0 Views

        เจียงลั่วอวี้ไม่สนใจว่าเขาจะรอตนหรือไม่ คนหนึ่งเดินนำ อีกคนเดินตาม เลี้ยวลัดไปตามระเบียงคดจนไปถึงศาลาพักร้อนที่คลาคล่ำไปด้วยบรรดาคุณชายในเครื่องแต่งกายหรูหราซึ่งกำลังโอภาปราศรัยกัน รอบกายก็ประกบด้วยสาวใช่และบ่าวไพร่ที่คอยดูแลเจ้านายของตน

        เมื่อใกล้จะถึงศาลา เย่ซวี่ก็หยุดฝีเท้าและหันไปคว้าข้อมือเจียงลั่วอวี้ลากเขาให้ตามมาเร็วขึ้น ผ่านชายสองคนที่ท่าทางดูประหลาดพิกลจนไปหยุดอยู่ข้างกายชายชุดยาวปักลายมังกรม่วง ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรก็ได้ยินเสียงที่ฟังดูตื่นเต้นมาเข้าหู

        ไม่ผิดคาด เจียงเอี๋ยนที่มาถึงก่อนส่งเสียงนั้นออกมา “ฝ่าบาท ท่านพี่ พวกท่านมาถึงเสียที”

        ไม่รอให้สิ้นเสียง เย่ซวี่ก็มองไปที่คนเหล่านั้นเหมือนพวกเขาไม่คู่ควร ก่อนจะพูดเสียงดังกับชายในชุดมังกรสีม่วง “เสด็จพี่ ซวี่เอ๋อร์มาแล้ว พวกท่านกำลังเล่นอะไรกันให้ข้ากับเจียงซื่อจื่อเล่นด้วยสิ”

        “น้องแปด อย่าซนนะ”

        ชายผู้นี้คือเย่รุ่ย องค์ชายสามที่ประสูติจากเต๋อเฟย มีนิสัยนุ่มนวลอัธยาศัยดีจนเลื่องลือไปทั่วเมืองหลวง ครั้งนี้ได้มาเจอกับน้องชายที่ไม่ค่อยได้เจอกันในวังเท่าไรนัก เขารู้ว่ามาที่จวนจวิ้นหวังครั้งนี้ น้องชายคนนี้คงจะมาหาเพื่อนเล่นเป็นแน่แท้ เขาเห็นเจียงลั่วอวี้ที่ถูกลากมาด้วยก็ไม่คุ้นตา แต่ได้ยินเย่ซวี่กล่าวเมื่อครู่ก็พอเข้าใจ

        “ท่านผู้นั้นคงจะเป็นซื่อจื่อแห่งเซียวเหยาหวังที่เพิ่งมาถึงเมืองหลวงเป็นแน่แท้”

        เจียงลั่วอวี้มองไปที่องค์ชายสาม ใจเต้นตุบๆ แต่สีหน้าไม่ออกอาการ เขาสะบัดแขนออกจากมือเย่ซวี่และแสดงความเคารพด้วยรอยยิ้ม “เจียงลั่วอวี้คารวะองค์ชายสาม ขอฝ่าบาททรงพระเกษมสำราญ”

        “เอาแต่พูดประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา พวกเจ้าไม่เบื่อแต่ข้ารำคาญ เลิกคารวะได้แล้ว” เย่ซวี่รู้สึกว่ามือของตนถูกสะบัดออก แต่ก็ไม่ได้หันไปมองเจียงลั่วอวี้ที่อยู่ด้านหลัง เขากลับมองหน้าเย่รุ่ยและลากเสียงยาว “เสด็จพี่ อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่อง เมื่อกี้ข้าเห็นพวกท่านเล่นสนุกกันอยู่ ทำไมพอข้ามาถึงก็หนีไปกันหมด ? คิดว่าข้าเป็นโรคห่ากันหรือไง?”

        เย่รุ่ยเห็นน้องชายพูดเช่นนี้ก็รู้สึกหงุดหงิด จึงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ยิ่งพูดยิ่งไร้มารยาท โรคห่าคำนี้ซี้ซั้วพูดออกมาได้รึ?

        เย่ซวี่เห็นว่าพี่ชายมีสีหน้าไม่พอใจก็เริ่มกลัว ได้แต่ลูบกำไลข้อมือตนและบ่นอุบอิบ “…ก็ได้ ไม่พูดก็ไม่พูด แต่ท่านต้องบอกข้าว่าเมื่อครู่เล่นอะไรกันอยู่ ห้ามปิดบังข้า ไม่งั้นข้าไม่ยอมจริงๆ ด้วย”

        “เอาล่ะๆๆ ข้าละกลัวเจ้าจริงๆ” เย่รุ่ยรู้ว่าขัดใจน้องชายคนนี้ไม่ได้แน่ก็ได้แต่ถอนหายใจ มือรวบพัดเก็บและมองไปที่เจียงลั่วอวี้ซึ่งยืนก้มหน้าอยู่ “ก็ไม่มีอะไรก่อนที่เจ้าจะมาพวกเรากำลังแข่งวาดภาพกัน”

        พูดจบเย่รุ่ยก็เงยหน้าขึ้นและใช้พัดชี้ไปยังคนในศาลาจนไปหยุดที่ชายในชุดดำ

        “เจ้ามองไปที่นั่นสิ ไม่เห็นหรือว่าองค์ชายหนานก็กำลังวาดภาพอยู่เช่นกัน? “

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม