0 Views

        หนานจิ้งหลงในตอนนี้อึดอัดมาก ในขณะที่เจียงลั่วอวี้กระหยิ่มใจที่ได้พูดแขวะศัตรูจนอีกฝ่ายพูดไม่ออก จากที่อีกฝ่ายมองเขาด้วยสายตาเป็นมิตรก็กลับกลายเป็นความระแวงสงสัย ซื่อจื่อยิ้มให้ด้วยริมฝีปากสีแดง พร้อมประสานมือคารวะ

        “มิกล้า มิกล้า ลั่วอวี้เป็นแค่ซื่อจื่อตำแหน่งเล็กๆ จะรับการคำนับจากองค์ชายหนานได้อย่างไร เดี๋ยวจะอายุสั้นกันพอดี เชิญลุกขึ้นเถิด”

        บรรยากาศและคำพูดเช่นนี้ต่อให้คนโง่ก็ดูออกว่าเจียงลั่วอวี้ไม่ชอบใจในตัวหนานจิ้งหลง เย่รุ่ยรู้ว่าทั้งสองคนมีสถานะไม่ธรรมดาและไม่อยากให้มิตรภาพถูกทำลายเลยจะทำหน้าที่คนกลางสมานฉันท์ เขาจึงเดินแทรกขึ้นมาตรงหน้าเจียงลั่วอวี้เพื่อบดบังสายตาของหนานจิ้งหลงที่อยู่เบื้องหลังเอาไว้

        “เอาล่ะพวกท่านสองคนอย่าเกรงใจกันมากเกินไปนักเลย ภาพวาดของเจียงซื่อจื่อในวันนี้ถือเป็นที่หนึ่ง ผลงานเป็นที่ประจักษ์เช่นนี้คิดว่าคงไม่มีใครคัดค้านกระมัง”

        ผู้คนที่เข้ามาห้อมล้อมเพราะถูกดึงดูดด้วยคำพูดเจียงลั่วอวี้ บัดนี้ฟังคำองค์ชายสามก็พากันพูดขึ้นว่า “ขอจงทรงพิจารณา!”

        เย่ลุ่ยเห็นว่าหมู่ชนทั้งหลายเห็นด้วยก็ยิ้มขึ้น และหันไปพูดกับเจียงลั่วอวี้ “ถ้าเป็นเช่นนี้ ข้าขอประกาศให้เจียงลั่วอวี้ชนะการแข่งขันในครั้งนี้”

        เย่ลุ่ยที่ยืนบังหนานจิ้งหลงก็เท่ากับว่ากำลังช่วยปกป้องเขาอยู่ด้วยเช่นกัน เจียงลั่วอวี้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ ในใจเขารู้ดีว่าตอนนี้ยังไม่ควรทำอะไรหนานจิ้งหลง แค้นของเขาไม่ใช่จะจบลงได้ในวันสองวัน ว่าแล้วก็ยิ้มตอบให้เย่รุ่ย

        “ฝ่าบาททรงชมเกินไปแล้ว เป็นเพราะทุกท่านออมมือให้ ไม่เช่นนั้นฝีมืออย่างลั่วอวี้คงไม่ได้รับเกียรติเช่นนี้พะย่ะค่ะ”

        “ไม่จริงๆ เจียงซื่อจื่อถ่อมตัวเกินไป”

        เย่ซวี่มองเจียงลั่วอวี้ที่ได้รับคำชม แม้ว่าจะรู้สึกเห็นด้วยกับคำตัดสินแต่ในดวงตาก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความตกประหม่า เขาลูบกำไลหยกขาวบนข้อมือแสร้งทำเป็นไม่สนใจและเปลี่ยนเรื่องสนทนา

        “นี่ก็จะเที่ยงแล้ว เสด็จพี่แข่งกันเสร็จแล้ว ข้าชักจะหิวแล้วล่ะ”

        เย่ลุ่ยหลังจากชื่นชมเจียงลั่วอวี้แล้วก็กะว่าจะคุยกับเขาต่อ แต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากก็ถูกน้องชายพูดโพล่งขึ้นมาทำเอาสีหน้าเขาที่เดิมสุภาพอ่อนโยนกลับกลายเป็นไม่พอใจ ขณะที่กำลังจะหันไปต่อว่าน้องชายเจียงลั่วอวี้ก็พูดขึ้น

        “เหลียงหวังตรัสถูกต้องแล้ว” เจียงลั่วอวี้ยิ้มและพูดด้วยความนุ่มนวลอย่างที่สุด ตากวาดมองไปที่เย่ซวี่และเย่ลุ่ยและหยุดสายตาลงที่หนานจิ้งหลง “นี่ก็เที่ยงแล้ว และการแข่งขันก็เสร็จสิ้นแล้ว ฝ่าบาททั้งสามไปร่วมเสวยพระกระยาหารด้วยกันดีไหมพะย่ะค่ะ? “

        เย่รุ่ยได้ฟังก็คิดว่าระหว่างรับประทานอาหารก็คงจะสามารถสังเกตเจียงลั่วอวี้ผ่านมารยาทและการแสดงออกบนโต๊ะอาหารได้ และสามารถรู้ได้อีกว่าแท้จริงเป็นคนเช่นไร คบหาได้หรือไม่ ใบหน้าที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายลงแววตาและริมฝีปากก็ยิ้มได้อีกครั้ง

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม