0 Views

        เจียงฮุ่ยรับกระดาษมาด้วยความดีใจ กำลังจะเปิดอ่านดูก็พลันสังเกตได้ว่า นางกำนัลกำลังถอยห่างออกไปจากนางเหมือนกำลังจากตีตัวออกไป นางจึงนึกสงสัยและเก็บกระดาษไว้ด้านหลังและถามเสียงหนักแน่น

         “ช้าก่อน ข้ายังไม่รู้เลยว่าเจ้าเป็นนางกำนัลตำหนักไหน ทำไมถึงกล้าแอบอ้างองค์รัชทายาทว่าทรงใช้เจ้ามาส่งจดหมายให้ข้าที่ยังไม่ได้ออกเรือนเช่นนี้? “

         “คุณหนูเจียงเจ้าคะ ท่านอย่าเสียงดังสิเจ้าคะ!” นางกำนัลเห็นว่าเจียงฮุ่ยเกิดความสงสัยและเสียงดังราวกับอยากจะให้คนรู้ นางหน้าซีดและกวาดตามองไปรอบๆก่อนจะพูดต่อ “จริงๆ นะเจ้าคะ…รัชทายาททรงให้ข้าน้อยมาส่งสารจริงๆ ข้าน้อยมิกล้าพูดปด…”

         “อ้อ? ” เจียงฮุ่ยหรี่ตา มองไปยังนางกำนัลที่กำลังหน้าเสีย นางสอดกระดาษเข้าแขนเสื้อและพูดเสียงไม่ช้าไม่เร็ว “เจ้าว่ารัชทายาทส่งเจ้ามา เจ้ามีหลักฐานอะไรล่ะ? “

         “ข้าน้อย…ข้าน้อยเป็นนางกำนัลในวัง ที่รับใช้ฮองเฮาเจ้าค่ะ” นางกำนัลเห็นสีหน้าเจียงฮุ่ยที่สงสัยนาง ก็รู้ง่านางกำลังระแวงว่าสารที่ส่งมานั้นจะเป็นแผนการที่มีคนคิดจะใส่ร้ายนาง ส่วนเจียงฮุ่ยก็คิดว่าหากเป็นเรื่องจริง โอกาสที่ตนจะได้เจอกับรัชทายาทอาจจะคลาดไป นางกำนัลรายงานต่อว่า

         “งานครั้งที่แล้ว ข้าน้อยได้มีโอกาสถวายงานฮองเฮาและเจอกับองค์รัชทายาท เมื่อครู่ฮองเฮารับสั่งให้ข้าน้อยไปเอาของ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมรัชทายาทถึงเรียกให้ข้าน้อยเอาสารนี้มาให้สตรีในชุดส้มลายดอกซิ่งฮวาเจ้าค่ะ”

         เจียงฮุ่ยก้มลงมองชุดสีส้มของตน แต่ก็ยังไม่เชื่อสนิทใจ รีบถามต่อว่า “ชุดลายดอกซิ่งฮวา? แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าแซ่เจียง?”

         นางกำนัลยังคงเห็นว่าเจียงฮุ่ยจี้ถามไม่หยุด นางยิ้มและตอบไปว่า “ข้าน้อยก็เพิ่งได้ยินเมื่อครู่ตอนที่พวกท่านสนทนากันนี่แหละเจ้าค่ะ…ถ้าคุณหนูเจียงไม่เชื่อ ก็ตามข้าน้อยไปที่ป่าซิ่งฮวาให้เห็นกับตาว่าใช่องค์รัชทายาทไหม หากไม่ใช่ข้าน้อยยินดีรับโทษเจ้าค่ะ! “

         “ตกลง” เจียงฮุ่ยยังสงสัยในตัวนางกำนัล และคิดว่าการจะไปยังฝ่ายหน้าจะเป็นการไม่บังควร อีกใจก็คิดว่าถ้าสารนี้เป็นของจริง นางก็จะพลาดโอกาสนี้และทำร้ายน้ำใจรัชทายาท อาจจะไม่มีครั้งหน้าแล้วก็ได้

         คิดไปคิดมา นางสำรวจนางกำนัลที่ตลปากรับคำอย่างดีก็ตัดสินใจที่จะตามนางไป

         “ข้าจะลองเชื่อเจ้าดู นำทางไป”

         นางกำนัลเห็นว่านางตอบตกลง ก็รีบพานางเดินออกไปจากศาลากลางน้ำตามทางที่ไม่ค่อยมีคน เจียงฮุ่ยเดินตามนางด้วยความระแวดระวัง ตามองไปรอบตัว สังเกตเห็นว่าทางที่นางมาแขกเหรื่อเริ่มน้อยลง แต่องครักษ์และนางกำนัลกลับมากขึ้น

         เจียงฮุ่ยมองดูเหล่าองครักษ์และนางกำนัลที่ไม่มีท่าทีขัดขวางนาง ใจก็เต้นรัว หรือว่านางจะเข้าใจผิด? รัชทายาทอาจไม่ได้อยากเจอนางเป็นการส่วนตัว แต่อยากจะคุยเรื่องเกี่ยวกับจวนจวิ้นหวัง?

         ในขณะที่กำลังสับสน นางกำนัลก็พาเดินออกมาทางที่ปูด้วยหินสายเล็กๆ สายหนึ่ง เดินไปไม่นานก็หันมาพูดว่า “คุณหนูเจียง ถึงแล้วเจ้าค่ะ”

         ได้ยินว่าเดินมาถึงที่แล้ว เจียงฮุ่ยก็ละสายตาจากบรรดาองครักษ์และนางกำนัล หันมามองนางกำนัลที่นำทางมา และมองผ่านหลังนางไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

         “เป็นป่าซิ่งฮวาที่งดงามจริง”

         นางพูดจบ ก็เตรียมจะเดินเข้าไปด้านใน กลิ่นหอมกำจายออกมาจากป่า แต่ยังไม่ทันเข้าไปก็ต้องหยุดฝีเท้า เพราะเห็นว่านางกำนัลไม่ตามมาด้วย นางเกิดความสงสัยจึงหันไปถาม “เข้าไม่เข้าไปกับข้าหรือไง? “

         นางกำนัลย่อตัวลงด้วยความเคารพ “ข้าน้อยจะคอยอยู่ด้านนอก ถ้าคุณหนูมีอะไรเรียกใช้ ก็เรียกข้าน้อยได้เลยนะเจ้าคะ”

         เจียงฮุ่ยฟังแล้วหยุดครุ่นคิด แต่แล้วก็อดใจไม่ไหว ทำตามความต้องการของตนเองเดินเข้าป่าซิ่งฮวาไป โดยมีนางกำนัลยืนยิ้มรออยู่ด้านนอก

         “…เหตุใดจึงไม่มีคน หรือว่าข้ามาเร็วเกินไป รัชทายาทยังเสด็จมาไม่ถึง?” เจียงฮุ่ยยังคงแอบมองไปที่นางกำนัล กลัวว่านางจะหายไป

         แต่ผ่านไปสักพัก นางกำนัลก็ยังคงไม่มีทีท่าจะจากไป นางจะค่อยเบาใจ หันไปมองดอกซิ่งฮวาที่งานสะพรั่งอยู่บนลำต้นขนาดใหญ่

         ผู้หญิงกับดอกไม้เป็นของคู่กัน เจียงฮุ่ยก็เช่นกัน

         “ป่าซิ่งฮวานี่กว้างใหญ่เสียจริง ดอกซิ่งฮวาก็สวยงามมาก รัชทายาทยังมาไม่ถึง แอบเด็ดมาสักกิ่งดีกว่า”

         ใบหน้าของนางกระทบกับแสงแดดที่สาดส่องลงมาทำให้ดูงดงามจริงนัก ความงามของนางกับดอกซิ่งฮวาผสานเข้ากันได้อย่างกลมกลืน มือเรียวงามราวหยกเอื้อมไปเด็ดกิ่งดอกซิ่งฮวาที่บานได้ครึ่งเดียวมาสูดดมกลิ่นเบาๆ

         ในขณะที่นางกำลังหรี่ตาสูดกลิ่นหอมของดอกซิ่งฮวา ก็พลันได้ยินเสียงผู้ชายสะท้อนก้องไปทั่วป่าด้วยความคาดไม่ถึง

         “เจ้า…”

         “หา! ” เสียงผู้ชายที่ดังขึ้นทำให้เจียงฮุ่ยดีใจและกำลังจะหันไปเอ่ยปากเรียกชื่อรัชทายาท แต่แล้วชายตรงหน้ากลับเป็นชายในชุดสีเหลือง ประดับศิราภรณ์สีทองบนศีรษะ ดวงตามีอำนาจ เครายาวลงมาถึงคอ นางตกใจจนถอยหลังหนี “เจ้า…เจ้าเป็นใคร?”

         เจียงฮุ่ยรู้สึกสับสนมึนงง ได้แต่จ้องเขม็งไปที่ชายชุดเหลือง ด้านหลังชายผู้นั้นมีขันทีคนหนึ่งตะคอกใส่หน้าด้วยสีหน้าดุดัน “บังอาจ! เจ้าเป็นลูกสาวบ้านไหน อยู่ต่อหน้าฝ่าบาท ยังไม่คุกเข่าลงอีก?! “

         “ฝ่าบาท…” เจียงฮุ่ยได้ยินสองคำนี้ก็มือไม้อ่อนหมดแรง รีบคุกเข่าลงบนพื้น กิ่งดอกซิ่งฮวาก็พลอยร่วงลงไปด้วย “หม่อมฉันเจียงฮุ่ย ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปี! “

         ตอนนี้ในหัวของนางสับสนวกวนไปหมด ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองฮ่องเต้ รู้แต่ว่าตัวเองกำลังตัวสั่นงันงก นางไม่เข้าใจว่าทำไมรัชทายาทที่เรียกนางมากลับกลายเป็นฮ่องเต้? ฮ่องเต้เรียกนางมาทำไม? หรือว่า จะทรงต้องพระทัยในตัวนาง?

         คิดเดาไปก็ยิ่งทำให้ตัวเองตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม จากหน้าที่มีสีแดงเลือดฝาดก็กลับกลายเป็นขาวซีด ริมฝีปากซีดเผือดจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้

         ในขณะที่นางกำลังหวาดกลัว ฮ่องเต้ที่ได้ยินชื่อแซ่ของนางก็กวาดตามองไปที่ชุดที่นางสวมใส่และไม่ได้สั่งให้นางลุกขึ้น แต่กลับถามลอยๆ ขึ้นว่า “เจ้าแซ่เจียง?”

         เจียงฮุ่ยใจเต้นไม่เป็นระส่ำ ตัวสั่นเสียงสั่นตอบว่า “ทูลฝ่าบาท ใช่แล้วเพคะ”

         ฮ่องเต้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองดอกซิ่งฮวาที่กำลังเบ่งบาน สายตาดูยังมีความสงสัยปนอยู่ “เจียงฮุ่ย…ชื่อนี้คุ้นหูนัก…”

         หูกงกงผู้เป็นขันทีผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างฮ่องเต้ มองดูเจียงฮุ่ยที่เข้ามาถึงป่าแห่งนี้ และสังเกตชุดสีส้มที่นางสวม เขาก็พูดขึ้นว่า “ฝ่าบาท ชื่อนี้เป็นชื่อของบุตรสาวคนโตแห่งจวนจวิ้นหวังไม่ใช่หรือพะย่ะค่ะ? “

         “อ้อ? ” ได้ยินชื่อจวนจวิ้นหวัง สีหน้าก็เปลี่ยนไป ฮ่องเต้มองไปที่เจียงฮุ่ยและถามขึ้นว่า “เจ้าเป็นลูกสาวคนโตของเจียงสยงงั้นรึ? “

         เจียงฮุ่ยฟังน้ำเสียงฮ่องเต้ดูอ่อนลงกว่าตอนแรก ก็คลายความกลัวลง แต่ยังคงคุมสติตนไว้ไม่ให้เสียงสั่น “ทูลฝ่าบาท ใช่เพคะ”

         ฮ่องเต้ฟังน้ำเสียงนางออกว่าดูหวาดกลัวน้อยลง เขายกมือขึ้นลูบเคราและมองไปที่ชายเสื้อที่ปักลวดลายดอกซิ่งฮวาบนชุดของเจียงฮุ่ย เขาเดินอ้อมนางไปหยุดอยู่ใต้ต้นซิ่งฮวาต้นใหญ่

         “ลุกขึ้นได้”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม