0 Views

        เหมียนซิงมองดูเจียงลั่วอวี้ที่นั่งอิงอยู่บนเบาะนิ่ม ใบหน้าขาวซ่อนแดงดุจบัวพ้นน้ำ ผมดำขลับประบ่า ดวงตาอันนิ่งสงบ ทำเอาเขาลืมหายใจไปชั่วขณะ เมื่อได้สติกลับมาก็รีบตอบกลับ “เขานำของฝากและของขวัญมาด้วยมากมาย เห็นว่าจะมาเข้าเฝ้าองค์หญิงลี่หยาง จึงได้เดินทางมาถึงที่นี่”

         เจียงลั่วอวี้หรี่ตา หยิบถ้วยชาที่ชงไว้ตั้งแต่ก่อนเขาหลับขึ้นมาจิบ จากนั้นจึงขานเรียก “เหมียนซิง”

         เหมียนซิงรีบขานตอบ “ขอรับ”

         เจียงลั่วอวี้เคาะถ้วยชาพลางครุ่นคิดสักพักก็ยิ้มขึ้น “เจ้ารู้ไหมว่า บุตรชายของเสิ่นกว๋อกงมีภรรยาเอกหรือยัง? “

         เหมียนซิงเป็นคนของหานเจียงเก๋อ จึงรู้เรื่องราวทั้งหมดในเมืองหลวง เขาตอบโดยไม่ต้องคิด “เรียนซื่อจื่อ ชื่อเสียงของเขาฉาวโฉ่ไปทั่วเมืองหลวง เขายังไม่เคยแต่งงาน จึงไม่มีทั้งภรรยาเอกและภรรยารอง แต่มีบรรดาเมียทาสมากมาย เขามีลูกชายที่เกิดจากเมียทาสอายุสามขวบแล้วขอรับ”

         “ไม่มีเมียเอก แต่ดันมีลูกกับเมียทาส?” หลูหมินยังไม่มีภรรยาเอก แต่กลับมีลูก เจียงลั่วอวี้วางฝาชาครอบลงบนถ้วยและส่งให้เหมียนซิง เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงถากถาง “น่าขัน”

         ทันใดนั้นหว่านเสียะก็รีบวิ่งเข้ามาจากด้านนอกด้วยอาการตื่นเต้นตกใจ เสียงฝีเท้าดังเข้ามาถึงภายในห้อง

         “ซื่อจื่อเจ้าคะ แย่แล้วๆ! “

         “เกิดอะไรขึ้น? ” เจียงลั่วอวี้มองดูหว่านเสียะที่วิ่งมาหยุดกระหืดกระหอบอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มเขาจางลงและเอ่ยปากถามขึ้นก่อนที่นางจะพูด “บุตรชายเสิ่นกว๋อกงกำลังมาทางนี้หรือ? “

         หว่านเสียะพยักหน้าหงึกๆ ดูท่าทางรีบร้อน “…ใช่เจ้าค่ะ ไปคารวะองค์หญิงกับท่านอ๋องและพระชายาเสร็จ ก็มุ่งตรงมาทางเราเลยเจ้าค่ะ”

         “ก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ?” เจียงลั่วอวี้ยังคงสีหน้าราบเรียบ แค่เลิกคิ้วขึ้น เพราะเขารู้อยู่ก่อนแล้ว จากนั้นก็ยิ้มและพูดต่อ “เขาไปคารวะผู้ใหญ่ในจวนมาจนครบแล้ว บุตรชายคนโตของท่านอาก็ไม่อยู่ เขาเป็นชายย่อมไม่สะดวกจะไปพบเจียงฮุ่ย ก็คงเหลือแต่ข้าที่เป็นลูกผู้น้องเขาที่จะมาพูดคุยด้วยได้”

         หว่านเสียะนึกไม่ถึงว่าเรื่องที่ตนเองคิดว่าใหญ่โตจะกลายเป็นเรื่องปกติของนายน้อย นางจึงเริ่มสงบขึ้น แต่ยังคงมีอาการตื่นเต้นบ้าง “แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไปเจ้าคะ? “

         เจียงลั่วอวี้หัวเราะเสียงเย็น เขาลุกขึ้นยืน รอยยิ้มดูน่ากลัว “ในเมื่อมาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อน เจ้ากับซุ่ยเยวี่ยดูแลที่นี่ให้ดี ข้ากับจุยอวิ๋นและเหมียนซิงจะไปรอเจอกับหลูหมินคุณชายเจ้าสำราญที่ศาลาพักร้อน”

         หว่านเสียะน้อมรับ “เจ้าค่ะ”

         เจียงลั่วอวี้มาถึงศาลาก็ให้จุยอวิ๋นกับเหมียนซิงจัดวางสิ่งของลงบนโต๊ะ เหมียนซิงประคองเขายืนอยู่ข้างม้าหิน หางตามอเห็นร่างในชุดเขียวกำลังเดินมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าชู้ ยังคงเหมือนเมื่อพบกันครั้งแรก

         “น้องชาย เจอกันอีกแล้ว”

         “ท่านพี่อุตส่าห์เดินทางมาถึงนี่ ลำบากท่านแล้ว” เจียงลั่วอวี้มองดูอีกฝ่ายเดินเข้ามาภายในศาลา เขาสั่งให้บ่าวไพร่ส่งของต่อให้เหมียนซิงจัดการและสั่งให้ถอยออกไป รอยยิ้มและแววตาแฝงเงาดำฉายขึ้นพร้อมผายมือ “เชิญนั่ง”

         หลูหมินมองเจียงลั่วอวี้ที่อยู่ใต้แสงอาทิตย์ที่ขับให้ผิวขาวผ่องยิ่งกว่าเดิม ส่องประกายจนเขาต้องหรี่ตามอง จากนั้นยื่นมือไปรับถ้วยชาจากเหมียนซิงที่ยื่นส่งให้ด้วยอาการนอบน้อมขึ้นมาจิบ “ชาดี!”

         “แค่ชาอวิ๋นอู้ทั่วๆ ไป ท่านพี่ชมเกินไปแล้ว” เจียงลั่วอวี้ยกถ้วยชาที่ควันคุกรุ่นลอยขึ้นบังหน้าที่เหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “ท่านพี่ไปคารวะท่านย่ากับท่านอามาแล้วหรือ? “

         หลูหมินสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไป ดวงตาเป็นประกาย ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ เขายกพัดขึ้นโบกไปมา “ดูน้องพูดเข้าสิ ข้ามาถึงที่นี่ ก็แสดงว่าข้าต้องไปพบพวกท่านมาแล้วสิ ถึงได้มาเยี่ยมเจ้าได้”

         “อ้อ ท่านพี่มาครั้งนี้ ตั้งใจมาเยี่ยมและมาคารวะสินะ” เจียงลั่วอวี้พยักหน้า พยายามย้ำความที่พูดเพราะเข้าใจเป้าหมายที่เขามา รอยยิ้มจางลง ตาจ้องเขม็งไปที่หลูหมิน “แต่ลั่วอวี้ไม่รู้ว่า ท่านพี่มาหาลั่วอวี้ มีธุระอะไรหรือเปล่า? “

         หลูหมินตกใจกับสายตาที่เปลี่ยนไปจนเกือบทำพัดในมือตก พอได้สติก็กลับไปมองหน้าอีกครั้ง แต่เห็นเพียงรอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงลั่วอวี้ที่ยังอ่อนโยนเช่นเคย ราวกับสิ่งที่เพิ่งเห็นไปแค่เพียงภาพลวงตา

         เขาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ จากนั้นก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยแววตามีเลศนัย “ไม่มีธุระอะไร แต่ว่ามีเรื่องหนึ่ง จะมาถามความเห็นจากน้อง”

         เจียงลั่วอวี้หัวเราะและตอบไป “เชิญท่านพี่ว่ามาเถิด”

         “น้องเกรงใจไปแล้ว” หลูหมินปรับสีหน้าท่าทางใหม่ จ้องตาอีกฝ่ายและวางถ้วยชาลง ยิ้มขึ้นและพูดว่า “เรื่องเกี่ยวกับคุณชายแซ่อวิ๋นที่น้องได้พบในงานครั้งก่อน”

         เจียงลั่วอวี้เลิกคิ้ว “อ๋อ? “

         หลูหมินได้ยินเพียงเสียงอุทานคำเดียวจากปากอีกฝ่าย เขาหันตัวเขาพิงกับโต๊ะหิน ดวงตาเรียวยาวจ้องมองสีหน้าเจียงลั่วอวี้ “น้องไม่รู้สึกแปลกใจอะไรรึ? “

         “แปลกใจหรือไม่แปลกใจแล้วจะเป็นเช่นไรเล่า? ” เจียงลั่วอวี้ยิ้มให้ ดวงตาเรียบนิ่งจ้องตาอีกฝ่ายกลับไป ในคำพูดมีคำพูด น้ำเสียงหนักหนา “ท่านพี่มาถึงนี่ แต่กลับไม่พูดให้จบ ไม่ว่าลั่วอวี้จะแปลกใจหรือไม่ ท่านก็ควรกล่าวเสียให้หมด”

         “น้องพูดถูก” หลูหมินรู้ว่าอีกฝ่ายรู้เป้าหมายที่ตนมาหา เขาไม่อยากอ้อมค้อมอีกต่อไป สะบัดพัดคลี่เสียงดังขึ้น ราวกับไม่ใส่ใจคำพูดที่กำลังจะกล่าว ตาคอยสังเกตปฏิกิริยาของเจียงลั่วอวี้ที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังฟังเขาพูด

         “คุณชายอวิ๋นท่านนั้นเป็นลูกของรองเจ้ากรม เข้าสู่วัยอันสมควร แต่ยังไม่มีคู่ครอง แม้แต่เมียทาสสักคนก็ไม่มี เขาต่างกับบรรดาลูกผู้ดีมีสกุลในเมืองหลวง ข้ามักไปไหนมาไหนกับเขาและสนิทกันมาก”

         เจียงลั่วอวี้ถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่เร็วไม่ช้า “คนคนนี้เกี่ยวข้องกับการมาของท่านพี่หรือ? “

         “เกี่ยวข้องแน่นอน น้องลองทายดูสิ?” หลูหมินดูท่าทางอีกฝ่ายที่ดูสนใจ แต่ต้องทำเป็นสงบไว้เพราะเขานั่งอยู่ต่อหน้า เขายิ้มขึ้นและพูดต่อ

         “หลังจากงานวันนั้น ก็ได้ข่าวว่าคุณชายอวิ๋นป่วยเพราะตรอมใจ คิดถึงคนคนหนึ่ง ไม่ว่าพี่จะนัดเขาออกมาพูดคุยเที่ยวเล่นเขาก็ไม่ยอมออกมา พี่รู้สึกแปลกใจ จึงไปถามจากคนในจวนของเขา ว่าลูกสาวบ้านใดกันที่ทำให้เขาเป็นได้ขนาดนี้

         เจียงลั่วอวี้ผู้ที่เกิดมาสองภพเข้าใจทันทีว่าเขาต้องการอะไร

         หลูหมินมาลองใจเขาดู ว่าจะยอมสละตำแหน่งซื่อจื่อไปเป็นหญิงสามัญออกเรือนหรือไม่

         ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการลองใจของบุตรชายเสิ่นกว๋อกงผู้นี้?

         เจินซื่อ…หรือว่า ตัวเขาเอง?

         เจียงลั่วอวี้มองต่ำลง พยายามใช้ความเยือกเย็นปิดบังความโกรธแค้นในใจ เขากำหมัดแน่น น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย “ผลปรากฎว่า? “

         หลูหมินเห็นอาการอีกฝ่ายที่เหมือนอยากจะตะบันหน้าตนแต่แล้วก็ไม่ออกหมัดเสียที แต่กลับถูกคำถามถามขึ้นมา เขาจึงย้อนถามกลับ “…ผลอะไร?”

         “ลั่วอวี้หมายความว่า ตกลงเป็นลูกสาวบ้านไหน ถึงขนาดทำให้คุณชายอวิ๋นกินไม่ได้นอนไม่หลับ จะเป็นจะตาย?” เจียงลั่วอวี้ถามกลับด้วยท่าทางแบบเสียมิได้ “ท่านพี่ไม่ใช่ว่ามาหาข้าด้วยเรื่องนี้หรือ? “

         “ฮ่าๆๆ น้องฉลาดจริง ทายถูกแล้ว” เมื่อเห็นเจียงลั่วอวี้ถามกลับด้วยความอยากรู้ หลูหมินก็ตาลุกวาวเพราะคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นอย่างที่เขาคิดไว้ เขารวบพัดในมือขึ้น ยิ้มและพูดต่ออย่างไว

         “ตามที่คุณชายอวิ๋นบอกว่า คนที่เขาเฝ้าฝันจนทุกข์ระทมเป็นดอกฟ้าที่เขาเอื้อมไม่ถึง คนผู้นั้นรูปงาม แต่ว่ามีสองเพศ และก็ไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย พี่เลยคิดว่า เรื่องนี้ท่าทางจะไม่ง่ายเลย…”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม