0 Views

ความสงสัยนี้ทำให้เขารู้สึกหมดหวังในตัวพี่ชายจนหมดคำพูด

ความสัมพันธ์ระหว่างลูกภรรยาเอกกับลูกภรรยารองนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม แม้ว่าพวกเขาจะรักกันมากแต่การกระทำของพี่ชายก็น่าสงสัย หรือจะเป็นเพราะว่าเมื่อไม่มีท่านพ่อแล้วพี่ใหญ่อาจคิดว่าตัวเขาที่เป็นลูกชายซึ่งเป็นผู้ชายแท้ๆ เพียงคนเดียวจะมาฮุบสมบัติทั้งหมด

เจียงลั่วไป๋คิดวกไปวนมาในใจว่าจะทำอย่างไรให้พี่ชายเลิกสงสัยในตัวเขา ทันใดนั้นเจียงลั่วอวี้ก็ถอนหายใจยาวๆ แล้วขานเรียก “น้องรอง”

เจียงลั่วไป๋ที่กำลังใจลอยก็มีสติกลับมาด้วยเสียงเรียกของพี่ชาย “…พี่ใหญ่ท่านเรียกข้าหรือ?”

“ที่นี่ยังมีใครที่ข้าจะเรียกว่าน้องรองได้อีกหรือ?” เจียงลั่วอวี้มองไปที่หน้าน้องชายซึ่งกำลังมึนงง ทำให้นึกไปถึงเงาสายนั้น รอยยิ้มของเขาก็ยิ่งปรากฏชัดขึ้น

เจียงลั่วไป๋เป็นหนึ่งในญาติสนิทที่เขามีเหลืออยู่ไม่มาก อีกทั้งยังรักและห่วงเขาจากใจจริง ซึ่งดูจากกิริยาที่เขาแสดงออกเมื่อครู่ก็พอจะรู้ได้

ถ้าเจียงลั่วไป๋มีสติปัญญามากพอก็เท่ากับจะมีคนช่วยเขาอีกแรงและแผนที่คิดไว้ก็จะสำเร็จเร็วขึ้น บางทีนี่อาจจะได้ผลดีเกินคาดด้วยซ้ำไป

ในชาตินี้คนเดียวที่เขาจะเชื่อใจและใช้ได้ดุจแขนขา ณ เวลานี้ก็มีเพียงน้องรองคนนี้เท่านั้น

ส่วนน้องหญิง…ดูท่าแล้วไม่น่าจะใช้การได้

เจียงลั่วไป๋ไม่คิดเลยว่าหลังจากย้ายมาอยู่ในจวนจวิ้นหวังแล้วพี่ชายจะพูดจาดีกับเขาเช่นนี้ เขาตื้นตันจนขอบตาเริ่มแดง และรีบขานรับว่า “พี่ใหญ่” เขาเขินจนไม่รู้จะเอามือไปไว้ที่ไหนดี

เจียงลั่วอวี้เห็นอาการน้องชายก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เห็นท่าทางลนลานของน้องก็รู้ว่าน้องชายคนนี้ยังเด็กเกินไป เกรงว่าจะเก็บความลับไม่อยู่ แต่เอาเป็นว่ายังเหลือเวลาอีกตั้งสามปีกว่าที่เขาจะถูกใส่ร้ายจนหลุดจาตำแหน่งซื่อจื่อ จากนี้ก็ค่อยๆ ดูกันไป และรอให้น้องโตกว่านี้อีกสักหน่อยดีกว่า

เจียงลั่วอวี้คิดได้ดังนั้นก็ปล่อยมือจากป้ายคำสั่งทหารที่ซ่อนติดตัวไว้ตลอด ก่อนยกมือขึ้นลูบหัวน้องชายและพูดด้วยน้ำเสียงปลอบประโลมว่า “พี่รู้ว่าเจ้ารู้สึกอย่างไรนะ”

นี่ทำให้ขอบตาของเจียงลั่วไป๋แดงก่ำขึ้นอีก เขาพยักหน้ารับจนเจียงลั่วอวี้อดที่จะขำไม่ได้

ถ้าไม่ได้มาเกิดใหม่เขาก็คงไม่มีโอกาสเห็นภาพของน้องชายขี้แยคนนี้ เขาดึงน้องชายเข้ามากอดไว้เพื่อปลอบใจ “น้องรองที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัย พี่รู้ว่าเจ้าเป็นคนฉลาด เจ้าอยู่ดูแลฉินเอ๋อร์ต้องระวังให้มากนะ”

น้องชายตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา สักพักพวกเขาแยกออกจากกัน สายตาที่มองกันมีแต่ความเข้าใจและความซาบซึ้งใจ น้องชายมองไปที่พี่ผู้เป็นซื่อจื่อก่อนจะยกมือขึ้นคารวะและเอ่ยปาก

“พี่ใหญ่ลั่วไป๋กับฉินเอ๋อร์ขอตัวไปพักก่อน พรุ่งนี้เช้าจะมาคารวะพี่ใหญ่แต่เช้านะขอรับ”

“อืม” เจียงลั่วอวี้เห็นน้องชายปรับอารมณ์ได้เป็นปกติก็รู้สึกพอใจในตัวเขา พลางยิ้มและตอบว่า “พวกเจ้าเดินทางมาไกลคงเหนื่อยมากรีบไปพักเถอะ เมื่อครู่ได้ยินอาสะใภ้บอกว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันคัดเลือกบ่าวไพร่อย่ามาสายนะ”

เจียงลั่วไป๋ทำหน้าตาจริงจังและลากแขนน้องสาวตัวดีให้ขานรับ “ขอรับพี่ใหญ่”

ตั้งแต่ชาติก่อนนางก็ชอบทำหน้าบูดหน้าเบี้ยว มาชาตินี้ก็ยังคงไม่ต่างกัน แต่ไม่ว่าชาติไหนน้องรองของเขาก็ยังพร้อมที่จะอยู่ข้างเขาเสมอ เจียงลั่วอวี้หรี่ตาลงและกระดิกนิ้วไปมา

สัญญาณชัดเจนที่ส่งให้เมื่อครู่ เจียวลั่วไป๋น่าจะเข้าใจแล้วล่ะ

พรุ่งนี้ต้องเป็นวันเผด็จศึก

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม