0 Views

หากท่านพ่อท่านแม่ยังอยู่ ยังคงมองและยิ้มให้เขา ชาติที่แล้วเขาคงจะได้รับความยุติธรรม ไม่ต้องถูกพวกผู้ดีเหล่านั้นกลั่นแกล้ง ไม่ต้องมาเป็นชายาของหนานจิ้งหลงและถูกเขาใช้เป็นเครื่องมือในสงครามทางการเมือง และก็ไม่ต้องถูกผู้ชายที่ไร้หัวใจคนนั้นหลอกใช้จนตนเองต้องถูกส่งไปอยู่ตำหนักเย็น สุดท้ายก็ต้องตายเพราะดื่มยาพิษ

และวันนี้ก็คงไม่ต้องมานั่งแสดงละครเช่นนี้!

องค์หญิงลี่หยางมองใบหน้าที่ช่างน่าสงสารของเขา นางดึงมือกลับมาและหันไปส่งสายตาให้เจียงสยงผู้เป็นลูกชาย เจียงสยงเข้าใจทันทีว่ามารดาของตนต้องการอะไร

“อารู้ว่าเจ้าเป็นเด็กดี พื้นนั่นเย็นนักเจ้าลุกขึ้นมาเถอะ”

เจียงลั่วอวี้ได้ยินดังนั้นก็เก็บอาการเศร้าโศกเอาไว้ แต่เขายังคงไม่ลุกขึ้นยืนและพยายามฝืนยิ้มเพื่อให้ท่านย่าของเขาดีใจ จากนั้นจึงยกแขนเสื้อขึ้นปาดน้ำตา

ทันทีที่แขนเสื้อถูกยกขึ้นก็ปรากฏให้เห็นเสื้อกระสอบที่เป็นชุดสำหรับไว้ทุกข์ซ่อนอยู่ด้านใน

ภาพที่เจินซื่อเห็นคือคนในตระกูลทั้งสามรุ่นที่แสดงความรักต่อกัน นางรู้ว่าการที่เขาไม่ได้ขานเรียกผู้ใหญ่เพราะกำลังกลั้นน้ำตา นี่ไม่ใช่ความไม่รู้ธรรมเนียมแต่เป็นความกตัญญู นางได้แต่อดกลั้นไฟแค้นในใจเอาไว้ จนเมื่อนางยกชาขึ้นดื่มหางตาก็มองเห็นชุดไว้ทุกข์ที่ซ่อนอยู่ด้านใน นางจึงตะโกนออกไป

“เจ้า…เจ้ายังสวมชุดไว้ทุกข์อยู่อีกหรือ?!”

โดยธรรมเนียมของต้าหลงหากญาติผู้ใหญ่เสียชีวิตจะต้องใส่ชุดกระสอบเพื่อเป็นการไว้ทุกข์

และหากมีญาติผู้ใหญ่เสียชีวิตลงลูกชายลูกสาวจะต้องไว้ทุกข์สามปี แต่เจียงลั่วอวี้ยังเด็กและยังไม่ได้รับสืบทอดตำแหน่ง ซ้ำยังต้องมาขออาศัยในจวนจวิ้นหวัง หากสวมชุดไว้ทุกข์เข้ามาต่อให้สวมไว้ด้านในก็จะต้องถูกต่อว่าว่านำความอัปมงคลเข้ามาด้วย เจียงลั่วอวี้รู้เรื่องนี้มาจากชาติก่อน

แต่ว่าตอนนั้นเป็นองค์หญิงที่เป็นคนเห็น เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่นางมาก และทำให้เจียงสยงดูถูกเขามองว่าเป็นคนอกตัญญู

ดังนั้นครั้งนี้เขาต้องฉลาดขึ้น เขารู้ว่าท่านย่าไม่ได้กลัวสิ่งอัปมงคล ในทางกลับกันนางต้องให้ความสำคัญกับความกตัญญู ยิ่งเขาแสดงความกตัญญูออกมาก่อนหน้าแล้วการใส่ชุดไว้ทุกข์ด้านในย่อมไม่เป็นปัญหา

แต่การกระทำของเจินซื่อนี่สิ โหวกเหวกโวยวายเช่นนี้คงจะคิดว่านี่เป็นโอกาสดีใช่ไหม?

เจียงลั่วอวี้กระหยิ่มใจรีบหดมือไปซ่อนไว้ทำราวกับกลัวเจินซื่อ เขาแสร้งทำหน้าตาตกใจและรีบยัดชุดไว้ทุกข์กลับเข้าไปด้านในตีหน้าเศร้าคุกเข่าอยู่บนที่เดิม แต่ในใจกลับมองเห็นได้ถึงความยืนหยัดในเจตนา

“ท่านย่าอภัยให้หลานด้วย หลานยังไม่ครบกำหนดไว้ทุกข์…ไม่กล้าเลิกใส่ชุดนี้ ถ้าท่านย่ากับท่านอาถือว่ามันไม่เป็นมงคลข้าก็จะ…จะ…”

เจียงลั่วอวี้ก้มหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความปวดร้าวในใจราวกับว่าถ้าท่านย่าท่านอาต่อว่าเขาก็จะพาน้องๆ ไปจากที่นี่ แต่ท่านแววตาของผู้เป็นย่าที่นั่งอยู่บนตั่งมีแต่ความอ่อนโยนเมตตารวมถึงความพึงพอใจก็ได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“เด็กคนนี้นี่พูดอะไรโง่ๆ ไว้ทุกข์ให้พ่อแม่เป็นเรื่องธรรมดา ข้าจะไปถือสาอะไรกัน คนในตระกูลเดียวกันทั้งนั้น เจ้ารีบลุกขึ้นมา อาของเจ้าก็บอกแล้วนี่ว่าพื้นนั่นมันเย็นเลิกคุกเข่าได้แล้ว ดูเจ้าก็บอบบางเสียขนาดนี้ลมพัดทีเจ้าก็แทบจะล้มลงไปแล้ว เจ้าเป็นถึงซื่อจื่อนะ…มานั่งกับย่านี่มาให้ย่าดูเจ้าให้เต็มตาหน่อย”

เจียงลั่วอวี้ได้ยินดังนั้นก็รู้ว่าตนเองมาถูกทางแล้ว รอยยิ้มอ่อนๆปรากฏบนใบหน้า เขาเงยหน้าและเตรียมลุกขึ้นยืนแต่ทันใดนั้นเองเขาก็แสดงท่าทีเกรงกลัวนางเจินซื่อที่อยู่ด้านข้าง จึงได้แต่เม้มปากและส่งเสียงเบาว่า

“แต่เมื่อครู่…อาสะใภ้…”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม