0 Views

        ไป๋หมิ่นอวี้เห็นว่าเขาเลิกถามแล้ว สีหน้าก็ค่อยๆ กลับเป็นปกติ สักพักใหญ่เขาก็ไอติดต่อกัน และเปล่งเสียงอย่างยากลำบาก “……ซื่อ……จื่อ……”

        เจียงลั่วอวี้เลิกคิ้วมองเขาที่เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่เพราะไอหนักจนใบหน้าที่ขาวซีดกลายเป็นสีแดงก่ำ จึงถอนหายใจเบาๆ และเอ่ยว่า “มีเรื่องหนึ่งที่ไม่ว่าเจ้าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม แต่ข้าจำเป็นต้องทำ”

        เขาพูดพลางหยิบขวดสีแดงขนาดเล็กออกมาจากแขนเสื้อ จากนั้นก็ลุกไปหยิบพู่กันเล็กๆ ก่อนจะกลับมานั่งที่ตั่ง เขาจับพู่กันแต้มสีแดงจากในขวดมาไว้ที่ปลายพู่กัน ใบหน้าเขาเปี่ยมด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นและพูดปลอบประโลม

        “เมื่อคืนหลังจากเจ้าหลับไปข้าก็ให้ซุ่ยเยวี่ยไปหาเจ้าสิ่งนี้มา เจ้ารู้ใช่ไหมว่าคนที่มีสองเพศกับผู้ชายปกติทั่วไป นอกเหนือจากจะต่างกันที่เครื่องเพศและชีพจรแล้ว ที่แขนยังจะมีรอยสีแดงปรากฎอยู่ เพราะฉะนั้น……”

        ไป๋หมิ่นอวี้รู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร จึงหลับตาและยื่นแขนออกไปหาด้วยความอ่อนล้า แขนร่วงลงบนผ้าห่มอันหนานุ่ม ผิวของเขาขาวราวกับจะกลืนไปกับหิมะทำเอาเจียงลั่วอวี้ตกตะลึง

        “ข้า…รู้…แค่กๆ…”

        เจียงลั่วอวี้ยิ้มให้ เขาก้มหน้าบรรจงลากเส้นสีแดงลงบนแขนและค่อยๆ เป่าจนแห้งสนิท จากนั้นก็ปกปิดมันไว้ ซึ่งรอยสีที่ทาลงไปจะล้างไม่ออก เขาพูดกับไป๋หมิ่นอวี้ว่า

        “ยอมให้ข้าทำเช่นนี้ก็ดีกว่าถูกข้าจับตอน ใช่ไหมล่ะ?”

        พูดจบ เส้นสีแดงนี้ก็ปรากฏอยู่บนแขนที่ขาวราวหิมะของไป๋หมิ่นอวี้เรียบร้อยแล้ว

        “พักผ่อนมากๆ” เจียงลั่วอวี้เก็บขวดหยกเข้าแขนเสื้อ เขานำพู่กันแช่ลงในน้ำจนสีกระจายออกคล้ายดอกไม้สีแดง “ใช่แล้ว ข้าจะพาสาวใช้สวยๆ มาให้เจ้าคนหนึ่ง นางเป็นคนของเจินซื่อ ถ้าวางแผนให้ดี เจ้าสามารถใช้นางเป็นเครื่องมือเอาคืนเจินซื่อได้นะ”

        พูดจบเขาก็หันกลับมามองและยิ้มให้กับคนที่นอนอยู่บนตั่ง ในตาดวงของคนคนนั้นส่องประกายระยิบระยับเมื่อกระทบกับลำแสงที่หักเห

        “เจ้าไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก”

        ไป๋หมิ่นอวี้นั่งพิงอยู่บนตั่ง เขาสังเกตได้ว่าเจียงลั่วอวี้มีความสุขที่ได้หยอกล้อเขาและอดไม่ได้ที่จะกุมมืออันเย็นเฉียบ ปากขยับเล็กน้อยจนแทบไม่ได้ยินคำขานรับ

        เที่ยงวันผ่านไป บรรยากาศในสวนมรกตเงียบสงบยิ่งนัก

        เจียงลั่วอวี้เห็นว่าอีกฝ่ายหลับไปอีกครั้ง จึงเดินออกจากห้องตนเองและสั่งให้ซุ่ยเยวี่ยไปแจ้งแก่ไป๋อี๋เหนียงว่าเขาขอตัวไป๋หมิ่นอวี้มารับประทานมื้อเย็นด้วยกันแล้วจึงจะกลับไป ไป๋อี๋เหนียงผู้เป็นมิตรรับทราบและฝากคำขอบคุณด้วยความเกรงใจมากับซุ่ยเยวี่ย

        หมดธุระเรื่องของไป๋หมิ่นอวี้แล้ว เจียงลั่วอวี้ก็ไปนั่งอ่านหนังสือในห้องหนังสือ ปล่อยให้ซุ่ยเยวี่ยจัดการเรื่องที่พัก นางพาองครักษ์มาจัดการบริเวณรอบๆ ที่พักให้เรียบร้อย และให้ชิงหงกับหว่านเสียะกลับห้องไปจัดข้าวของที่ยังทำไม่เรียบร้อยดี และตามด้วยการจัดแจงที่พักให้พวกนาง

        ยามเย็นเข้ามาถึง ซุ่นเยวี่ยเตรียมตัวจะใช้ให้คนไปถามเวลาอาหารที่จะมาส่งจากห้องเครื่องของจวน ในตอนนั้นเองก็มีเงาดำที่ไม่มีใครสังเกตเห็นกระโดดข้ามกำแพงออกไป

        ภายใต้ความมืด ไม่มีใครเห็นการจากไปของเงาดำสายนั้น

        ภายในสวนเจินเวย ชั่วเวลาธูปครึ่งดอก

        ลวี่อี้ในชุดสีเขียว น้ำตานองหน้าคุกเข่าอยู่ที่พื้น นางโขกหัวลงบนพรมพลางร้องโอดโอย “พระชายา ท่านต้องช่วยข้าน้อยนะเจ้าคะ…เดิมทีข้าน้อยถูกส่งไปรับใช้ซื่อจื่อ ข้าไม่อยากไปรับใช้เจ้าคนแซ่ไป๋…”

        เจินซื่อที่นั่งอยู่บนตั่งตัวยาวได้ยินลวี่อี้โอดครวญ จากเดิมที่สีหน้าแย่อยู่แล้ว ยังต้องมาฟังเสียงลวี่อี้ร้องคร่ำครวญอีก ถ้วยชาในจึงถูกขว้างออกไปตกอยู่ข้างกายลวี่อี้ที่ยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม