0 Views

        “ใช่แล้ว ช่วงนี้ของทุกปีจวนของเราจะจัดงานชมดอกไม้ ซื่อจื่ออยู่ต่างแดนเสียนานคงจะไม่เคยเห็นแน่” เจินซื่อมองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่แววตาแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจ นางคิดมาแล้วว่าควรจะพูดอย่างไร

        “อาเกรงว่าเจ้าจะไม่รู้ธรรมเนียมและมารยาทในงาน อีกอย่างเมื่อถึงฤดูร้อนฮองเฮาก็จัดงานเลี้ยงชมดอกบัว อากลัวเจ้าจะทำตัวไม่ถูกก็เลยไปเชิญชาววังที่เชี่ยวชาญให้มาช่วยอบรมไว้แล้ว อวี้เอ๋อร์ เจ้าคงไม่โทษอาว่ายุ่มย่ามมากเกินไปนะ? “

        เมื่อเจียงลั่วอวี้ได้ยินดังนั้นก็รีบแสดงอาการนอบน้อม “ท่านอาทำเพื่ออวี้เอ๋อร์ จะเข้าใจท่านผิดได้อย่างไรกันแต่ว่า……”

        เจินซื่อยิ้มรับและจับมือเขาราวกับไม่ได้ยินน้ำเสียงที่หยุดชะงักไป นางถามต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “แต่ว่ากระไรรึ?”

        เจียงลั่วอวี้รู้ว่าที่นางถามต่ออย่างรวดเร็วก็เพื่อไม่ให้เขามีโอกาสปฏิเสธ เขายังคงแสดงท่าทีเช่นเดิมแต่พูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงไปอีก “นี่จะเป็นครั้งแรกที่อวี้เอ๋อร์จะได้เรียนมารยาทกับชาววัง อวี้เอ๋อร์รู้สึกกลัว ไม่ทราบว่าจะเชิญน้องหญิงมาร่วมเรียนกับข้าได้หรือไม่?”

        เมื่อได้ยินคำถามนี้นางเจินซื่อก็ชะงักไปราวกับว่าเพิ่งจะนึกถึงเรื่องสำคัญได้ สีหน้าของนางเปลี่ยนไปและมองไปที่เจียงลั่วอวี้ซึ่งมีท่าทางจริงจัง “อวี้เอ๋อร์หมายถึงเจียงฮุ่ยรึ? แต่พวกเจ้า…..”

        เจียงลั่วอวี้รู้ว่านางกำลังกังวลเรื่องความเหมาะสม เขาจึงยิ้มรับและพูดต่อว่า “พวกเราเป็นญาติพี่น้องที่สายเลือดใกล้ชิดก็ไม่น่ามีอะไรไม่เหมาะสม…หากอวี้เอ๋อร์ได้เรียนพร้อมน้องหญิง น้องหญิงจะได้ช่วยชี้แนะเวลาที่อวี้เอ๋อร์ทำอะไรผิดด้วยเพคะ”

        เจินซื่อสีหน้าเปลี่ยนไป นางมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ แต่แล้วนางก็ตอบพร้อมรอยยิ้มด้วยน้ำเสียงเห็นด้วยว่า “เจ้าช่างรอบคอบเสียจริง”

        เจียงลั่วอวี้รู้ว่าแผนของเขากำลังจะสำเร็จ เขาจึงแกล้วพูดอ้อมค้อมถึงเรื่องที่ลูกสาวนางถูกกักบริเวณ “โดยเฉพาะตอนนี้…ถ้าน้องหญิงทำผลงานได้ดี คิดว่าท่านย่ากับท่าอาก็น่าจะหายโกรธด้วย”

        เมื่อพูดจบก็เห็นได้ชัดว่าเจินซื่อกำลังครุ่นคิด เขาจึงก้มหน้าลงทำเหมือนเมื่อครู่ ไม่ได้พูดอะไรออกไป มีเพียงรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนริมฝีปากและแววตา

        ถึงแม้ว่าเขาจะดีใจที่เจียงฮุ่ยถูกกักบริเวณ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ…

        เขาต้องการให้เจียงฮุ่ยถูกกักขังอยู่ในความทุกข์ตลอดกาล

        การที่เจินซื่ออ้างเรื่องการเรียนมารยาทขึ้นมาอาจจะแค่ทดสอบว่าเขาหัวอ่อนแค่ไหน หรือในใจอาจจะคิดกลั่นแกล้งหรืออะไรก็ตาม แต่ไม่ว่าอย่างไร งานเลี้ยงในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเขาจะต้องทำให้เจียงฮุ่ยถูกปล่อยตัวออกมาให้ได้

        ในขณะที่ทุกคนกำลังครุ่นคิดโดยปราศจากเสียงสนทนาก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าที่ไม่ไกลนักกำลังใกล้เข้ามา เจียงลั่วอวี้เงยหน้าขึ้นมองเขาก็ได้พบกับหญิงสูงวัยที่หน้าเหี่ยวย่นแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกำลังเดินเข้ามา ที่ด้านหลังของนางมีเหล่าสาวใช้ในชุดสีสดตามมาด้วย และยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งมีแววตาที่มองก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดีอะไร

        ที่แท้ก็คนคุ้นเคยเมื่อชาติก่อน คุ้นจนคุ้นไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

        นางคือคนของเจินซื่อผู้เปี่ยมด้วยความละโมบ ถึงอายุจะไม่มากแต่ก็เต็มไปด้วยประสบการณ์ นับแต่เจินซื่อแต่งเข้ามาในจวน นางคนนี้ก็มีหน้าที่ดูแลบ่าวไพร่ชายหญิง นางมีชื่อว่า เหนียนโหมวโม่ว

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม