0 Views

ชายกลุ่มนั้นยังคงถือไม้พลองวิ่งไล่ตามร่างสีขาวต่อไป อีกนิดเดียวก็จะคว้าตัวไว้ได้ แต่ร่างนั้นก็หลบหลีกการจับกุมไปได้ตลอด แม้บางครั้งดูเหมือนจะล้มลง แต่ก็ยังคงหลุดพ้นจากมือคนเหล่านั้นไปได้อยู่ดี

หัวหน้าข้าน้อยเหนื่อยจนหน้าเปลี่ยนสี เขาถอนหายใจแรงและวิ่งไล่ตามต่อพร้อมตะโกนไปด้วย

“ไอ้ลูกหมา ยังจะวิ่งต่ออีก!”

คนอื่นๆที่วิ่งตามมาก็เหนื่อยจนหน้าดำหน้าแดง หัวหน้าข้าน้อยจึงหันไปคำรามใส่ “พวกแกต้องจับมันมาให้ได้ นี่เป็นงานแรกที่ฮูหยินมอบหมายให้เรามา เราจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด ไอ้นี่มันเป็นหลานสองเพศของฮูหยินรองไป๋อี๋เหนียง ต้องจับมันมาให้ได้!”

พูดจบก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่และสำทับต่อ “ไม่ตีมันให้ตาย พวกเราก็กลับไปรายงานผลไม่ได้เหมือนกัน!”

เจียงลั่วอวี้มองลงมาจากเนินเขา สายตาเย็นชามองมาที่ร่างในชุดขาว ตอนนี้เขาที่อยู่ชุดสาวใช้สีขาวพริ้วไสวตามแรงลม ผิวขาวผ่องดุจทองทาและสีหน้าที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ แต่รอยยิ้มกำลังเล็ดลอดออกมาบนใบหน้าเขา

“อี๋เหนียง?”

เมื่อสังเกตเครื่องแต่งกายของกลุ่มชายที่วิ่งตามก็พบว่า มันคือเสื้อผ้าของข้าน้อยไพร่ในจวนจวิ้นหวัง แล้วถ้าพูดถึงหลานสองเพศของอี๋เหนียงที่อายุ12-13 ก็มีแค่หลานของไป๋อี๋เหนียงแห่งจวนจวิ้นหวังเท่านั้น

ไป๋อี๋เหนียงเป็นหญิงที่เพียบพร้อมทั้งความงามและความสามารถ หลังจากที่แต่งเข้ามาในจวนจวิ้นหวังก็สนิทสนมกับซื่อจื่อ จึงเป็นที่ขัดตานางเจินซื่อผู้เป็นฮูหยินใหญ่ นอกจากนั้นเขายังจำได้ว่า ตอนที่เพิ่งเข้าไปอาศัยในจวนจวิ้นหวัง ก็ได้ข่าวว่าหลานของนางหายตัวไป ต่อมามีคนบอกว่าเขาตายไปแล้ว แม้แต่ศพก็หาไม่พบ?

ใครจะนึกว่าการมาเกิดใหม่ครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองมาเจอกัน มันน่าสนุกจริงๆ

คิดได้ดังนั้น เจียงลั่วอวี้ก็ยกมือขึ้น ลำนิ้วรูดไปตามมวยผมและจัดปิ่นไม้ท้อให้เข้าที่เข้าทาง

สักพักเดียว ร่างในชุดขาวก็หมดแรงวิ่ง คนกลุ่มนั้นวิ่งตามมาทันและเอื้อมมือคว้า แต่ปรากฏว่าเจียงลั่งอวี้เคลื่อนตัวด้วยความว่องไวเข้าไปปกป้อง ในมือมีกุมกริชที่มีปลายแหลมคม

“นังเด็กนี่มาจากไหน?! ถอยไปซะ!”

หัวหน้าข้าน้อยวิ่งนำมาจนอยู่หน้าสุดและได้ประจันหน้ากับสาวใช้ที่มีใบหน้างดงาม จากนั้นก็ยกไม้พลองขึ้นมา

เจียงลั่วอวี้ใช้กริชในมือตวัดไม้พลอง แต่ไม่ทันระวังจะสะบัดไปโดนปิ่นปักผมของตัวเอง จนปิ่นหลุดร่วง ทำเอาผมคลี่สยายตามปิ่นที่หล่นลงไป ชายกลุ่มนั้นถึงกับชะงัก

เมื่อเห็นว่าพวกนั้นตะลึงในความงามของตน เจียงลั่วอวี้ชักกริชอ้อมไปด้านหลังและตวัดไปที่คอของคนหนึ่งในกลุ่ม และก็ใช้วิธีเดียวกันนี้กำจัดทุกคนลงได้ แม้แต่คนที่คิดหนีก็ไม่ปล่อยไป แต่ระหว่างนั้นชุดของเขาไม่ได้เปื้อนโลหิตแม้แต่น้อย และรีบไปช่วยร่างที่กำลังจะหมดแรง

ชายหนุ่มในชุดขาวโพลน มีอายุประมาณ12-13ปีฟุบอยู่บนพื้น หายใจแรงภายใต้ชุดที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนสามารถมองทะลุเห็นว่าเขามีผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใย

เจียงลั่วอวี้ยังคงยืนอยู่ที่นั่น รอจนชายคนนั้นหายเหนื่อยและลุกยืนขึ้นด้วยความลำบาก จากนั้นก็เสยผมดำสนิทที่ปกปิดขึ้นไปจนเปิดเผยให้เห็นหน้าตาที่แท้จริง

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม