0 Views

ถึงแม้เจียงลั่วอวี้จะไม่เอ่ยปากองค์หญิงก็ไม่ชอบการกระทำเช่นนั้นของสะใภ้คนนี้อยู่แล้ว ตลอดเวลาที่แต่งเข้ามาในจวนองค์หญิงสังเกตเห็นว่าเจินซื่อผู้นี้เป็นคนใจแคบและละโมบ นางจึงไม่ชอบสะใภ้คนนี้เป็นทุนเดิม

แต่เป็นเพราะตนเองมาพักอยู่ในจวนนี้และต้องไว้หน้าลูกชาย ที่ผ่านมาจึงแสร้งปิดตาข้างหนึ่งทำไม่รู้ไม่เห็นอะไร ช่วงหลังมาสุขภาพก็ไม่ค่อยแข็งแรง อายุอานามก็มากแล้ว เตรียมที่จะมอบอำนาจการดูแลจัดการภายในจวนให้สะใภ้ทำแทน ส่วนตนเองจะได้ถือศีลกินเจในช่วงบั้นปลาย

แต่พอมาถึงวันนี้ ตั้งแต่ที่เจียงลั่วอวี่ยังมาไม่ถึงจวนก็ถูกพวกโจรตามล่า โชคดีที่รอดมาได้ แต่ก็ทำให้ตกใจจนน้ำตานองหน้า เมื่อเข้ามาในจวนแล้วยังต้องมาเจอคนโวยวายเรื่องที่เขาใส่ชุดไว้ทุกข์จนไม่กล้าลุกขึ้นอีก องค์หญิงเลยคาดคะเนได้ว่าถ้าหลานคนนี้เข้ามาอยู่ในจวนถาวรเจินซื่อจะต้องหาเรื่องเล่นงานแน่ๆ นี่ไม่เท่ากับหนีเสือปะจระเข้หรือ?

แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่การคาดเดาเท่านั้น สายตาของนางมองไปยังหลานชายที่กำลังก้มหน้า นางรู้ตัวว่าคงอยู่ทำอะไรได้อีกไม่นานจึงได้แต่หันไปมองเจียงสยง

เจียงสยงเมื่อเห็นสายตาที่มีนัยติเตียนจากมารดาสีหน้าก็ขึงขังขึ้น เขาปราดตามองไปที่เจินซื่อชายาเอกของตนที่กำลังตระหนกตกใจ ก่อนจะกวาดสายตากลับมาที่เจียงลั่วอวี้ผู้น่าสงสาร ส่วนนางมู่ซื่อนั้นยังคงสงบนิ่งไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา สีหน้าของเจียงสยงแสดงถึงความเข้าใจในเหตุการณ์ตรงหน้า เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำว่า

“มีอะไรให้น่าตกใจจนต้องโวยวายออกมานักหนา วันพรุ่งนี้ท่านแม่จะส่งมอบบัญชีต่างๆ เจ้าที่เป็นถึงนายหญิงกลับมาทำท่าทางเช่นนี้ เจ้าจงขังตนเองอยู่ในห้องเพื่อสำนึกผิดเสีย ส่วนเรื่องจัดการบัญชีก็มอบให้สวินหรงเป็นผู้จัดการแทน!”

สวินหรงคือชื่อจริงของนางมู่ซื่อ

เมื่อสิ้นเสียงคำสั่งจากประมุขของบ้านมู่ซื่อก็รีบยืนขึ้นน้อมรับคำสั่ง ส่วนเจินซื่อที่นั่งอยู่ข้างๆ โกรธจนใบหน้าบูดเบี้ยว นางมองค้อนไปยังมู่ซื่อและกำลังจะพูดแย้งขึ้นมา แต่เจียงสยงกลับเบือนหน้าหนีมองไปที่เจียงลั่วอวี้ซึ่งตอนนี้ได้ลุกขึ้นไปนั่งข้างองค์หญิงแล้ว แม้ว่าดวงตาจะยังแดงก่ำแต่มุมปากก็มีรอยยิ้มกันทั้งย่าหลาน เจียงสยงรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

แม้ว่าลูกคนนี้ของพี่ชายตนจะมีสองเพศและอายุยังน้อยจึงดูไม่ออกจะมีความเป็นสุภาพบุรุษมากแค่ไหน แต่สังเกตจากอากัปกิริยาและการแสดงออกก็ทำให้รู้ว่าเป็นคนกตัญญูรู้คุณแค่นี้ก็มากพอแล้ว

เจียงลั่วอวี้มองดูเจียงสยงเอ่ยปากพูดคุย รอยยิ้มของท่านอาดูอ่อนโยนยิ่งนัก เขาแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินการพูดคุยกัน ได้แต่มองดูท่านอาพูดคุยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมกับท่านย่าของตน

ในอดีตชาติด้วยฐานะที่ก้ำกึ่งทำให้เขาได้มีโอกาสเข้าร่วมงานเลี้ยงกับบรรดาฝ่ายใน สตรีชั้นสูงและบรรดาหญิงที่ยังไม่ออกเรือน อีกทั้งยังเคยออกงานกับหนานจิ้งหลงร่วมกับพวกฝ่ายหน้า ดังนั้นเขาจึงรู้วิธีการเข้าสังคมเป็นอย่างดี ต้องพูดจาให้เป็นมงคลและทำตัวให้น่ารัก เอาใจท่านย่าด้วยเรื่องพระเรื่องเจ้า ทำเอาท่านย่ามีความสุขและชมเขาไม่ขาดปาก

ขอเพียงองค์หญิงลี่หยางผู้เป็นย่ามีความสุขเจียงสยงก็ไม่ติดใจอะไรในตัวหลานคนนี้ หน้าตาของเขาจึงเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มแห่งความสุข

เจียงสยงถือเป็นประมุขของบ้าน เมื่อเขารู้สึกดีกับเจียงลั่วอวี้ มู่ซื่อที่ฉลาดเฉลียวก็พลอยชื่นชมหลานคนนี้ไปด้วย ทำเอาเจินซื่อที่อยู่ด้านข้างนั่งหน้าหมองจนน้ำตาแทบไหลริน

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม