0 Views

        ทันทีที่แนบหูไปกับประตู นางก็ได้ยินเสียงซุ่ยเยวี่ยที่ดูร้อนรนจนทนไม่ได้

        “ซื่อจื่อ ทำไมท่านต้องมอบของสิ่งนั้นให้คุณหนูใหญ่ไปด้วยล่ะเจ้าคะ พระชายาเคยสั่งไว้ ว่าต้องมอบให้ภรรยาของท่านในวันข้างหน้า ไหนจะไป๋หมิ่นอวี้…”

        เจียงลั่วอวี้กระแอมออกมาเสียก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูรำคาญ “พูดมาก ข้าจะยกให้ใคร ต้องขออนุญาตเจ้าก่อนหรือไง?”

        ซุ่ยเยวี่ยได้ยินนายน้อยตนว่ากล่าวก็ยังไม่ยอมลดละ ยังคงพยายามตักเตือน “แต่ท่านเจ้าคะ ถ้าแบ่งให้คุณหนูใหญ่ไป เดี๋ยวไป๋หมิ่นอวี้มาถามถึง…”

        “ยังไม่หุบปากอีก!” เจียงลั่วอวี้โกรธยิ่งกว่าเก่า “ตั้งแต่มาถึงที่นี่ ข้าดีกับเจ้ามากไปหน่อยถึงได้เหิมเกริมใช่ไหม? หรือว่าไป๋หมิ่นอวี้ดีกับเจ้าเลยต้องมาออกตัวแทนเขา? เขามีค่าเพียงพอกับยาหนึ่งขวดรึ? เจ้าไม่รู้หรือไงว่าใครเป็นเจ้านายที่แท้จริง? คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้ ถ้าข้าไม่สั่ง ไม่ต้องลุกขึ้น!”

        ชิงหงตกใจกับเสียงที่ได้ยิน นางได้ยินเสียงหัวเข่าที่กระทบลงกับพื้นและเสียงขอความเมตตาของซุ่ยเยวี่ย “ซื่อจื่อเจ้าคะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าแค่เปรยดู…ท่านอย่าโกรธข้าเลยนะเจ้าคะ!”

        ชิงหงถอยหลังและเตรียมจากไป ไม่อยู่ฟังต่อ แต่แล้วก็ได้ยินน้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นเคย ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ฟังดูวุ่นวายดังมาจากทางเข้าสวนที่อยู่ไม่ไกลออกไป

        ชิงหงได้ยินชัดเจนว่ายาพวกนี้เดิมทีจะยกให้ไป๋หมิ่นอวี้ และเสียงลวี่อี้ก็ดังแว่วมา

        “ไป๋ซวงจื่อ ท่านอย่ารีบร้อนไป ท่านจะไปพบซื่อจื่อไม่ใช่หรือเจ้าคะ? ไป๋ซวงจื่อ!”

        เสียงจากด้านนอกดังเข้าไปจนคนในห้องได้ยิน ซุ่ยเยวี่ยรายงานให้นายตนทราบด้วยน้ำเสียงกังวล “ซื่อจื่อเจ้าคะ ไป๋ซวงจื่อ…”

        ซุ่ยเยวี่ยพูดจง ชิงหงก็ได้ยินเสียงตบโต๊ะดังปัง ตามมาด้วยเสียงหงุดหงิดที่ดังตามมา “ลนลานอะไร คุกเข่าต่อไป!”

        ชิงหงรู้ว่าตนเองไม่ควรแอบฟังอีกต่อไป เพราะหากถูกจับได้จะต้องถูกจับมาสั่งสอนแน่ๆ นางไม่รอฟังซุ่ยเยวี่ยพูดต่อ รีบหมุนตัวกลับประคองขวดยาเดินออกไปจากสวน เพียงครู่เดียวร่างในชุดแดงก็หายไปจากทางเดินระเบียงแห่งนั้น

        รอจนเสียงฝีเท้าชิงหงค่อยๆ จางหายไป สีหน้าของซุ่ยเยวี่ยและเจียงลั่วอวี้ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ซุ่ยเยวี่ยยังมีแววตากังวล นึกไปถึงเวลาที่ซื่อจิ่อดีต่อไป๋หมิ่นอวี้ก็อดที่จะเอ่ยปากถามไม่ได้

        “ซื่อจื่อเจ้าคะ ไป๋ซวงจื่อได้ยินที่เราคุยกันหมดแล้ว เดิมทีเราตั้งใจแค่ให้ชิงหงได้ยิน ท่านว่าเขาจะ…จะเข้าใจผิดไหมเจ้าคะ?”

        “เขาเข้าใจผิด?” เจียงลั่วอวี้หลับตาลงและใช้นิ้วเคาะโต๊ะ น้ำเสียงดูไม่กังวลหรือร้อนรน ยังคงยังดูสงบเช่นเคย ราวกับไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้

        “เขากับพวกเราไม่ใช่ญาติใช่มิตร ต่อให้เข้าใจผิดก็ไม่เกิดอะไรขึ้น เจ้าคุกเข่าต่อไป รอจนค่ำข้าจะให้เจ้าลุกขึ้น อย่าให้แผนล้มเหลว เข้าใจไหม?”

        ซุ่ยเยวี่ยเห็นเจ้านายตนกลับมาเป็นเหมือนปกติอีกครั้ง นางก็เดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไร แต่ก็เบาใจขึ้น นางแอบพูดเสียงเบาๆ ปนรอยยิ้ม “ซื่อจื่อเจ้าคะ ดูท่านพูดสิ ซุ่ยเยวี่ยดูงี่เง่าหรือเจ้าคะ?”

        “ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งที่สุด!”

        เจียงลั่วอวี้เห็นหน้าตาและน้ำเสียงล้อเลียนของนางก็ยืนขึ้นและพูดชมกลับไปด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง เขาเดินออกไปจากห้อง แสงแดดส่องกระทบลูกตาจนเป็นประกายงดงาม

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม