0 Views

แม้ว่าจะเป็นเสียงเบาจนแถบจะกระซิบ แต่ไป๋หมิ่นอวี้ที่อยู่กลางสระบัวก็ดูเหมือนจะได้ยินเสียงของเขา ดวงตาที่หลับอยู่เบิกขึ้น สีหน้าที่เดิมขาวซีดก็ค่อยๆ แดงขึ้นมาทันที

สภาพเขาตอนนี้ดูน่าเป็นห่วง ทำเอาเจียงลั่วอวี้ต้องรีบเดินเข้าไปหาและสัมผัสใบหน้าที่มีอุณหภูมิต่างจากคนทั่วไป กลัวเหลือเกินว่าเขาจะหมดสติไปตรงนั้น เขามองดูตัวเองที่อยู่ในสภาพที่ห้ามให้คนมาเจอ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องลงไปช่วยคนที่กำลังจะตกลงไปในน้ำต่อหน้าต่อตา

“ไป๋หมิ่นอวี้? ไป๋หมิ่นอวี้!”

สิ้นเสียงเรียกดวงคาสีอำพันก็เบิกกว้างขึ้น ร่างอันบอบบางเซล้มลงมาทางเจียงลั่วอวี้ จากนั้นกระอักเลือดออกมาจนน้ำที่อยู่ตรงหน้าถูกย้อมเป็นสีแดง

เจียงลั่วอวี้ไม่คิดว่าจะมาเจอภาพแบบนี้ ตั้งแต่เขาเกิดมาสองชาติอย่างมากภาพที่เห็นก็แค่ทำให้เขาตกใจไม่ถึงกับทำอะไรไม่ถูก เสียงเรียกหนักแน่นขึ้น ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความสงสัย “เจ้าเป็นอะไรไป…ทำไมถึงกระอักเลือด?”

ไป๋หมิ่นอวี้จ้องหน้าเขา ก่อนจะค่อยๆ เดินขึ้นมาจากน้ำและยื่นมือมาหาเขา มองเขาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวราวกับเจ็บปวดจากฝันร้าย มุมปากยังคงมีเลือดไหลลงมาไม่หยุด “อย่า…อย่า…ให้สาวใช้…เห็น…”

พูดจบเขาก็เอื้อมมืออันเย็นเฉียบและสั่นเทามาให้เจียงลั่วอวี้ ยังไม่ทันจะพูดต่อร่างอันบอบบางก็ทิ้งดิ่งลงไปในสระ ดวงตาปิดลงตอนไหนก็ไม่ทันได้สังเกต เห็นแต่เพียงร่างคนทั้งคนจมลงไปในน้ำ

“ไป๋หมิ่นอวี้? ไป๋หมิ่นอวี้?”

เจียงลั่วอวี้ไม่คิดว่าเขาจะล้มไปต่อหน้าต่อตาจึงรีบฉุดเขาขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด เขาคิดถึงคำพูดที่ไป๋หมิ่นอวี้พูดไว้ก่อนหมดสติ จึงได้แต่พาร่างของเขาขึ้นจากน้ำไปหลบหลังภูเขาหินจำลอง

ทั้งสองหลบอยู่ในความมืด เจียงลั่วอวี้จับชีพจรดูก็เห็นว่ามันช่างแผ่วเบาเสียเหลือเกิน เขาถอดถอนใจ จากนั้นก็ตัดสินใจว่าจะพาไป๋หมิ่นอวี้กลับไปดูแลที่ห้องตนก่อน เมื่อดีขึ้นก็จะอุ้มกลับมาส่งที่ห้อง

แต่สภาพตอนนี้คือ เขามาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ จะพูดจะทำอะไรก็ต้องคิดให้ดี และตอนนี้เขาก็ยังดำเนินแผนการไม่เรียบร้อย จะมามีปัญหากับเจินซื่อตอนนี้ไม่ได้จริงๆ เขาไม่ควรจะอุ้มใครกลับไปที่ห้องของตนเอง แต่ไป๋หมิ่นอวี้สั่งไว้ว่าห้ามให้ใครรู้และยังมอบความไว้เนื้อเชื่อใจให้เขา ถึงขนาดยอมเปิดปากพูดด้วย

ถ้าต้องอุ้ม ก็ต้องอุ้มกลับไปล่ะ

เพราะอย่างไรไปหมิ่นอวี้ก็มีสองเพศเหมือนกัน แถมยังเป็นคนรู้จัก ต่อให้ถูกคนมาเห็นว่าอยู่ในห้องเดียวกันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ รอจนเขาฟื้นค่อยให้กลับมาที่ห้องตัวเองก็ได้

เจียงลั่วอวี้พาไป๋หมิ่นอวี้ที่ซ่อนตัวอยู่หลังภูเขาจำลองกลับมาที่ห้องตนอย่างรวดเร็ว เขาเคาะหน้าต่างเป็นสัญญาณให้ซุ่ยเยวี่ยเปิดรับเขาเข้าไป แต่เขายังไม่ได้เข้าห้องทันที กลับพูดออกมาเบาๆ ว่า

“ไปเอาผ้าคลุมสีเข้มมาให้ข้าเร็วเข้า”

ซุ่ยเยวี่ยสังเกตอาการของนายตนที่ดูร้อนรนก็รู้ว่าคงมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง จึงไม่ถามต่อและรีบเปิดตู้คว้าเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มส่งให้เขา

เพียงชั่วเวลาจิบชาครึ่งถ้วยนางก็ต้องตกใจที่เห็นนายของตนอุ้มคนกระโดดเข้ามาทางหน้าต่าง แล้ววางร่างนั้นลงบนตั่ง เขากำชับสาวใช้คนสนิทว่า “ร่างของเขาเปียก เจ้าไปดูตามทางว่ามีรอยน้ำหลงเหลือไหม ถ้ายังมีก็เช็ดให้เรียบร้อยอย่าให้ใครมาเห็นเด็ดขาด”

ซุ่ยเยวี่ยรีบขานรับคำสั่ง ตามองไปยังร่างที่ถูกผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มคลุมไว้ ใบหน้านั้นปรากฏรอยแผลเป็นยาว นางสูดหายใจลึกๆ ก่อนถามว่า “ซื่อจื่อนี่…นี่คือใครเจ้าคะ?”

เจียงลั่วอวี้ฟังคำถามแล้วปราดตามองสาวใช้คนสนิท “รอยเปียกที่พื้นรีบไปจัดการ!”

ซุ่ยเยวี่ยรู้แล้วว่านายน้อยเริ่มไม่สบอารมณ์ นางรีบพยักหน้าไม่กล้าถามต่อ และรีบออกไปจัดการทำตามคำสั่ง

เจียงลั่วอวี้มองไปยังร่างอันเปียกชื้นบนเตียง และผ้าห่มที่ชื้นแฉะ ใบหน้านั้นซีดขาวไปหมด เขาลังเลอยู่สักครู่ก็ยื่นมือไปเปลื้องชุดไป๋หมิ่นอวี้ออกจากตัว

ก็มีสองเพศเหมือนกันทั้งคู่แถมยังอายุอ่อนกว่าเห็นไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมาหรอก

คิดได้ดังนั้นเขาก็ถอดเสื้อออกจากตัวไป๋หมิ่นอวี้ แต่แล้วก็ต้องตกตะลึงเพราะเขาใส่เสื้อตัวในอีกเพียงชั้นเดียวบางๆ ทั้งที่ตอนนี้ยังเป็นต้นฤดูใบไม้ผลิที่อากาศยังหนาวเหน็บ!

ในฤดูนี้แม้แต่ตัวเขาเองที่เคยชินกับอากาศทางเหนือก็ยังทนหนาวไม่ค่อยจะได้ อย่างน้อยก็ต้องใส่เสื้ออีกสองสามชั้นด้านใน เมื่อตอนกลางวันแม้แต่เจียงฮุ่ยก็ยังต้องมีขนสัตว์บุอยู่ด้านในชุดที่สวมใส่ แล้วทำไมเจินซื่อถึงทำกับไป๋หมิ่นอวี้เช่นนี้ แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังไม่ดูแลให้เหมาะสม

หลังจากถอดเสื้อออกไปแล้ว เขาก็หันมาถอดกางเกงให้ด้วยความไม่ตั้งใจ หลังจากมองไปยังร่างกายท่อนบนเขาก็ตกตะลึงเมื่อมองต่อลงมา

เจียงลั่วอวี้ถึงกับตัวแข็งทื่อ แสงวูบวาบจากเทียนทำให้ใบหน้าของเขาดูน่ากลัวราวกับสัตว์ร้ายที่แผ่กรงเล็บออกมา แต่ในชั่วพริบตาเขาก็กลับมาอยู่ในอาการเดิมราวกับว่าภาพเมื่อครู่เป็นแค่ความฝัน

เขายืนนิ่งอยู่ข้างเตียงมองเขม็งไปยังร่างที่สลบอยู่ เขาถอนใจแล้วขานเรียกหาคน “จุยอวิ๋น!”

ทันทีที่เรียกชื่อก็มีเสียงขานรับดังมาจากนอกหน้าต่าง “ซื่อจื่อมีอะไรให้รับใช้ขอรับ?”

เจียงลั่วอวี้หรี่ตาลงและเดินไปทางประตูห้อง เมื่อประตูเปิดออกก็เห็นร่างองครักษ์โค้งรอรับคำสั่งอยู่ภายนอกห้อง “เจ้าเข้าไปข้างในไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนที่นอนอยู่บนเตียง แล้วดูให้ข้าทีว่า…เขามีสองเพศหรือว่าเขาเป็นผู้ชาย!”

น้ำเสียงของเขาฟังดูเยือกเย็นยิ่งนัก

จุยอวิ๋นรับคำสั่ง เขาโค้งคำนับและรีบเข้าไปในห้อง

เจียงลั่วอวี้ยืนรอด้วยใจระทึก จากนั้นไม่นานก็เห็นจุยอวิ๋นออกมาจากห้อง เขาโค้งคำนับและมีท่าทีลังเลแต่แล้วก็รายงานว่า “ซื่อจื่อ เขาเป็นผู้ชายขอรับ!”

เป็นเช่นนั้นจริงๆ!

เจียงลั่งอวี้สูดลมหายใจ สายตาถมึงทึงราวกับจะมองทะลุดอกโบตั๋นที่อยู่เบื้องหน้าออกไปได้ เขาแหงนหน้ามองพระจันทร์บนฟ้าและพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เรื่องนี้ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดรวมถึงซุ่ยเยวี่ยด้วย เข้าใจไหม?”

หลังจากที่จุยอวิ๋นจากไป เจียงลั่วอวี้ก็ยืนใช้ความคิดสักพักก่อนจะหมุนกายกลับไปในห้อง

เมื่อเข้าไปในห้องก็เห็นว่าไป๋หมิ่นอวี้นอนอยู่ในชุดนอนที่ถูกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ในใจก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือทำอย่างไรดี ได้แต่จ้องมองอยู่อย่างนั้น

หากว่าคนในจวนแม้แต่คนเดียวรู้ว่าไป๋อวี้หมิ่นเป็นชาย เขาก็ต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากแน่ การอยู่กับผู้ชายสองต่อสองในห้องทั้งคืนไม่กล้าคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นเลย

แต่ในเมื่อพามาแล้วจะมาเสียใจ และพากลับไปได้อย่างไรกัน

วิธีที่อันตรายที่สุดคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าอย่างนั้น…อาศัยช่วงที่เขายังไม่ฟื้นจับเขาตอนเสีย?

นี่ก็เป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม