0 Views

เมื่อเจียงลั่วอวี้พูดจบ เจินซื่อก็ดูเหมือนจะซาบซึ้งในน้ำใจแต่นางก็ไม่ได้ทำตามข้อเสนอแนะ เขาจึงรู้ว่าครั้งนี้คงจะเล่นงานนางได้ไม่ง่าย

เขาได้เปรียบตั้งแต่ที่หน้าจวน ครั้งนี้ที่เขาทำสำเร็จก็เพราะนางไม่ระวังตัว แต่ถ้าครั้งต่อไปเขาทำอะไรผิดพลาดก็อาจจะถูกนางจับได้

เขาจึงหยุดพูดทันทีและแสดงอาการนอบน้อมเดินตามเจินซื่อและมู่ซื่อ แต่แล้วเขาก็กระพริบตาถี่และยิ้มขึ้นมา

ต้องหาอะไรมาสร้างความลำบากใจให้นาง ต้องหามาให้ได้!

คิดได้ดังนั้นเขาก็มองไปยังคนที่เขาพามาด้วยซึ่งตอนนี้หลบอยู่ที่มุมมุมหนึ่ง ไป๋หมิ่นอวี้ยังคงรออยู่ที่เดิม เขายิ้มและขานเรียก

“หมิ่นอวี่มานี่สิ”

“หมิ่นอวี้” เมื่อคำนี้ดังขึ้นเจินซื่อก็เปลี่ยนสีหน้าทันที ส่วนมู่ซื่อก็เบิกตาโพลงมองไปที่เจียงลั่วอวี้ด้วยสายตาประหลาดใจ เจียงลั่วอวี้รู้ว่ามู่ซื่อยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่เพิ่งมาถึงหน้าจวน ไป๋หมิ่นอวี้ค่อยๆ เดินเข้ามาหาเจียงลั่วอวี้

แม้ว่าจะยืนรอมานานแต่หน้าตาไป๋หมิ่นอวี้ก็ไม่มีท่าทีเหนื่อยล้ายังคงนิ่งเฉยเหมือนเมื่อตอนมา ถึงรอยแผลบนหน้าขาวใสจะยังคงอยู่ก็ตาม อดคิดไม่ได้ว่าถ้าปราศจากแผลนี้ใบหน้าของเขาจะงดงามเพียงใด

เจียงลั่วอวี้คว้ามือเขาไว้ และรู้สึกได้ว่าครั้งนี้เขาไม่ต่อต้านแล้ว อีกทั้งยังยอมให้จับมือแต่โดยดี รอยยิ้มจึงกว้างขึ้นอีก น้ำเสียงก็ผ่อนลง มองไปที่มู่ซื่อที่สีหน้าไม่ดีและกล่าวกับนางว่า

“เมื่อครู่ก่อนที่ข้าจะเข้าไปด้านใน หมิ่นอวี้กลัวว่าข้าจะหลงทางเลยรอข้าออกมาแล้วจะพาข้าไปสวนตะวันตกด้วยกัน เขาเลยรออยู่ที่ด้านนอกทำให้เป็นการเสียมารยาท ขอท่านอาทั้งสองอย่าขันข้าเลยนะ”

มู่ซื่อเห็นสีหน้าแย่ๆ ของเจินซื่อก็อดไม่ได้ที่จะยกแขนเสื้อขึ้นบังหน้าและแอบหัวเราะ นางคิดได้ว่านางต้องอยู่ข้างเจียงลั่วอวี่จึงชิงเอ่ยปากว่า “เสียมารยาทอะไรกัน ซื่อจื่อคิดมากไปแล้ว”

เจินซื่อจ้องไปที่เจียงหมิ่นอวี้แลเห็นท่าทีสนิทสนมของทั้งสองก็พาลให้เกิดโทสะรุนแรง เมื่อสักครู่นี้นางมองเจียงลั่วอวี้ด้วยความชื่นชม ตอนนี้กลับเริ่มมีปัญหา นางกระแอมเบาๆ ก่อนจะเชิดคางขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“ซื่อจื่อฐานะสูงส่ง จากนี้ก็อย่าไปเกลือกกลั้วกับคนชั้นต่ำ เพราะจะพลอยทำให้เจ้ามัวหมองไปด้วย”

เจตนาจะดูถูกไป๋หมิ่นอวี้ชัดๆ

แต่เจียงลั่วอวี้ยังคงนิ่งเฉยเขายิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เทียบกับตำแหน่งซื่อจื่อแห่งเซียวเหยาหวังกับหลานของภรรยารองย่อมเทียบไม่ติด ยิ่งเป็นภรรยารองของอารองฐานะยิ่งห่างกันหลายชั้นนัก

เมื่อคิดมาถึงจุดนี้เขาก็ได้ยินเจินซื่อที่ยิ้มเยาะและพูดด้วยน้ำเสียงจิกกัดต่อว่า “ซื่อจื่อกับคนที่ยืนข้างๆ ถ้าเทียบกันแล้วก็เหมือนหงส์บนฟ้ากับมดบนดิน”

เดิมทีเขาไม่ได้สนใจคำพูดของนางเลย แต่เมื่อได้ยินคำเปรียบเทียบนี้ออกมาจากปากของเจินซื่อเขาก็รู้สึกได้ถึงมือที่จับอยู่ว่ามีอาการสั่นและเย็นขึ้นมาทันที

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม