0 Views

        “ไม่ต้อง” เจียงลั่วอวี้หลับตาลงราวกับไม่อยากเห็นเขา ก่อนจะหันตัวกลับเดินเข้าห้องหนังสือไป และพูดทิ้งท้ายว่า “ให้เขายืนตรงนั้นแหละ”

         เหมียนซิงรู้สึกประหลาดใจต่อท่าทีของนายน้อย หากทำได้เพียงแค่น้อมรับคำสั่งเท่านั้น

         แต่ยังไม่ทันที่เจียงลั่วอวี้จะก้าวเข้าห้องหนังสือ ก็มีน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้นลอยมาปนเสียงกระหืดกระหอบ “ซื่อจื่อเจ้าคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”

         “รีบร้อนอะไร” เจียงลั่วอวี้หันตัวมาด้านข้าง หน้าซีกหนึ่งอยู่ใต้เงามืด เขามองดูหว่านเสียะที่กำลังหน้าแดงวิ่งมาด้วยอาการตกใจ “เกิดอะไรขึ้น พูดมา”

         “คุณชายเจ้าค่ะ…เกิดเรื่องที่นั่น…” หว่านเสียะลนลานรีบตอบคำถาม “พี่อวิ๋นไฉ่มาบอกข้าน้อยว่า ตั้งแต่คุณชายกินขนมเม็ดบัวไปเมื่อเที่ยง สีหน้าก็ผิดปกติ ไม่ทันถึงเย็นก็หมดสติไป ท่านรีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ”

         “หมดสติไป?” เจียงลั่วอวี้รู้สึกสงสัย คิดได้ดังนั้นก็หันไปสั่งงานคนข้างตัว แล้วรีบเดินออกจากสวนมรกตไปยังสวนหรงชิ่น

         “เหมียนซิง ไปดูลั่วไป๋กับข้า หว่านเสียะ เรียกซุ่ยเยวี่ยให้ตามข้าไป ส่วนเจ้าเฝ้าห้องไว้ ไม่ว่าใครก็ห้ามให้เข้าไป เข้าใจใช่ไหม? “

         หว่านเสียะถูกทิ้งไว้คนเดียว เดิมทีนางอยากจะตามไปด้วย แต่ต้องทำตามคำสั่ง นางรีบไปตามซุ่ยเยวี่ยที่กำลังสั่งงานอยู่ในครัว

         ในขณะที่หว่านเสียะไปที่ห้องครัว เจียงลั่วอวี้ก็พาเหมียนซิงมาถึงประตูหน้าที่พักของน้องชาย เห็นอวิ๋นไฉ่ที่เฝ้าประตูทำหน้าจนปัญญา เขาจึงรีบถามว่า “ลั่วไป๋คนเดียวใช่ไหม ลั่วฉินเป็นอย่างไรบ้าง?”

         เหมียนซิงรีบตอบ “เรียนซื่อจื่อ คุณหนูไม่เป็นอะไร”

         เจียงลั่วอวี้ใจเย็นขึ้น ถามต่อว่า “พวกเราที่กินขนมเม็ดบัววันนี้เข้าไป ไม่เป็นอะไรกันใช่ไหม?”

         เหมียนซิงพยักหน้า และพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “มันแปลกตรงนี้ เพราะว่าในขนมเม็ดบัวไม่มียาพิษจริงๆ…”

         พูดจบเจียงลั่วอวี้ก็สาวเท้าเดินผ่านอวิ๋นไฉ่ที่ประตู เข้าไปถึงตัวห้องและเดินตรงไปที่เตียงซึ่งลั่วไป๋นอนหมดสติอยู่ ปากเป็นสีเขียวและมีบางจุดเป็นสีม่วง

         “เหมียนซิง รีบไปดูลั่วไป๋”

         เหมียนซิงนั่งลงข้างเตียง จับชีพจรและควักเอาห่อเข็มเงินขึ้นมา เขาแทงเข็มไปที่เนื้อมือบริเวณระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ สักพักก็ดึงออก เขาเฝ้าดูอาการอย่างกังวล

         “เรียนซื่อจื่อ คุณชายถูกวางยา”

         พูดจบเขาก็หยิบขวดยาขวดเล็กๆ หลายขวดขึ้นมา เขาเอายาต่างๆ มาผสมกันแล้วป้อนเข้าปากลั่วไป๋ที่หมดสติอยู่ “ยังดีที่ไม่ใช่พิษร้ายแรง แค่หมดสติไปเฉยๆ ข้าน้อยผสมยาถอนพิษให้แล้ว เดี๋ยวข้าน้อยจะเขียนใบสั่งยา ท่านให้คนไปจัดยามาให้คุณชายดื่ม ก็จะฟื้นขึ้นมาได้เอง”

         ได้ยินว่าน้องชายพ้นขีดอันตรายก็เบาใจ สีหน้าเขาดีขึ้น แต่แววตายังคงหนักอึ้ง เขาหันไปมองสาวใช้ที่ยืนกระวนกระวายอยู่ด้านหลัง “อวิ๋นไฉ่ เจ้าเอาขนมที่เหลือ รวมถึงกล่องที่ใส่มาและจานชามมาให้เหมียนซิงตรวจดูอีกที”

         อวิ๋นไฉ่ได้ยินเสียงนายน้อยก็รีบขานรับ “เจ้าค่ะ ซื่อจื่อ”

         ในขณะที่กำลังสนทนากัน เหมียนซิงตรวจรู้แล้วว่าความผิดปกติอยู่ที่ไหน เขาหันไปหาเจียงลั่วอวี้ “เรียนซื่อจื่อ กล่องที่ใส่และขนมไม่มีปัญหา แต่บนจานที่ใส่…เหมือนจะมียาพิษโรยไว้ ยังดีที่ขนมชิ้นที่คุณชายกินเข้าไปเปื้อนยาพิษเพียงเล็กน้อย”

         “ยาพิษ? “

         ตอนที่ส่งมาจากที่พักเขายังไม่มียาพิษ เหตุใดพอมาถึงที่พักของเจียงลั่วไป๋แล้วถึงมียาพิษขึ้นมาได้?

         เจียงลั่งอวี้พูดเสียงทุ้มต่ำ “อวิ๋นไฉ่ ข้าให้หว่านเสียะเอาขนมมาส่งที่สวนหรงชิ่น ตอนที่เจ้าเอาขนมไปให้ลั่วไป๋ ระหว่างทางได้เจอกับใครหรือไม่?”

         อวิ๋นไฉ่ได้ยินคำถาม สีหน้าก็เปลี่ยนไป ดูเหมือนว่านางจะละเลยเรื่องสำคัญไป นางรีบคุกเข่าลงกับพื้น

         “เรียนซื่อจื่อ เวลาที่คุณชายอ่านหนังสือในห้องหนังสือ จะไม่ให้ข้าน้อยเข้าไปรบกวน ดังนั้นทุกครั้งที่มาส่งอาหารและขนม ก็จะเข้าไปวางไว้ในห้องพักก่อน รอจนเสร็จมื้อเที่ยงก็ค่อยไปยกมาให้คุณชาย ระหว่างนั้น…ข้าน้อยนึกได้แล้วเจ้าค่ะ วันนี้หลังจากที่ซื่อจื่อให้คนนำขนมมาให้ คุณหนูพาหน่วนอวี้เอาของกินมาให้คุณชายด้วยเหมือนกันเจ้าค่ะ”

         เจียงลั่งอวี้ได้ยินชื่อหน่วนอวี้ เขาก็กำหมัดแน่น หันไปมองลั่วไป๋ที่ยังสลบอยู่บนเตียง เขาเม้มริมฝีปาก

         เจินซื่อ

         เจินซื่ออีกแล้ว!

         เดิมทีคิดว่าเจินซื่อจะแก้แค้นตนเรื่องที่ตีชิงหงตายเพราะสมุดบัญชี ใครจะคิดว่าเพิ่งกลับจากงานในวัง นางก็อดใจไม่ไหวที่จะเอาคืน ซ้ำยังกล้าถึงขนาดคิดจะวางพิษเจียงลั่วไป๋!

         ถ้าเขามาช้ากว่านี้ และเจียงลั่วไป๋ถูกพิษจนตาย เขาก็จะถูกสงสัยว่าเป็นคนวางยาน้องชายเพราะคิดจะฮุบมรดกไว้คนเดียว ชื่อเสียงก็จะกลายเป็นชื่อเสียจนไม่มีที่จะยืนต่อไปในจวนจวิ้นหวัง

         เขาประมาทเกินไป

         การที่เขาเอาชนะเจินซื่อและเจียงฮุ่ยมาได้ตลอด มันทำให้เขาลืมที่จะป้องกันตัวไปหรืออย่างไร?

         ถ้าหากวันนี้เจียงลั่วไป๋ไม่ได้ถูกพิษเพียงเล็กน้อย แต่กลับนอนตายอยู่ตรงหน้า เขาถึงจะรู้ว่ากำลังก้าวเท้าตามรอยชาติก่อนที่ต้องมีจุดจบเหมือนเดิมอย่างนั้นหรือ?

         เขาพยายามควบคุมสติและร่างกายที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธ สายตาเย็นยะเยือกจนดูน่ากลัว ปราดตามองไปที่อวิ๋นไฉ่ “เจ้าให้พวกเขาเข้าไปในห้องอย่างนั้นรึ?”

         “เรียนซื่อจื่อ ตอนนั้นคุณหนูกับข้าน้อยรออยู่นอกห้อง ส่วนหน่วนอวี้ยกโจ๊กถั่วเขียวเข้าไปในห้องเจ้าค่ะ” อวิ๋นไฉ่รู้ว่าเรื่องในวันนี้ตนทำไม่ถูก ตอนนี้นางกลัวจนตัวสั่น

         “ข้าน้อยไม่นึกว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เห็นหน่วนอวี้วางของแล้วก็…เป็นความผิดข้าน้อยเอง ทำให้คุณชายต้องเป็นแบบนี้ ข้าน้อยยอมรับโทษเจ้าค่ะ”

         เจียงลั่วอวี้กุมมือตัวเองจนแน่น เขาเงียบไปสักพักและก็ถอนหายใจ “ลุกขึ้น คราวหน้าอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก มิเช่นนั้นข้าคงให้เจ้าดูแลลั่วไป๋ต่อไปไม่ได้อีก”

         อวิ๋นไฉ่ที่คุกเข่าอยู่ตัวเกร็ง ได้ยินว่านายน้อยไม่เอาผิด นางรีบก้มหัวคำนับ “ขอบพระคุณซื่อจื่อที่ยกโทษให้ข้าน้อยเจ้าค่ะ”

         เจียงลั่วอวี้ครุ่นคิดพักใหญ่ แววตาก็เกิดประกาย ความโกรธหายไปกลับมายิ้มได้อีกครั้ง “อวิ๋นไฉ่ เจ้าไปสืบข่าวที่สวนเจินเว่ย แสร้งทำว่าเจ้าเพิ่งรู้ว่าลั่วไป๋ถูกวางยาจนหมดสติ รายงานเรื่องนี้ให้เจินซื่อรู้ ดูว่านางมีท่าทีอะไร แล้วกลับมารายงานข้า”

         อวิ๋นไฉ่รีบขานรับ “เจ้าค่ะ ซื่อจื่อ”

         อวิ๋นไฉ่เดินออกไป เจียงลั่วอวี้หันไปพูดกับคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง “เหมียนซิง เจ้าอยู่ที่นี่ดูแลลั่วไป๋ ถ้าได้ยินเสียงอะไรด้านนอกหรือลั่วไป๋ฟื้นขึ้นมา ก็ห้ามไว้ อย่าให้เขาออกไป”

         เหมียนซิงรับคำ เพราะรู้ว่าเขาต้องการให้ตนใช้ความสามารถในฐานะคนของหานเจียงเก๋อคุ้มครองเจียงลั่วไป๋ให้ดีที่สุด

         “ทางนั้นส่งหน่วนอวี้มาลงมือและเข้าใจว่าพวกเขาซื้อตัวอวิ๋นไฉ่ไว้ได้แล้ว รอจนนางไปรายงานเรื่องนี้ให้เจินซื่อรู้ ไม่นานหรอก หน่วนอวี้ก็จะรู้ข่าวและมาพร้อมกับลั่วฉิน”

         เจียงลั่งอวี้เดินออกจากห้อง มองไปที่ซุ่ย้ยวี่ยที่กำลังยืนรออยู่ที่ประตู เขายิ้มและเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงน่าสนุก “แล้วพอลั่วฉินเห็นลั่วไป๋หมดสติเพราะขนมที่ข้านำมาให้ น้องข้าคนนี้จะต้องมาเอาเรื่องกับข้าแน่นอน”

         ซุ่ยเยวี่ยไม่กล้าพูดตอบอะไรไป ได้แต่กังวลนายน้อย พอคิดจะเอ่ยปากพูด นายน้อยก็เงยหน้าขึ้นมาออกคำสั่ง “ซุ่ยเยวี่ย เจ้ากลับไปเรียกจุยอวิ๋นมาพบข้า ข้ามีเรื่องให้เขาไปจัดการ”

         ซุ่ยเยวี่ยเงยหน้ามองและต้องตะลึงกับแววตาอันทอประกายของนายน้อย “เจ้าค่ะ ซื่อจื่อ”

         เจียงลั่วอวี้พูดจบก็มองซุ่ยเยวี่ยที่รีบวิ่งออกไป ส่วนตัวเขาก็เดินไปตามทาง แต่ยังไม่ทันก้าวเท้าไปได้ไกล หางตาก็มองไปเห็นเงาสีขาว เขาหยุดฝีเท้าลง จ้องมองไปที่ร่างคนที่ครึ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังกำแพง ส่วนที่ครึ่งโผล่ให้เห็นว่าเป็นชายในชุดสีขาว

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม