0 Views

        “ดูเจ้าพูดเข้าสิ ครั้งก่อนข้าฝากชิงหงไปบอกว่าถ้าเจ้าชอบก็มาแบ่งจากข้าไปได้อีก เดี๋ยวข้ากลับไปจะให้ชิงหงนำไปส่งให้เจ้าอีกสิบขวด ยาบำรุงนั้นใช้ดีจริงติดที่ตัวยาหายากและราคาแพง และถึงข้าจะให้สูตรเจ้าไปก็ทำออกมาไม่เหมือนหรอก ดังนั้นเจ้าต้องใช้ประหยัดๆ นะ”

        เจียงฮุ่ยได้ยินดังนั้นก็คิดว่าเจียงลั่วอวี้ขี้เหนียว สูตรยาก็ไม่ยอมให้นาง น้ำเสียงและท่าทางนางจึงเปลี่ยนไป แม้ว่าสีหน้าจะยังมีความเกรงใจอยู่บ้าง แต่นางก็แสดงอาการหงุดหงิดสะบัดชายแขนเสื้อไปมา

        “แค่ยาไม่กี่ขวด ท่านพี่ก็บอกสูตรข้าสิ จะได้ไม่ต้องรบกวนท่านอีก”

        ดูเอาละกัน อะไรที่ทำให้นางไม่พอใจ นางก็จะทำให้คนอื่นไม่มีความสุขไปด้วยเช่นกัน นี่แหละคือเจียงฮุ่ย

        “น้องหญิง พูดแบบนี้เหมือนไม่ใช่พี่น้องกันเลย?” เจียงลั่วอวี้รู้ดีว่าตัวตนที่แท้จริงของนางเป็นอย่างไร ชาติก่อนก็เห็นใบหน้าบูดเบี้ยวมาแล้วสิบกว่าปี ทนอีกไม่ถึงปีคงไม่เป็นอะไร เพราะเขาจะต้องจัดการกับนางให้ตายแบบไร้ที่ฝัง จะมาทำแผนแตกตอนนี้ไม่ได้ เช่นนั้นเขาจึงพูดต่อ

        “พี่ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น เพียงแต่ว่าสูตรยานั้นเป็นของท่านแม่ของพี่ มีแค่สาวใช้ที่อยู่มานานถึงจะรู้วิธีทำมันออกมา ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่พอใช้ อีกอย่างสาวใช้ที่เป็นคนปรุงยาก็อยู่ไกลถึงจวนเซียวเหยาหวัง เจ้าเอาไปก็ปรุงออกมาไม่ได้อยู่ดี”

        เจียงฮุ่นฟังแล้วก็รู้ว่าคงจะไม่ได้มาแน่ๆ นางเปลี่ยนสีหน้าให้ดูลำบากใจ ทำตาใส “ท่านพี่พูดถูก ถ้าอย่างนั้นทำอย่างไรดี…”

        เจียงลั่วอวี้เห็นนางกำลังเล่นละคร ก็ยิ้มตอบและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม “น้องหญิงไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวพี่จะเขียนไปแจ้งสาวใช้คนนั้น ในเวลาไม่กี่เดือนต้องปรุงออกมาเสร็จแน่ ถึงเวลานั้นน้องหญิงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่พอใช้”

        เจียงฮุ่ยเห็นเขาตอบตกลงก็กล่าวขอบคุณ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ น้องก็ขอขอบคุณท่านพี่มาก”

        เจียงลั่วอวี้ถอยหลังหนึ่งก้าวก็ยิ้มรับ “เราพี่น้องกัน ไม่ต้องเกรงใจหรอก”

        เจียงฮุ่ยได้สำเร็จสมใจก็ย่อตัวคารวะและหันกลับเดินอ้อนแอ้นนำไป ตามด้วยเจียงปิงน้องสองเพศที่ท่าทางดูหวาดกลัว และเจียงซานน้องสาวต่างมารดา ปิดท้ายด้วยเจียงลั่วฉินที่ทำสีหน้าไม่พอใจพากันเดินเข้าไปในสวน

        เจียงลั่วอวี้มองดูพวกเขาเดินจากไปจนลับตา เจียงเอี๋ยนค่อยๆ เดินเข้ามาคารวะและยืนรอเขา ก่อนจะพากันเดินไปทางที่ไป๋หมิ่นอวี้ยืนอยู่

        “หมิ่นอวี้ ไปกันเถอะ”

        ไป๋หมิ่นอวี้ได้ยินเสียงเรียกก็เงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้านั้นส่งยิ้มมาให้และเรียกหาเขา ส่วนเจียงเอี๋ยนก็ยืนรออยู่ข้างหลัง ไป๋หมิ่นอวี้ค่อยๆ พยักหน้าและยิ้มตอบไปว่า

        “ข้าส่งเจ้าตรงนี้แหละ”

        พูดจบเขาก็ก้มหน้าลง หันหลังเดินกลับไปตามทางที่เดินมา เหลือเพียงชายเสื้อสีขาวลอยพลิ้วให้เห็น ยิ่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกครื้นของงาน ก็ยิ่งทำให้ร่างนั้นดูโดดเดี่ยวมากขึ้นไปอีก

        เงาร่างที่ค่อยๆ จางไปก็ทำให้เจี้ยงลั่วอวี้เข้าใจว่า ทำไมวันนี้ไป๋หมิ่นอวี้ถึงมารอเขาแต่เช้า

        ไป๋หมิ่นอวี้แค่กลัวว่าจะมาสาย แล้วจะไม่ได้พบกับเขาก็เท่านี้เอง

        ใช่สิ เขาไม่เคยคิดถึงสถานะของไป๋หมิ่นอวี้เลย เขาเป็นแค่หลานอาของอนุภรรยาในจวนแห่งนี้ พ่อแม่เป็นใครก็ไม่รู้ จะมีสิทธิ์อะไรไปร่วมงานที่เต็มไปด้วยเจ้าขุนมูลนายเช่นงานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลินี้ได้อย่างไร

        เจียงลั่วอวี้ได้แต่กำมือตนเองแน่นและหักห้ามใจไม่ให้เดินตามเขาไป เขาทำได้เพียงแค่มองร่างในชุดขาวที่ค่อยๆ เดินไกลออกไปจนลับตา

        เจียงเอี๋ยนที่อยู่ข้างๆ เขาเห็นว่าเจียงลั่วอวี้มองแต่มองไป๋หมิ่นอวี้ไม่เดินต่อไปเสียทีก็ร้อนใจ “ท่านพี่ ถ้ายังชักช้าจะพากันสายนะ พวกเรารีบไปกันเถอะ”

        เจียงลั่วอวี้หลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นในดวงตาก็ปรากฏเพียงความว่างเปล่า ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นดูเหมือนจะมีสติกลับคืนมา เขาเห็นเจียงเอี๋ยนที่กำลังดูรีบร้อน ส่วนเจินซื่อกับมู่ซื่อก็กำลังมองมา เขาจึงรับคำ “ไปกันเถอะ”

        เมื่อเจียงลั่วอวี้และเจียงเอี๋ยนจากไป มู่ซื่อก็ถอนหายใจและมีแววตาชื่นชม นางบ่นพึมพำ “ใบหน้าของไป๋ซวงจื่อเสียโฉมขนาดนั้น…แต่ดูเหมือนว่าแม้แต่ลั่วอวี้ก็ยังรู้สึกดีด้วย ไม่ธรรมดาจริงๆ”

        เจินซื่อที่อยู่ด้วยกันได้ยินดังนั้น ในตาก็พลันมีเลศนัย ริมฝีปากเผยอขึ้นดูคล้ายนางกำลังยิ้มเยาะ

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม