0 Views

บรรดาสาวใช้ที่พากันมาออตรงหน้าประตูต่างก็นึกไม่ถึงว่านายหญิงของพวกนางจะเปิดประตูออกมา จึงได้พากันหลบตา แม้แต่บ่าวไพร่ที่อยู่ไกลออกไปก็พากันหลบตามมุมต่างๆ ที่คิดว่าปลอดภัย เหลือเพียงแต่พวกที่ยืนอยู่หน้าประตูที่ต้องรองรับอารมณ์ของเจ้านาย

“…คุณหนู…”

แม่นมอวิ๋นเห็นท่าไม่ดีจึงเข้าไปปลอบใจคุณหนูผู้ที่เติบโตมาด้วยน้ำนมจากอกของนาง “คุณหนูเจ้าคะ มื้อเย็นคุณหนูรับประทานไปไม่เท่าไรเอง ถ้าเกิดว่าหิวขึ้นมาก็บอกข้าน้อยนะเจ้าคะ ข้าน้อยจะเตรียมขนมที่คุณหนูชอบมาให้ทันทีเลยเจ้าค่ะ…”

เจียงฮุ่ยมีสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง แม่นมใจเต้นระส่ำและกำลังจะพูดต่อแต่ทันใดนั้นเสียงแจกันลายครามก็แทรกขึ้นมา มันตกลงแตกกระจายอยู่บนพื้นพร้อมเสียงดังสนั่น แล้วจากนั้นประตูก็ถูกผลักปิดใส่หน้าแม่นม

นางยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตู ใบหน้าซีดเซียวและเกือบจะเป็นลมลงไป โชคดีที่ยังมีสาวใช้อีกสี่คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นรับตัวนางไว้ได้ทัน นางตกใจจนร้องไห้ ภายในบริเวณนั้นเงียบสงัดลงและไม่มีใครกล้าเข้าไปปลอบประโลมคุณหนูอีก

เมื่อจบเรื่อของเจียงฮุ่ยเงาดำก็กระโดดข้ามกำแพงกลับไปทางฝั่งตะวันตก ไม่มีใครสังเกตเห็นเพราะเงานั้นว่องไวดุจแมว เขากระโดดกลับไปยังที่พักของตนแต่เมื่อกำลังจะผลักประตูเข้าไปก็คิดอะไรได้ขึ้นมา

เขา…ลืมอะไรไปหรือเปล่า? หรือว่าลืมไปแอบดูใคร?

เจียงลั่วอวี่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของซุ่ยเยวี่ยที่ปลอมเป็นตนเดินไปมาด้วยความกังวล เขายืนครุ่นคิดสักพักแล้วก่อนจะกระโดดเข้าไปในสวน และมุ่งหน้าตรงไปยังทางที่เขาไม่คุ้นเคย

ถัดไปจากที่พักตนก็เป็นที่พักของน้องๆ สายตาของเขามองเห็นสระที่ถูกขุดเพื่อทำเป็นสระบัวให้กับไป๋อี๋เหนียงที่ชื่นชอบดอกบัวเป็นชีวิตจิตใจ เขาจึงกระโดดไปลงที่ข้างสระ

คอนนี้เป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิในสระจึงปราศจากเงาของใบและดอกบัว แต่ยังสะท้อนให้เห็นเงาสีขาวแสงจันทร์บนผิวน้ำ และเผยให้เห็นใบหน้าที่แม้จะหลับตาแต่มีรอยแผลพาดอยู่

เมื่อครู่คิดว่าตนเองตาฝาดไปกับเงาในน้ำ ไม่คิดว่าสักพักก็ได้เจอกับคนที่กำลังอยากเจอ

ร่างนั้นยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวต้นฤดูใบไม้ผลิในราตรีดึกสงัด เจียงลั่วอวี้มองไปยังบริเวณรอบๆ สถานที่ที่ไร้ซึ่งผู้คน นึกไปถึงเมื่อตอนที่ช่วยชีวิตคนคนหนึ่งจากลำธาร เขาก้าวเดินออกไปและขานเรียกด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “…ไป๋หมิ่นอวี้?”