0 Views

        เดิมเจินซื่อคิดว่าเจียงลั่วอวี้จะเลือกแค่สาวใช้สองคนที่เพิ่งเลื่อนขั้นขึ้นมา นางไม่คิดว่าเขาจะขอทีเดียวทั้งหมดหกคน ดังนั้นเมื่อได้ยินเจียงลั่วอวี้เอ่ยปากเช่นนี้นางก็ยังพอยิ้มออกมาได้ และไม่ถามถึงสาเหตุว่าทำไมต้องใช้คนจำนวนมากมาย นางได้แต่รีบตอบรับคำทันที

        “ถ้าซื่อจื่อพอใจก็พาพวกนางทั้งหมดกลับไปได้เลย”

        เจียงลั่วอวี้ยิ้มรับด้วยความดีใจ เขาแสดงความเคารพต่อเจินซื่อ หากแต่สายตาก็มองไปที่สาวใช้เหล่านั้นราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ “ขอบคุณท่านอามากแต่ว่าหกคน…ดูเหมือนจะมากไป”

        พูดจบเขาก็ยกมือขึ้นกวักเรียกน้องชายที่อยู่ด้านข้างโดยไม่หันไปมอง “ลั่วไป๋”

        ลั่วไป๋เห็นสัญญาณมือจากพี่ชายก็รีบเข้าไปหาและขานรับ “พี่ใหญ่”

        เจียงลั่วอวี้เห็นน้องชายเดินเข้ามาหาก็ชี้นิ้วไปที่สาวใช้หนึ่งในสองคนที่หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนจะหรี่ตาลงและพูดว่า “คนนี้…คนนี้ชื่ออวิ๋นไฉ่หรือหว่านเสี่ยะนี่แหละ ข้ายกให้เจ้า”

        เจินซื่อที่ยืนอยู่ด้วยตกใจไปกับคำพูดของพวกเขา นางได้แต่มองแผ่นหลังของทั้งคู่และครุ่นคิดในใจ

        เจียงลั่วไป๋ไม่คิดว่ามาถึงพี่ชายก็จะส่งสาวใช้มาให้ เพราะใจจริงแล้วเขาชอบอีกสองคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่า ไม่ชอบสองคนนี้ที่ยังดูเด็กไป เขาจึงพยายามจะปฏิเสธ “พี่ใหญ่ข้า……”

        เจียงลั่วอวี้พอจะสังเกตสายตาของน้องชายออกว่าพอใจสาวใช้อีกสองคนมากกว่า แต่เขาก็ยังคงยิ้มให้กับน้องชายที่กำลังเคลือบแคลง “ข้าบอกว่าให้เจ้าก็ให้เจ้าสิ รับไปเถอะ”

        “…..ขอรับ” เจียงลั่วไป๋มองตาพี่ขายและกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธเป็นครั้งที่สอง แต่พี่ชายเขาก็ขยิบตาให้เสียก่อน ดังนั้นเขาเข้าใจอะไรขึ้นมาได้ในทันที และจะไม่พูดอะไรต่อ เขาอยากไปแอบดูท่าทางของเจินซื่อว่ามีปฏิกิริยาอย่างไร แต่พี่ชายเขาก็แอบส่ายหัวห้ามไม่ให้ทำเช่นนั้น

        เจียงลั่วไป๋มองดูรายละเอียดของท่าทางที่แสดงออกมา ก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง แต่ก็ยังมีสายตากังวลกับรอยยิ้มจางๆ และเสียงแผ่วเบาเหมือนคนกำลังผิดหวัง “ขอบคุณพี่ชายที่เมตตา”

        เมื่อเห็นว่าน้องชายไม่ขัดขืนอีกต่อไปเจียงลั่วอวั้ก็ยิ้มออกและพยักหน้ารับ “หน่วนอวี้กับเวินเซียง สองคนนี้เจ้าว่ายกให้น้องหญิงดีไหม?”

        เจียงลั่วไป๋ที่เพิ่งได้แบ่งตัวสาวใช้ไปกำลังงุงงงกลับต้องมาเจอคำถามจากพี่ชายต่อก็ได้แต่พยักหน้ารับ แต่มาคิดอีกทีก็ยังแปลกใจ สีหน้าจึงเปลี่ยนไปนิดหน่อย เขาเอ่ยปากถามกับพี่ชายด้วยความสงสัยว่า “พวกนางสองคน? ท่านพี่ฉินเอ๋อร์นาง…”

        “อย่าปฏิเสธเลย วันนี้นางเองก็ไม่มา ไหนว่าจะเชื่อฟังข้าไง? ” เจียงลั่วอวี้โบกปัดมือด้วยความรำคาญ เขาไม่สนใจอาการต่างๆ ของน้องชาย แต่มองไปยังสาวใช้สองคนที่กำลังยืนรอด้วยความนอบน้อม

        “พวกเจ้าสองคน ต่อไปต้องดูแลน้องหญิงของข้าให้ดี ถ้ามีอะไรผิดพลาดข้าจะเอาเรื่องกับพวกเจ้า”

        หน่วนอวี้กับเวินเซียงย่อตัวลงด้วยความเคารพ “น้อมรับคำสั่งเจ้าค่ะ”

        เจียงลั่วอวี้มองด้วยความพอใจและหันไปพูดกับสาวใช้คนสนิทของตน “ซุ่ยเยวี่ยที่เหลืออีกสามคนเจ้าพากลับไปก่อน รอให้ข้ากลับไปแจกแจงอีกที”

        ซุ่ยเยวี่ยสะดุ้งค้างที่ถูกขานเรียกหลังจากที่ถูกปล่อยให้ยืนนิ่งอยู่นาน นางรีบรับคำขึ้นมา “เจ้าค่ะซื่อจื่อ”

        เจียงลั่วอวี้มองดูซุ่ยเยวี่ยที่พาสาวใช้ทั้งสามคนออกไป เขายิ้มร่าในขณะที่เจียงลั่วไป๋ที่ยังอยู่กับที่ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไร ส่วนเจินซื่อก็มีรอยยิ้มที่พึงพอใจและหันไปคุยกับมู่ซื่อเพื่อจัดแจงแบ่งหน้าที่ให้สาวใช้ที่เหลือไปรับใช้เจ้านายคนอื่นๆ ในจวน

        มู่ซื่อคัดเลือกสาวใช้เสร็จก็เดินมายืนข้างๆ เจียงลั่วอวี้ นางมองดูเจียงลั่วไป๋ที่ยืนมองด้วยสายตาสงสัย ท่าทางของเขาดูผิดหวัง แต่เมื่อเขามองตาพี่ชายหน้าตาก็กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง

        “ในเมื่อเลือกสาวใช้เรียบร้อยแล้วอวี้เอ๋อร์ก็ไปเลือกผ้ากับอาต่อนะ ท่านย่ากับท่านอ๋องคัดผ้าเนื้อดีรอไว้แล้ว เมื่อวานนี้ก็กำชับให้อาพาเจ้าไปเลือกเพื่อเอาไว้ตัดชุดสำหรับงานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงในเดือนหน้า”

        เจียงลั่วอวี้รู้ว่ามู่ซื่อต้องการประจบตนจึงยิ้มรับด้วยอาการสงบ “อวี้เอ๋อร์ขอบคุณท่านอาสำหรับเสื้อผ้าชุดใหม่ในเดือนหน้าด้วย”

        เจินซื่อจัดแจงหน้าที่เสร็จก็หันไปมองเจียงลั่วอวี้กับมู่ซื่อที่กำลังสนทนากัน นางถลึงตาใส่มู่ซื่อและพูดเสียงแข็งว่า “คนกันเองจะขอบอกขอบใจอะไรกัน”

        เจียงลั่วอวี้รู้ว่านี่คือภาพของพระชายาสองคนที่มีฐานะใกล้เคียงกันกำลังงัดข้อกัน เขาจึงถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเตรียมตัวออกไปหาไป๋หมิ่นอวี้ เขายิ้มและตอบว่า “ท่านอาพูดถูกแล้ว”

        เจินซื่อถลึงตาใส่มู๋ซื่อด้วยเหตุที่กลัวว่าจะทำเกินหน้าเกินตาตน นางยังไม่ทันได้พูดต่อก็เห็นเขาเดินหันหลังจากไปดูท่าจะไปหาไป๋หมิ่นอวี้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นสีหน้านางก็เปลี่ยนไปทันที

        ในขณะที่เจียงลั่วอวี้เลือกสาวใช้ ไป๋หมิ่นอวี้ยังคงยืนอยู่ใต้เงาไม้ที่เดิม เงาร่างจากต้นไม้ยิ่งทำให้ดวงตาเขาดูหม่นลงไปอีก ลมโชยพัดพาแขนเสื้อเขาปลิวไสว ผมดำขลับยาวประลงบนบ่าปิดซ่อนใบหน้าอีกซีกหนึ่งเอาไว้ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถซ่อนความว้าเหว่เอาไว้ได้

        ว้าเหว่

        สีหน้าแบบนี้อีกแล้ว

        เจียงลั่วอวี้มองดูเขาก่อนจะขยับปากจะเรียกชื่อ แต่แล้วก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา

        คิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนที่เขายังนอนกระอักเลือด พอฟื้นมาก็ถูกจ้องด้วยสายตาที่มองแล้วน่าตกตะลึง ไหนจะเช้านี้ที่หยอกล้อเขาเล่นจนหน้าแดง นี่สิถึงจะเรียกว่าคนที่มีเลือดมีเนื้อจริงๆ

        ดูเหมือนว่าเขาจะสังเกตเห็นสายตาที่มองมาจึงหันหน้ามามองตน ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก หากแต่ดวงตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ร่างบอบบางยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายลมไม่สั่นไหว แต่ดูเหมือนจะอ่อนยวบราวกับถูกกดทับ

        เจียงลั่วอวี้มองดูเขาที่อยู่ในมุมมืดดูคล้ายกับมีเปลวเพลิงลุกไหม้ทำให้เสื้อผ้าปลิวไปมา ผมยาวสีดำขลับเรี่ยลงมาตามบ่าและและใบหน้าที่ดูผ่อนคลาย

        เจียงลั่วอวี้ถอยหายใจยาวและยื่นมือไปจับข้อมือไป๋หมิ่นอวี้ ก่อนจะพาเขาออกมาจากเงาไม้แห่งนั้น

        ไป๋หมิ่นอวี้ที่ยืนอยู่เห็นเจียงลั่วอวี้เดินเข้ามาก็เตรียมจะเดินตามไปด้วย แต่เมื่อถูกดึงมือไปก็สังเกตได้ถึงแววตาที่ไม่ปกติจึงจ้องมองเขา

        เจียงลั่วอวี้ถูกมองด้วยตาสีอำพันก็รู้สึกราวกับกำลังรีบชักมือตนเองออกและไม่กล้ามองตาอีกจึงทำให้ไป๋หมิ่นอวี้ต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไปเลือกผ้ากันเถอะ”

        ไป๋หมิ่นอวี้เห็นเจียงลั่วอวี้พูดจบก็รีบเดินนำออกไปโดยไม่รอ เขากุมมือตนเองไว้ที่ด้านหน้าราวกับไม่กล้าเข้าใกล้ ดูเป็นอาการที่น่าสงสัยยิ่งนัก ทำให้เขาทำตัวไม่ถูกว่าจะเดินตามไปหรือจะยืนรอที่เดิมดีกว่ากัน

        เจียงลั่วอวี้ไม่หันกลับไปมองไป๋หมิ่นอวี้อีกเลยราวกับไม่อยากจะเห็นหน้าอีกแล้ว เขาเดินตัวตรงคุยพลางยิ้มพลางไปกับอาสะใภ้ทั้งสองและค่อยๆ เดินออกไปจากลานบ้านภายใต้สายตาที่เก็บซ่อนอารมณ์ต่างๆ เอาไว้

        เขาไม่กล้าพูดว่าเมื่อครู่เขาเห็นเงาของตนเองในอดีตชาติปรากฏอยู่บนร่างของไป๋หมิ่นอวี้

        ความโกรธเกลียดเคียดแค้นความเจ็บปวดรวดร้าวแต่กลับเก็บกดเอาไว้ปล่อยให้ตนเองทรมาน

        ไม่สิ

        มันผ่านไปหมดแล้ว

        ผ่านไปแล้ว

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม