0 Views

        เขารู้จักนิสัยของเจินซื่อเป็นอย่างดี

        ถึงแม้ว่านางจะโกรธที่ไม่สามารถกำจัดคนที่นางเกลียดขี้หน้าไปให้พ้นสายตาได้ แต่นางก็จะยังคงระงับอารมณ์ไว้และพยายามคิดหาวิธีเพื่อจะกำจัดคนที่เป็นเสี้ยนหนามตำใจนางให้จงได้

        แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ คนที่ทำให้นางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ไม่ได้ก็มีแต่เพียงไป๋หมิ่นอวี้คนเดียวเท่านั้น

        ถ้าเช่นนั้นก่อนที่เขาจะมาถึงจวนจวิ้นหวังได้เกิดอะไรขึ้นกับไป๋หมิ่นอวี้ ถึงได้ทำให้เจินซื่อเกลียดเข้ากระดูกดำ ซ้ำยังแสดงออกมาให้คนทั้งจวนได้รู้ถึงความรังเกียจนั้นด้วย?

        แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรตอนนี้เขาจะต้องยืมมือไป๋หมิ่นอวี้ที่ร่วมมือกับเขาเพื่อยั่วโมโหเจินซื่อ เขาจะต้องทำให้นางโกรธจนอกจะแตกตายให้ได้ จากนั้นค่อยทำให้ลูกๆ ของนางตกมาอยู่ในกำมือ และตบท้ายด้วยหนานจิ้งหลง

        เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปยิ้มให้กับไป๋หมิ่นอวี้ที่เดินอยู่ข้างๆ

        ทันทีที่คนทั้งหมดเดินผ่านประตูชั้นกลางเข้ามาก็พากันหยุดฝีเท้าลง จากตรงนี้ออกไปไม่ไกลก็คือสวนใบเตยที่เจียงฮุ่ยพำนักอยู่ เจียงลั่วอวี้และไป๋หมิ่นอวี้จับมือเดินกันอย่างสบายใจและส่งรอยยิ้มให้กัน พวกเขาพากันเดินไปจนถึงข้างกายมู่ซื่อ

        เมื่อมู่ซื่อเห็นเจียงลั่วอวี้เดินมาก็อดไม่ได้จะปราดตาไปมองไป๋หมิ่นอวี้ ในใจก็คิดไปว่าซื่อจิ่อคนนี้เพิ่งจะมาถึงวันเดียวก็ทำเรื่องมากมายเสียแล้ว คงจะไม่ธรรมดา จากนั้นนางก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ซื่อจื่อ วันนี้เป็นวันคัดบ่าวไพร่ของจวนเรา ถ้าถูกใจคนไหนก็บอกอาเลยนะ”

        เจียงลั่วอวี้ยิ้มตอบด้วยท่าทีนอบน้อมพร้อมปรายตามอง “อาสะใภ้เกรงใจเกินไปแล้ว”

        ทันใดนั้นทั้งสองก็ได้ยินเสียงของเจินซื่อดังมาไม่ไกลกันนัก “ไป๋เอ๋อร์ วันนี้ถูกใจใครก็บอกข้าเลยนะ”

        ไป๋เอ๋อร์?

        เรียกได้สนิทสนมกระไรเช่นนี้ ใครไม่รู้คงคิดว่าเจียงลั่วไป๋เป็นหลานแท้ๆ ของเมียเอก ส่วนเขาคงจะกลายเป็นลูกเมียน้อยแทน

        เจียงลั่วไป๋ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกมึนงงเช่นกัน เขาหันไปมองพี่ชายและอยากจะส่ายหน้าบอกว่าไม่ใช่ตัวเขาที่บอกให้เจินซื่อเรียกขานตนในแบบนั้น แต่เจียงลั่วอวี้กลับยิ้มให้และพยักหน้าไม่มีท่าทีโกรธเคืองอะไร “น้องรอง เจ้าต้องเชื่อฟังอาสะใภ้นะ”

        ได้ยินเช่นนั้นเขาก็สบายใจจนอาสะใภ้ทั้งสองก็มองอาการออก “ขอรับท่านพี่”

        “พาพวกบ่าวไพร่มาที่นี่ได้แล้ว” เจินซื่อสังเกตเห็นว่าเจียงลั่วไป๋ดูจะเกรงใจและเคารพเจียงลั่วอวี้มาก จึงทำให้นางรู้สึกผิดหวังอยู่ลึกๆ แต่ก็เก็บอาการไว้ได้ นางหันไปยิ้มให้กับเจียงลั่วอวี้และมู่ซื่อที่กำลังเดินเข้ามา

        “อวี้เอ๋อร์ เดี๋ยวเลือกบ่าวไพร่เสร็จแล้วยังมีผ้าที่จะให้เจ้าเลือกด้วย กำลังจะเปลี่ยนฤดูแล้วเจ้ากับฮุ่ยเอ๋อร์ก็น่าจะตัดชุดใหม่กันได้แล้ว อีกหนึ่งเดือนจากนี้จวนของเราจะมีงานเลี้ยงรับฤดูใบไม้ผลิด้วยนะ”

        เจียงลั่วอวี้ได้ยินดังนั้นก็ตัวเย็นขึ้นมา ในใจคิดว่ามาถึงนี่แล้วก็ยังคงยิ้มต่อไปเหมือนเดิม เขาถามกลับด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “…..งานเลี้ยง?”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม