0 Views

        ไป๋หมิ่นอวี้รู้สึกตกใจและ สัมผัสได้ถึงลางร้ายที่เกิดขึ้นใจใจ แต่ก็บอกไม่ได้ว่ามันผิดปกติตรงไหน เขาได้แต่กลืนน้ำลายและพูดอ้อนวอนว่า “ท่านพี่ฉินเอ๋อร์นาง…นางยังเด็กท่านพี่โปรดอย่าได้ถือสา…”

        “ข้ารู้” เจียงลั่วอวี้ยิ้มรับและตบไหล่น้องชายเบาๆ “เจ้ากลับไปเถอะพี่คิดมาดีแล้ว”

        หลังจากส่งน้องชายกลับไปจนลับตาเขาก็หันหน้ากลับมาและเดินมุ่งตรงไปยังที่พักของตนเอง

        ยกหน่วนอวี้กับเวินเซียงให้เจียงลั่วฉิน แต่กลับยกอวิ๋นไฉ่ให้เจียงลั่วไป๋คนเดียว ที่ทำเช่นนี้เพราะมีนัยยะซ่อนอยู่

        จำนวนสาวใช้บอกได้ถึงความสัมพันธ์

        ดูเผินๆ เขาต้องการให้เจินซื่อเข้าใจว่าเขาสนิทกับน้องสาวมากกว่าน้องชายแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเจินซื่อจะเข้าใจถึงจุดนี้หรือไม่ เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อจะให้สาวใช้ทั้งสองของน้องสาวไปรายงานเจินซื่อว่าน้องสาวตนเกลียดตนเพียงใด ในขณะที่ตนก็จะแสดงออกไปว่ารักน้องสาวมากกว่าน้องชาย

        เจียงลั่วฉินจึงเป็นเหมือนเป้าล่อให้เจินซื่อมาติดกับที่เขาคิดไว้

        และเมื่อเป้านั้นหมดประโยชน์นางก็จะหันมาหาน้องชายและพยายามทำให้พี่น้องแตกกัน นางจะพูดเกลี้ยกล่อมให้น้องชายยึดมรดกจวนอ๋องและสืบทอดตำแหน่งต่อเสียเองเพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของซื่อจื่อสองเพศอีกต่อไป โดยใช้เจียงลั่วฉินมาเป็นตัวหาเรื่องเพื่อดึงดูดความสนใจออกไป

        ถึงเวลานั้นน้องชายตนก็จะเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจินซื่อและเขาก็ไม่จำเป็นต้องคอยเตือนอีกต่อไป หลังจากนั้นตนเองจะได้วางมือและให้น้องชายช่วยจัดการปัญหาที่เกิดจากน้องสาวแทน ส่วนตนจะได้มีเวลาเตรียมการจัดการกับเจียงฮุ่ยและหนานจิ้งหลงที่กำลังจะปรากฏตัว

        หนานจิ้งหลง

        เมื่อนึกถึงชื่อนี้ขึ้นมาก็มีความรู้สึกเดียวกับตอนที่ได้กลับมาเจอเจียงฮุ่ย เลือดในกายมันร้อนจนแทบเดือด

        งานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิในอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนกำลังจะมาถึง…ดูเหมือนว่าเขาจะมีโอกาสได้เจอหนานจิ้งหลงอีกครั้ง?

        เขาแทบจะทนไม่ไหวแล้ว อยากให้วันนั้นมาถึงโดยเร็ว

        ประตูถูกเปิดออกโดยซุ่ยเยวี่ย เจียงลั่วอวี้มองเข้าไปในห้องก็เห็นชายชุดขาวนอนอยู่บนตั่ง

        เดิมคิดว่าแค่เป็นลมธรรมดา แต่ว่าจนถึงตอนนี้ทำไมไป๋หมิ่นอวี้ถึงไม่ฟื้นเสียที?

        เจียงลั่วอวี้รีบเดินไปที่ตั่งก่อนจะหันไปมองหว่านเสี่ยะที่เฝ้าดูและนั่งอยู่ด้านข้าง เขาเอ่ยปากถาม “เป็นอย่างไรบ้าง?”

        “ซื่อจื่อ ดูเหมือนเขาจะตัวร้อน…ร้อนจัดเสียด้วยเจ้าค่ะ”

        หว่านเสียะดูออกว่าเจ้านายตนกำลังเก็บงำความในใจ เจ้านายของนางคงจะมีแผนการเตรียมไว้แล้ว นางฝืนตอบไปด้วยท่าทีที่เข้มแข็งแต่ยังแฝงไว้ด้วยความรู้สึกสั่นไหว

        ตัวร้อน?

        เจียงลั่วอวี้ขมวดคิ้วยกมือขึ้นแตะหน้าผากไป๋หมิ่นอวี้ เขาสังเกตเห็นว่าดวงตาคู่นั้นเริ่มขยับ คงจะรู้ว่าตนมาถึงแล้วและอยากจะลุกขึ้นมา เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็ได้แต่ถอนใจ ก่อนจะลูบผมที่ปรกอยู่ข้างแก้มขึ้นไป ห่มผ้าให้กระชับและหันไปพูดกับซุ่ยเยวี่ย

        “ไปเอาผ้าห่มในตู้มาอีกผืน แล้วห่มให้เขาอีกชั้น”

        ซุ่ยเยวี่ยมองออกถึงความรู้สึกที่เจ้านายตนมีต่อคนบนตั่ง จึงรีบรับคำและเดินไปที่ตู้ แต่ทันใดนั้นก็มีเงาสีดำแซงหน้านางไปที่ตู้ไม้ ผ้าห่มผืนใหญ่ถูกหอบออกมาด้วยร่างอรชรที่เดินมาอยู่ข้างกายของเจียงลั่วอวี้แล้วส่งสายตาเย้ายวน ก่อนที่จะส่งผ้าห่มให้เขาด้วยอาการเหนียมอาย

        “ซื่อจื่อ ผ้าห่มที่ท่านต้องการเจ้าค่ะ”

        ไม่ทันพูดจบเสียงหวีดร้องวี้ดว้ายก็ดังขึ้น ร่างอรชนร่างนั้นแบกรับน้ำหนักผ้าห่มไม่ไหว ทั้งคนทั้งผ้าจึงล้มลงไปทางเจียงลั่วอวี้ที่นั่งอยู่บนตั่ง

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม