0 Views

        เจียงลั่วอวี้มองเขาค่อยๆ เดินห่างออกไป มือสั่นเทา ริมฝีปากเปิดออก แต่คนที่เดินจากไปก็ไม่ได้ยินเสียแล้ว

        “…ไป๋หมิ่นอวี้…”

        สักพักหนึ่งเขาก็ขยับตัวหลังจากหลังจากปล่อยให้ลมเย็นพัดจนตัวแทบแข็ง ในขณะที่กำลังจะเดินกลับเข้ามา สายตาก็พลันมองเห็นยาสีแดงที่หกนองพื้น เขาจ้องมองมันด้วยสีหน้าเย็นชา

        ซุ่ยเยวี่ยที่ยืนถือถาดอยู่ไม่ไกลมองไปยังใบหน้าใต้แสงสลัวที่มองดูเหมือนกำลังครุ่นคิด นางย่อตัวลงและพูดว่า “ซื่อจื่อเจ้าคะ อาหารเย็นมาแล้ว ท่าน…”

        “ไปทำความสะอาดในห้องที แล้วก็ไปจัดการห้องหนังสือด้วย คืนนี้ข้าจะนอนที่นั่น” เจียงลั่วอวี้พูดด้วยสายตาที่ดูอึมครึมท่ามกลางลมพัดโชยผ่านชุดสีคราม “เอาออกไป ข้าไม่หิว ไม่อยากกิน”

        ดวงจันทร์บนฟ้าค่อยๆ โผล่พ้นออกมาจากกลีบเมฆราวครึ่งดวง แสงสีนวลอุ่นสาดส่องลงมาที่สวน ส่องประกายงดงามให้ดอกหยิงฮวาที่กำแพงดูงดงามยิ่ง

        เจียงลั่วอวี้หันไปชมความงามดอกไม้สีเหลืองอ่อนก่อนที่จะหันตัวเดินไปทางห้องหนังสือ แต่ยังไม่ทันที่จะสัมผัสประตู เสียงของซุ่ยเยวี่ยก็ดังตามหลังมา

        “ซื่อจื่อเจ้าคะ ไป๋ซวงจื่อ ไป๋ซวงจื่อ!”

        เจียงลั่วอวี้ที่กำลังจะจับบานประตูตกใจและชะงักมือ ตามองต่ำและบังเอิญไปเห็นชายเสื้อสีขาว

        น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์

        “กลับไปแล้วไม่ใช่หรือ มาทำอะไรอีก?”

        ไป๋หมิ่นอวี้ยืนนิ่งอยู่ที่ประตู สักพักก็เดินมาหาเขาและจูงมือเข้าไปในมุมมืดของห้องที่อยู่เบื้องหน้า จากนั้นยัดสิ่งของบางอย่างลงใส่มือ “ข้าให้เจ้า สวมมันไว้”

        เจียงลั่วอวี้มองไปยังร่างของเขาที่มีแสงจันทร์สาดลงมาตกกระทบเป็นประกาย ก่อนจะรับของที่ถูกยัดใส่มือมา มันเป็นหินที่ไม่ร้อนไม่เย็นลักษณะกลมๆ แบนๆ เขาถามด้วยความประหลาดใจ “มันคืออะไร?”

        “หินหมื่นพิษ” ไป๋หมิ่นอวี้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดดูคลุมเครือ น้ำเสียงของเขาดูแปลกแต่อ่อนโยน “ข้าให้เจ้ายืม มันแก้พิษเสี่ยอิงซาได้”

        เสี่ยอิงซาของเผ่าแม้ว?

        ของล้ำค่าเช่นนี้ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ในชาติก่อนก็เคยแต่ได้ยินหนานจิ้งหลงเล่าให้ฟัง สี่ตระกูลสูงศักดิ์แห่งต้าหลง มีเพียงสกุลมู่หรงที่มีสิ่งนี้ไว้ในครอบครองอยู่หนึ่งชิ้น ไป๋หมิ่นอวี้เป็นหลานอาของหลานอาของไป๋เหนียงจื่อที่เป็นแค่เมียน้อย เหตุใดจึงมีมันในครอบครอง?

        ส่งของเสร็จไป๋หมิ่นอวี้ก็เตรียมตัวจากไป เจียงลั่งอวี้รีบยกมือขึ้นจับชายเสื้อสีขาวและเรียกเสียงเบา “ไป๋หมิ่นอวี้”

        เมื่อถูกรั้งไว้ก็หยุดฝีเท้าลง เขาไม่ได้พูดตอบแต่หันกลับมามอง

        ทั้งคู่ยืนมองตากันท่ามกลางความมืดและเงียบ ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงดังมาจากนอกห้อง

        “มืดแล้วนะเจ้าคะ ถ้าท่านสองคนจะคุยกันต่อ ข้าน้อยขออนุญาตนำโคมเข้าไปให้ได้ไหมเจ้าคะ? “

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม