0 Views

        เจินจูได้ยินคำสั่งกำชับก็รู้สึกตกใจ ตัวสั่นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มรับ “น้อมรับคำสั่งซื่อจื่อเจ้าค่ะ”

         เจียงฮุ่ยเดินออกไปแล้ว เจียงลั่วอวี้เงยหน้าขึ้นมองหลังคาเรือน เขาผลักหน้าต่างให้เปิดออกและยื่นมือราวกับรอรับอะไรบางอย่าง จากนั้นก็กำมือลงพร้อมกับใบหน้าที่ยากจะบรรยายได้ว่าเขากำลังรู้สึกเช่นไร

         เหมียนซิงมองดูหน้าเขาด้วยสีหน้าประหลาด สักพักเจียงลั่วอวี้ก็ก้มหน้าและเดินออกไปจากที่นั่น เขาก็รีบเดินตามออกไป

         หอพระที่ส่องประกายสีทองอร่าม ดวงเนตรอันมีเมตตาของพระโพธิสัตว์ที่ให้หัตถ์ถือคทา ประทับบนบัลลังก์ดอกบัว แสดงถึงความกรุณาต่อสัตว์โลก ท่ามกลางควันธูปที่คละคลุ้งของสาธุชน

         เจียงลั่วอวี้พนมมือคุกเข่าอยู่บนเบาะ ใบหน้าที่งดงามถูกปกคลุมไปด้วยควันธูป แต่ดวงตายังคงแจ่มใส เพียงแต่มองไม่เห็นความปรารถนาในใจเขา

         เขาลุกขึ้นยืนขึ้นมาและสั่งให้เหมียนซิงนำเงินไปบริจาค ตนเองหลบมายืนครุ่นคิดที่มุมหนึ่งของพระประธาน สักพักก็มีเสียงคนแก่ที่อ่อนโยนถามขึ้น “ประสกมาเสี่ยงเซียมซีหรือ?”

         “นมัสการไต้ซือขอรับ” เจียงลั่วอวี้สะดุ้งตกใจ หันไปก็พบกับหลวงจีนอายุมากรูปหนึ่งครองจีวรสีเหลืองมีเคราสีขาว ในมือถือกระบอกเซียมซี “ข้าน้อยแค่มาไหว้พระ ไม่ได้มาเสี่ยงเซียมซีขอรับ”

         หลวงจีนในชุดเหลืองยกมือขึ้นลูบเคราตนเอง รอยยิ้มของเขาเหมือนกับพระพุทธรูปทางด้านหลังอย่างบอกไม่ถูก “ประสก เชื่อเรื่องดวงไหม?”

         เจียงลั่วอวี้มองหลวงจีนที่ยิ้มให้ด้วยความเมตตา เขาส่ายหัว “ไม่เชื่อขอรับ”

         คนที่กลับชาติมาเกิดใหม่อย่างเขา จะเชื่อเรื่องดวงได้อย่างไร?

         ได้ยินคำปฏิเสธเรื่องโชคชะตา หลวงจีนรูปเดิมก็ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มไม่เปลี่ยนแปลง เขายื่นกระบอกเซียมซีให้พร้อมกับคำพูดมีนัย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งต้องลองดูว่าจะออกมาเป็นเช่นไร”

         เจียงลั่วอวี้ถอยหลังหนี ยิ้มอ่อนและมองด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตร “ดูเหมือนว่าที่ไต้ซือกล่าวมาจะไม่สมเหตุสมผลเท่าไร”

         “ไม่ว่าจะสมเหตุหรือไม่ ขอเพียงแค่ประสกรับฟังไว้ก็ถือเป็นเหตุอันดี” หลวงจีนมองเขาราวกับมองทะลุเข้าไปถึงภายในใจได้ และยื่นกระบอกเซียมซีให้ไปอีกครั้ง “เชิญประสกลองเสี่ยงดูสักครั้ง”

         เจียงลั่วอวี้ปฏิเสธไม่ได้ จึงรับมาเขย่าและหยิบขึ้นมาหนึ่งติ้ว จากนั้นส่งให้หลวงจีนเฒ่า “ไต้ซื่อ หมายเลขเก้าสิบสามขอรับ”

         หลวงจีนรับติ้วไม้ไผ่และเงยหน้าถาม “ไม่ทราบว่าประสกอยากรู้เรื่องใด?”

         เจียงลั่วอวี้ยิ้มขึ้น เกี่ยวกระหวัดนิ้วมือตนเองไปมา มองต่ำและพูดว่า “เรื่องอะไร…เอาเป็นเรื่องความปรารถนาแล้วกันขอรับ ไม่ทราบว่าจะสำเร็จดังใจหรือไม่”

         หลวงจีนฟังคำและก้มลงอ่านคำทำนาย

         [จันทร์เพ็ญสิบห้าค่ำ ฟ้าร่ำดินไม่กลัว

         รอวันจันทร์สลัว ชนะชั่วในยามศารท]*

         “เซียมซีนี้เป็นเซียมซีที่ดีปานกลาง ได้ความว่า แม้จะมีอันตรายอยู่รอบตัว แต่ก็สามารถอยู่รอดปลอดภัย” หลวงจีนยิ้มและเก็บติ้วไม้ไผ่ลงในกระบอกตามเดิม “ขอเพียงประสกพยายามไม่ย่อท้อ จะต้องประสบผลสำเร็จเป็นแน่แท้”

         เจียงลั่วอวี้ได้ยินก็พนมมือขึ้น “ขอบพระคุณไต้ซือขอรับ”

         “ประสกดูยังอายุไม่มาก รูปร่างหน้าตางดงาม ไม่ลองเสี่ยงถามเรื่องคู่ครองดูเล่า? “

         “…คู่ครอง?” เจียงลั่วอวี้ส่ายหน้า สีหน้าเรียบเฉยจนดูเคร่งขรึม ฝืนยิ้มและกล่าวว่า “ไม่ดีกว่าขอรับ”

         ชาตินี้ เขาคงไม่มีคู่ครองอีกแล้ว

         ทางฝั่งเจียงฮุ่ยที่ห่างออกไปแค่กำแพงกั้น นางเพิ่งจะพับเก็บใบสั่งยาเข้าไว้ในแขนเสื้อด้วยอารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใส และหันไปพูดกับเจินจู

         “ในที่สุดก็ได้ใบสั่งยามา กลับไปจะได้ให้ท่านแม่ลองทานดู รอท่านแม่หาย จะได้กำจัดมู่ซื่อให้พ้นหูพ้นตา”

         เจินจูขานรับ แต่อยู่ๆ นางก็เห็นเงามืดจนร้องตะโกนออกมาทันทีที่ขานรับเสร็จ “เจ้าค่ะ…ว้าย!”

         เจียงฮุ่ยกำแขนนางเพราะตกใจเสียงร้อง มองตามไปทางที่เจินจูมองก็ไม่เห็นใคร นึกเอ่ยปากถาม “เกิดอะไรขึ้น? อยู่ๆ ก็หวีดร้องขึ้น ทำเอาข้าตกใจหมด”

         ที่แปลกก็คือ แทนที่ถูกนายหญิงถามแล้วนางจะหยุดร้อง นางกลับร้องต่อและชี้นิ้วไปข้างหน้า “คุณหนู…คุณหนูดูสิเจ้าคะ ตรงนั้น…ตรงนั้นมีคนมองเราอยู่!”

         “มองก็มองไปสิ จะโวยวายทำไมกัน? ” เจียงฮุ่ยคิดว่าตนตาฝาด นางจึงต่อว่าเจินจู แต่แล้วเมื่อมองไปที่มุมระเบียงอีกครั้ง นางก็พูดเสียงแหลมขึ้น “…ดูเหมือนจะมีใครอยู่จริงๆ…ใคร…ใครกัน เจินจูเจ้าเห็นไหม?”

         “คุณหนู…นั่นมัน!” เจินจูที่ดูตกใจจนแทบเสียสติจับแขนนายหญิงไว้แน่น ตะโกนออกมา “นั่นมันหลิวลี่นี่เจ้าคะคุณหนู!”

         “หลิวลี่?! ” เจียงฮุ่ยได้ยินชื่อนี้ก็ตัวสั่น ไม่กล้าเงยหน้ามองเงาดำนั้น ได้แต่เกาะติดกับเจินจูและถอยหลังหนี นางพูดเสียงติดขัด “จะเป็นไปได้อย่างไร หลิวลี่ถูกกรีดหน้าเอาตัวไปขายแล้วไม่ใช่รึ? จะมาโผล่อยู่ที่นี่ได้อย่างไร! “

         ยังไม่ทันจะพูดจบ เจินจูก็ดึงให้นายหญิงถอยหนีออกมาสองก้าว แต่ยังคงชี้นิ้วไปที่มุมมืด นางส่งเสียงแหลมเล็กอยู่ข้างหูเจียงฮุ่ยจนทำเอาตัวอ่อนปวกเปียก “คุณหนูเจ้าคะ! คุณหนูดูสิ! นางหันมาทางพวกเราแล้ว!”

         เจียงฮุ่ยเดิมทีแค่ตกใจไม่คิดจะวิ่งหนี แค่พอได้ยินสาวใช้พูดดังนั้นก็รู้สึกเย็นสันหลัง นางถูกสาวใช้กระชากจนแทบจะลมลงไปกับพื้น ท่ามกลางความมืด ปรากฏบนใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยรอยแผลไขว้กันไปมา ดูน่าสะพรึงกลัว และมืออันผอมซูบก็กำลังเอื้อมมาทางนาง

         เจียงฮุ่ยกรีดร้อง เจินจูเบิกตาโพลงและลากเจียงฮุ่ยวิ่งมาตามระเบียงคดเพื่อออกมาทางประตู นางวิ่งไปตะโกนไป

         “คุณหนู คุณหนูวิ่งเร็วๆ สิเจ้าคะ! ในมือหลิวลี่ถือปิ่นเงินไว้ด้วย นางจะมาฆ่าคุณหนูนะเจ้าคะ!”

         เจียงฮุ่ยมองเห็นร่างในมุมมืดเริ่มขยับเขยื้อน เงาดำกำลังวิ่งพุ่งมาทางนาง มือที่ซูบผอมจนดูเหมือนกรงเล็บไขว่คว้าไปกลางอากาศ เสียงที่แหลพร่าดังตามมา “เจียงฮุ่ย…เจียงฮุ่ย…เอาใบหน้าข้าคืนมา ข้ามาเอาความยุติธรรมคืน!”

         “กรี๊ด ช่วยด้วย! “

         เสียงอันน่าสยองทำเอาเจียงฮุ่ยเสียสติ นางวิ่งหนีราวคนเสียสติ วิ่งนำหน้าเจินจูที่เดิมเป็นคนพานางวิ่งหนี ภายในบริเวณนั้นดังก้องไปด้วยเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ “อย่าตามข้า! ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ใครก็ได้! ช่วยข้าที เอาคนบ้า…โอ๊ย!”

         ในขณะที่กรีดร้องวิ่งออกมาทางประตูชั้นรอง ด้วยความรีบร้อนในขณะวิ่งผ่านสระบัว เจินจูวิ่งเบียดจนเจียงฮุ่ยลื่นไปบนพื้นที่มีน้ำเปียก ทำเอานางยืนเซโคลงเคลง

         เจินจูมองเห็นนายหญิงกำลังจะล้ม นางก็แสร้งทำตัวเองลื่นเช่นกัน นางพุ่งตัวเข้าหาเจียงฮุ่ยที่กำลังจะตั้งหลักกลับมายืนอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันยืนมั่นก็ถูกเซชนจนตกลงไปในสระบัว

         “โอ๊ย เจ็บ! คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ…คุณหนูเป็นอะไรไหมเจ้าคะ? ” เจินจูล้มลงไปบนพื้นและโอดครวญ นางปราดตาไปเห็นเจียงฮุ่ยที่ตกลงไปในสระบัวที่มีน้ำลึกซึ่งขุดโดยหลวงจีนในวัด นายหญิงกำลังตะเกียกตะกายอยู่ในสระนั้น

         “แย่แล้ว แย่แล้ว ใครก็ได้มาช่วยที คุณหนูของข้าตกน้ำ! “

         สิ้นเสียงนางก็ตามมาด้วยเสียงฝีเท้ามากมาย เจินจูได้ยินเสียงนั้นก็รีบลุกขึ้นมาในสภาพเปรอะโคลน นางมองไปก็เห็นคหบดีในชุดสีน้ำตาลทองพาชายหนุ่มจำนวนมากำลังวิ่งมาทางพวกนาง

         ทั้งหมดมาถึงและมองดูเจินจูที่เนื้อตัวและศีรษะเต็มไปด้วยโคลนตม เอ่ยถามด้วยหน้าตาตกใจว่า

         “เกิดอะไรขึ้น ร้องโวยวายทำไม?! “

         เจินจูทำท่าทางหวาดกลัว นางรวบรวมสติก่อนจะพูดความจริงและขอความช่วยเหลือ “นายท่าน คุณหนูของข้าน้อยตกลงไปในสระ ข้าน้อยว่ายน้ำไม่เป็น…นายท่านได้โปรดช่วยคุณหนูของข้าน้อยด้วยเถิด คุณหนูของข้าเป็นบุตรสาวคนโตแห่งจวนจวิ้นหวัง ถ้าท่านช่วยนาง ทางจวนต้องตอบแทนท่านเป็นอย่างดีแน่เจ้าค่ะ…”

         คหบดีผู้นี้ก็คือฮ่องเต้แห่งต้าหลง ทุกเดือนจะปลอมตัวออกมาจากวัง เพื่อมาพูดคุยและเดินหมากกับไต้ซื่อหลิงอิ่น เขาฟังน้ำเสียงเจินจูก็รู้ว่านางไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา เพราะนางมัวแต่ห่วงใยนายหญิงของนางเสียเหลือเกิน เขามองไปที่ร่างในชุดสีส้มที่ลอยอยู่กลางสระก็พูดกับตนเองว่า

         “คุณหนูแห่งจวนจวิ้นหวัง…”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม