0 Views

        ซุ่ยเยวี่ยรับคำสั่ง กำลังจะเข้าไปจับตัวเจียงลั่วฉิน หน่วนอวี้ที่หลบหน้าอยู่แต่ต้น อยู่ๆ ก็พุ่งตัวกลับเข้าขวาง หันหน้าไปขอร้องเจียงลั่วอวี้ที่ยิ้มอ่อนๆ รออยู่

         “ซื่อจื่อ ท่านจะจับคุณหนูไม่ได้นะเจ้าคะ เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับคุณหนูเลย…”

         “เจ้าว่า คุณหนูของเจ้าไม่เกี่ยวด้วยงั้นหรือ? ” เจียงลั่วอวี้มองนางแสดงละครให้ดูท่าทางน่าสงสาร ในขณะที่เจียงลั่วฉินถูกเขามองดูด้วยสีหน้าเย้ยหยัน “งั้นเจ้าลองบอกข้ามาสิ เหตุใดพอคุณชายกินโจ๊กถั่วเขียวของนายเจ้าแล้วถึงหมดสติอยู่ในสวนหรงชิ่น? “

         หน่วนอวี้ตอบแบบไม่ทันคิด “โจ๊กถั่วเขียวนั่น…”

         พูดไปได้ครึ่งเดียว ก็รู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป “โจ๊กถั่วเขียว?! เป็นไปไม่ได้!”

         “ใช่ โจ๊กนั่นแหละ มีอะไรรึ? ” เจียงลั่วอวี้เลิกคิ้วมองดูหน่วนอวี้ที่กำลังหน้าเสียซึ่งเขาคาดเดาออกแต่แรก “หรือเจ้าคิดว่าไม่ใช่เพราะโจ๊ก ถ้าเช่นนั้น…มันเป็นเพราะอะไรล่ะ? “

         หน่วนอวี้ถูกถามดังนั้นก็ขนลุกชัน เขามองไปยังเจียงลั่วอวี้ซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้า แววตาดูสงสัย แต่ในเมื่อออกตัวปกป้องเจียงลั่วฉินแล้ว จะทำให้เจียงลั่วอวี้เกิดความสงสัยไม่ได้ กว่าที่จะทำให้เจียงลั่วฉินเชื่อใจก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงตอบหัวชนฝา

         “เรียนซื่อจื่อ คุณหนูลงมือทำโจ๊กถั่วเขียวด้วยตนเอง คุณหนูทั้งใจดี มีเมตตาและอ่อนโยน จะทำร้ายพี่ชายตนเองได้อย่างไร ขอซื่อจื่อให้ความเป็นธรรมด้วยนะเจ้าคะ”

         ใจดีอ่อนโยน?

         เจียงลั่วอวี้มองผ่านไปทางด้านหลังเมื่อได้ยินสี่คำนี้ แต่ที่เขาเห็นตอนนี้คือหน้าตาของเจียงลั่วฉินที่ดูราวกับแม่เสือพร้อมจะขย้ำเหยื่ออย่างตนเข้าปาก เขาถามต่อว่า “อ้อ เจ้าหมายความว่า โจ๊กถั่วเขียวไม่มียาพิษงั้นรึ? “

         หน่วนอวี้ที่ทำความผิดไว้รู้สึกคลางแคลงใจที่จะตอบ นางจำได้ว่าตอนที่นางซ่อนยาพิษในซอกเล็บ นางโปรยลงแค่ที่ขนมเม็ดบัวเท่านั้น นางจึงตอบไปว่า “…เจ้าค่ะ”

         เจียงลั่วอวี้เห็นว่านางยังคงยืนยัน ก็ยิ้มด้วยท่าทางแปลกๆ “จุยอวิ๋น”

         องครักษ์ประจำตัวที่อยู่ไม่ไหลขานรับ “ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ”

         เจียงลั่วอวี้จ้องลั่วอวี้ที่คุกเข่าอยู่ด้านล่างบันได เคาะนิ้วมือและออกคำสั่ง “ในเมื่อสาวใช้ของน้องหญิงกล่าวมาเช่นนี้ เจ้าก็ไปเอาโจ๊กถั่วเขียวมาให้นางลองกินดู หากว่าไม่มียาพิษ น้องหญิงก็จะได้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหา จริงไหม?”

         หน่วนอวี้มองตามจุยอวิ๋นที่เดินออกไป และกลับมามองเจียงลั่วอวี้ที่ยืนอยู่ด้านบนของบันไดด้วยความหวาดกลัว

         เจียงลั่วอวี้ปราดตามองนางและหันกลับไปนั่งลงบนเบาะนิ่มที่เดิม ใช้นิ้วเคาะถ้วยชาไปเรื่อย จนกระทั่งจุยอวิ๋นกลับมาพร้อมโจ๊กถั่วเขียว บรรยากาศในสวนก็เงียบสงบ อึมครึมขึ้นมาทันที

         จุยอวิ๋นใช้เวลาไม่นานก็นำชามโจ๊กที่เหลือกลับมาและยื่นให้ตรงหน้าหน่วนอวี้ หน้านางซีดเผือดและเหลือมองไปที่เจียงลั่วอวี้ พูดด้วยความกล้าๆ กลัวๆ “ซื่อจื่อ…ข้าน้อย…”

         “ทำไม ไม่กล้ากินรึ? ” เจียงลั่วอวี้พูดตัดบท มองนางด้วยสายตาเย็นชาและรอยยิ้มเย้ยหยัน “เจ้าพูดเองนี่ว่า โจ๊กถั่วเขียวนี่คุณหนูผู้ใจงามของเจ้าทำเองกับมือ ไม่มียาพิษแน่ หรือว่าเจ้าไม่เชื่อใจแม้กระทั่งเจ้านายของเจ้าเอง? “

         พูดจบ หน่วนอวี้ก็รู้ว่าว่าเสื้อของนางถูกกระตุก หันไปมองก็เจอหน้าเจียงลั่วฉินที่กำลังหน้าหงิกหน้างอ “หน่วนอวี้ เจ้าไม่ต้องไปฟังเขา โจ๊กนั่นไม่มียาพิษ เจ้ากินมันได้ จะได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ด้วย กินมันซะ!”

         “เห็นไหม นายเจ้าสั่งให้เจ้ากินแล้วนะ” เจียงลั่วอวี้รีบพูดสำทับคำน้องสาว “กินเสียสิ”

         หน่วนอวี้มองดูนายหญิงตนที่กำลังเร่งเร้า และมองไปยังเจียงลั่วอวี้ที่นั่งอยู่บนเบาะอย่างสบายใจ นางมือสั่นรับถ้วยโจ๊ก ในใจคิดว่าโจ๊กนี่ตนเป็นคนบอกให้นายหญิงทำไปให้พี่ชาย ข้าวกับถั่วตนเองก็เป็นคนคัดล้าง ไม่น่ามีปัญหาแน่ถ้าจะต้องกินมันลงไป

         “…ได้เจ้าค่ะ”

         เจียงลั่วอวี้มองดูนางหยิบช้อนตักโจ๊กเข้าปาก รอยยิ้มหายไป เขาหรี่ตาลง และกำมือจนแน่น

         “โอ๊ย…ท้อง…ข้าปวดท้อง…” กินไปไม่กี่คำ เจียงลั่วฉินก็เห็นสาวใช้หน้าเปลี่ยนสี ชามในมือหล่นแตก สองมือกุมเข้าที่ท้อง ส่งเสียงขอร้อง “ในโจ๊ก ในโจ๊กมียาพิษ…ช่วยข้าด้วย…ซื่อจื่อ ช่วยข้าด้วย…”

         “ข้าไม่ใช่คนวางยา เจ้าจะให้ข้าช่วยอย่างไร?” เจียงลั่วอวี้มองดูหน่วนอวี้ที่กำลังปวดท้องอย่างทรมานและร้องขอให้ตนช่วย จากนั้นมองไปที่น้องสาวตนที่มีสีหน้าตกใจ

         “นั่นไง คนที่วางยาอยู่ตรงนั้น เจ้าไปขอร้องนางสิ บางทีอาจจะยังทันเวลา”

         “ไม่นะ…ไม่…ข้าไม่ได้ทำ! ข้าไม่ได้วางยา! ยาพิษในโจ๊กนี่ข้าไม่ได้เป็นคนทำ!” เจียงลั่วฉินมองดูหน่วนอวี้ที่กำลังใช้มือหนึ่งกุมท้องด้วยความทรมาน อีกมือก็ดึงชายกระโปรงของนาง ทำเอานางตกใจถอยหนี นางมองไปที่เจียงลั่วอวี้แล้วตะโกน

         “เจ้านั่นแหละ! เป็นเจ้าแน่ๆ ที่คิดจะฆ่าพี่ฆ่า เลยวางยาลงในโจ๊กที่ข้าทำ!”

         “น้องหญิง ข้าไม่ใช่ผีห่าซาตาน จะได้รู้ว่าวันนี้เจ้าจะต้มโจ๊กถั่วเขียวหรือถั่วเหลืองหรือว่าไม่ต้ม ข้าจะได้เอายาพิษไปใส่ได้บังเอิญขนาดนั้น เจ้าคิดมากไปเอง” เจียงลั่วอวี้เอียงตัวอิงกับที่วางแขนและเอามือเท้าคาง ทำท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว มองดูหน่วนอวี้ที่กำลังทรมาน

         “แต่ว่าหน่วนอวี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย เจ้าวางยาพี่ชายเจ้าแล้ว เหตุใดยังจะทำร้ายสาวใช้ผู้ภักดีของเจ้าอีกเล่า? “

         หน่วนอวี้ที่กำลังทุรนทุรายกลิ้งเกลือกไปบนพื้นจนเสื้อผ้าเลอะเทอะ เดิมทีนางคิดว่ายาพิษนี่เจียงลั่วอวี้เป็นคนวาง แต่เมื่อฟังเขาพูดแล้วนางก็เริ่มเปลี่ยนความคิด

         “คุณหนู…คุณหนูเจ้าคะ…ข้าน้อยซื่อสัตย์กับท่าน…ถ้าท่านทำจริงๆ ท่านก็เอายาถอนพิษให้ข้าน้อยเถอะ…ข้าเจ็บเหลือเกิน…ปวดเหลือเกิน”

         เจียงลั่วอวี้มองสาวใช้ด้วยความตกประหม่า ถอยหนีมือของหน่วนอวี้ที่เอื้อมมาหา ราวกับนางเป็นตัวเชื้อโรค เจียงลั่วอวี้นั่งยิ้มมองไปที่หน่วนอวี้ และส่งสายตาเป็นสัญญาณให้กับอวิ๋นไฉ่ นางเข้าใจในทันทีและเอ่ยขึ้น

         “เรียนซื่อจื่อ หลังจากคุณชายกินมื้อเที่ยงเสร็จก็ไม่ได้แค่กินโจ๊กถั่วเขียวเพียงอย่างเดียว แต่ยังกินขนมเม็ดบัวด้วย เพียงแต่ว่าหลังกินขนมก็ไม่เห็นเป็นอะไร แต่พอกินโจ๊กไปครึ่งชามก็หมดสติไป ดังนั้นไม่น่าเกี่ยวกับขนมเม็ดบัว ในโจ๊กนั่นคงจะมียาพิษเจ้าค่ะ”

         เจียงลั่วอวี้ฟังเสร็จก็มองไปที่หน่วนอวี้ที่กลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น พูดช้าๆ ว่า “อ้อ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นก็…”

         ยังไม่ทันพูดจบ อวิ๋นไฉ่ก็เห็นอะไรผ่านตาไปอย่างรวดเร็ว นางร้องตะโกน “ซื่อจื่อเจ้าคะ หน่วนอวี้หนีไปแล้ว!”

         เจียงลั่วอวี้ไม่มีท่าทีตระหนก เขายืนขึ้นมองไปทางที่หน่วนอวี้วิ่งหนีพลางเอ่ยปากเรียก “จุยอวิ๋น”

         “ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ”

         เงาดำปรากฏในดวงตาของเจียงลั่วอวี้ เขาออกคำสั่ง “ตามนางไป ดูว่านางไปที่ไหน ไปทำอะไร ระวังอย่าให้คนอื่นมาขวางทางนาง”

         จุยอวิ๋นรับคำสั่งและหายไปในทางที่หน่วนอวี้วิ่งหนีไป

         ซุ่ยเยวี่ยที่อยู่ข้างเจียงลั่วอวี้มองดูจุยอวิ๋นที่ออกไปจากสวน นางย่อตัวลงกระซิบ “ซื่อจื่อเจ้าคะ ท่านกำลัง…”

         เจียงลั่วอวี้มองหน้านาง ตายิ้มแต่ปากไม่ยิ้มด้วย “ทำไม เจ้าคิดว่าข้าจะเอาชีวิตนางใช่ไหม?”

 ซุ่ยเยวี่ยหน้าซีดเพราะไม่คิดว่านายน้อยจาพูดกับตนเช่นนี้ นางยืนขึ้นและส่งเสียงเบาๆ “ซื่อจื่อ ท่าน…”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม