0 Views

        “เรียนนายท่าน เมื่อสิบกว่าปีก่อนที่นายท่านคนก่อนยังอยู่ คนของเราก็แทรกซึมเข้าไปในวังเพื่อรอรับคำสั่งแล้วขอรับ” เมิ่งจิ่วเฉียนก้มหน้ารายงานให้คนหลังม่านฟัง “ดังนั้น ถึงแม้ว่าข่าวที่นายท่านต้องการจะหามาได้ยากเย็นเพียงใด เราก็สามารถสืบมาให้ได้ตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะมาถึงเมืองหลวงแล้วขอรับ”

        รอยยิ้มภายใต้หน้ากากเงินที่บดบังเกือบทั้งหน้าปรากฏรอยยิ้มขึ้น “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็นำมันมาให้ข้า”

        “ขอรับ”

        เมิ่งจิ่วเฉียนได้ยินก็เดินไปที่มุมห้องและเปิดหีบเสื้อผ้าขึ้น เขาหยิบกล่องทรงยาวออกมาจากหีบและใช้กุญแจที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อเปิดกล่องนั้น ในกล่องมีม้วนภาพที่เขาหยิบออกมาส่งให้คนที่อยู่หลังม่านมุก ซึ่งเคลื่อนตัวมาอยู่เบื้องหน้าเขาโดยไม่ทันรู้ตัว

        ม้วนภาพถูกคลี่ออก หน้ากากเงินบดบังจนไม่สามารถเห็นสีหน้า แต่ก็สามารถเห็นได้ว่าแววตาเบิกโพลงขึ้นเมื่อเห็นภาพ “…สตรีในชุดสีส้มในภาพนี้คือนางในดวงใจของฮ่องเต้งั้นรึ?”

        เมิ่งจิ่งเฉียนตอบว่า “เรียนนายท่าน ถ้าจะพูดให้ถูกก็ต้องบอกว่าเป็นนางในดวงใจที่ฮ่องเต้ยังมิได้มาไว้ในครอบครองขอรับ”

        “อ้อ?” ชายภายใต้หน้ากากเงินหันหน้ากลับไปพิจารณาภาพ พลางถามด้วยน้ำเสียงสดใส “งั้นก็น่าแปลก อาเมิ่งรู้ได้อย่างไร? “

        เมิ่งจิ่วเฉียนชะงักไปชั่วครู่และพูดตะกุกตะกัก “นายท่านเรื่องนี้…”

        ชายสวมหน้ากากเงินเห็นอาการแปลกๆ ของเขาก็เอามือจิ้มไปที่ภาพและยิ้ม พร้อมพูดขึ้นว่า “อาเมิ่งดูแปลกไป หรือว่านางในดวงใจของฮ่องเต้จะมีอะไรเกี่ยวพันกับเจ้างั้นรึ? “

        เมิ่งจิ่วเฉียนครุ่นคิดอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมา

        ยี่สิบกว่าปีก่อนโรงน้ำชาหานเจียงเก๋อเปิดกิจการขึ้น เจ้าของที่แท้จริงก็คือเซียวเหยาหวังหรือเจียงอิง ภายใต้การจัดการของเขาทำให้มีสายสืบแฝงอยู่ไปทั่วราวกับใยแมงมุม แม้แต่ในวังก็มีคนของเขา หลังจากที่เขาถึงแก่กรรมเจียงลั่วอวี้ก็มารับตำแหน่งต่อในฐานะเจ้าของกิจการ

        ฐานะที่แท้จริงของนายใหญ่แห่งหานเจียงเก๋อถูกปิดเป็นความลับ มีเพียงเมิ่งจิ่วเฉียนผู้เดียวที่รู้ความจริง ดังนั้นเมื่อเขาได้รับข่าวสารนี้มาจากในวังและถูกซักต่อโดยที่เขาเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดในเรื่องนี้…เขาควรจะทำเช่นไร?”

        “เรื่องนี้…นายท่าน ข้าน้อยคิดว่าเรื่องนี้เป็นแค่การคาดคะเนของสายสืบ มันอาจจะ…อาจจะไม่ใช่เรื่องจริง”

        “ในเมื่อไม่พูดข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าจริงไม่จริง” เจียงลั่วอวี้ภายใต้หน้ากากเริ่มเสียงแข็ง “พูดมาเถอะ”

        เมิ่งจิ่วเฉียนเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมา เจียงลั่วอวี้เดินไปนั่งที่ตั่งและใช้ไฟจากเทียนเผาภาพนั้น เปลวไฟสะท้อนขึ้นในแววตาดำขลับของเขา

        “เอาเป็นว่าข้าไม่เคยรู้เรื่องนี้ ท่านก็ไม่เคยสืบหาเรื่องนี้ หานเจียงเก๋อไม่จำเป็นต้องสืบสาวเรื่องนี้อีกต่อไป”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม