0 Views

        สาวชุดเขียวก้มหน้าก้มตาด้วยความเขินอายอายไม่กล้ามองนายเจ้านายของตน ได้แต่ส่งเสียงออเซาะ “ลวี่อี้มิกล้าโกหกหรอกเจ้าค่ะ”

        “ดีมาก” เจียงลั่วอวี้ได้ถามย้ำไปและลวี่อี้ก็ตอบมาโดยไม่ลังเล เขาก็พยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “นับแต่นี้ไปเจ้าคือสาวใช้ประจำตัวไป๋หมิ่นอวี้ นายเจ้าไม่ค่อยแข็งแรงเจ้าต้องเอาใจใส่ดูแลให้ดี ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับนายเจ้าข้าจะมาเอาความกับเจ้าเข้าใจใช่ไหม? “

        ลวี่อี้เข้าใจว่าถ้านางรับปากนางก็จะเหมือนกับชิงหงที่ทำหน้าดูแลอยู่ในที่พักของเจียงลั่วอวี้ และนางยังคิดไปอีกว่าคนที่ไม่ได้ออกตัวอาสาอย่างหว่านเสียะจะถูกส่งตัวไปดูแลไป๋หมิ่นอวี้แทน แต่มันกลับตาลปัตรไปหมดนางถึงกับหน้าซีดปากสั่น “ซื่อจื่อ ข้าน้อย…”

        เจียงลั่วอวี้ร้สึกรำคาญ เขารู้ว่านางกำลังจะพูดอะไรต่อจึงโบกมือปัดแสดงอาการห้าม เขาหันไปเรียกสาวใช้ผู้โชคดีที่ยืนก้มหน้าอยู่ “หว่านเสียะ”

        หว่านเสียะรู้ว่าตนไม่ต้องออกไปจากที่นี่ก็ดีใจ นางรีบขานรับทันที “ข้าน้อยอยู่นี่เจ้าค่ะ”

        “ต่อไปนี้เจ้าก็อยู่ที่นี่ต่อไป เมื่อครู่ที่ข้ากำชับกับชิงหงเจ้าก็ต้องปฏิบัติตาม ถ้าทำผิดมีโทษเป็นเท่าตัวเข้าใจใช่ไหม? “

        “น้อมรับคำสั่งเจ้าค่ะ”

        เจียงลั่วอวี้พยักหน้าเข้าใจ ตามองไปที่ซุ่ยเยวี่ย เขาวางถ้วยชาลงหลังจากนั้นก็หันไปสั่งสาวใช้คนสนิทที่กำลังดีใจเพราะลวี่อี้ถูกไล่ออกไปจากที่นี่ “ซุ่ยเยวี่ย เจ้าพาพวกนางไปทำความสะอาดห้องหนังสือ หลังเสร็จธุระที่นี่แล้วข้าจะไปอ่านหนังสือที่นั่นต่อ”

        ซุ่ยเยวี่ยผู้คุ้นเคยกับวิถีการใช้ชีวิตของนายตนขานรับ “เจ้าค่ะ”

        เมื่อพวกนางออกไปหมดแล้วเจียงลั่วอวี้ก็ตรวจตราดูผ้าห่มที่ห่มคลุมอยู่สองชั้นเพื่อความเรียบร้อยอีกครั้ง ในขณะที่กำลังจะลุกขึ้นหางตาก็พลันมองเห็นริมฝีปากอันซีดเซียวเริ่มขยับ และดวงตาสีอำพันคู่นั้นก็เบิกขึ้น

        “เจ้าฟื้นแล้ว”

        เขามองดูไป๋ลั่วอวี้ที่จ้องมองมาที่เขา ดวงตายังดูเหม่อลอยไร้ซึ่งอารมณ์อื่นใด เขายื่นมือไปแตะหน้าผากที่ร้อนจัดและเอ่ยปากว่า

        “เมื่อเช้านี้มีธุระต้องทำแต่เช้าข้าเลยไม่ทันบอกเจ้า เมื่อคืนหลังจากที่เจ้าหลับไปข้าสกัดจุดนิทราและจับชีพจรพร้อมตรวจดูจุดตันเถียนของเจ้า ข้าพบว่าเจ้าไม่มีกำลังภายในเลย เจ้าน่าจะรู้ตัวเจ้าดี วันนี้พอเจ้าสลบไปอีกข้าจึงไม่เชิญหมอในจวนมาดูอาการเจ้า”

        พูดจบคนบนตั่งก็หันหลบไปไออย่างหนัก ใบหน้าที่ขาวซีดแดงขึ้นมาจนน่ากลัว เจียงลั่วอวี้เห็นเขาไอหนักขนาดนั้นก็รู้สึกสงสาร แต่ยังคงพูดต่อไป

        “ดูจากสภาพร่างกายของเจ้าแล้วไม่เหมือนคนไม่มีวรยุทธ์ วันก่อนที่ข้าช่วยเจ้าข้ารู้ว่าเจ้าสามารถฆ่าคนพวกนั้นได้ก่อนที่ข้าจะลงมือเสียอีก แต่เหตุใดจึงไม่ลงมือ ? เจ้าเคยฝึกวิชาอะไร? และเหตุใดจึงกลายมามีสภาพเช่นนี้?”

        ไป๋หมิ่นอวี้ออกแรงเงยหน้ามองด้วยดวงตาที่ยังคงเหม่ลอย สักครู่ก็เปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก รอยแผลบนใบหน้าบิดเบี้ยว ปากขยับแต่ไร้ซึ่งเสียงดังเล็ดลอดออกมา ได้แต่จ้องมองคนที่อยู่ข้างหน้า

        เจียงลั่วอวี้มองตาเขาและรู้สึกราวกับถูกทิ่มแทง ในตาปรากฏความรู้สึกที่ยากจะแตะต้อง เขาพูดพร้อมกับส่งเสียงถอนหายใจออกมา

        “อย่ามองข้าแบบนี้ เจ้าไม่อยากบอก ข้าก็จะไม่ถามล่ะ”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม