้นมากลางคัน เดิมคิดจะสั่งสอนว่าการกระทำเช่นนี้ถือเป็นการเสียมารยาทต่อผู้ใหญ่และจะได้ถือโอกาสเสนอคนของตนเข้าไปจัดการเรื่องบัญชีทรัพย์สิน ใครจะคิดว่ายังไม่ทันพูดต่อก็ได้ยินเจียงลั่วอวี้แจกแจงเสร็จสรรพ ทำเอานางไปต่อไม่ถูก ในแววตามีแต่ความคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้

        “อวี้เอ๋อร์…จะเอาบัญชีให้น้องเจ้าจัดการ? “

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม