0 Views

เขาพาไป๋หมื่นอวี้มาถึงลานหน้าที่พักขององค์หญิงลี่หยางก่อนจะหยุดฝีเท้าลง มือที่จับกันก็ปล่อยออก เขายืนค้างอยู่ที่นั่น จนกระทั่งมืออันเย็นเฉียบมาโดนที่มือเขาจึงรู้สึกตัว เขายิ้มและหันไปพูดกับไป๋หมิ่นอวี้ว่า

“จับมือเดินไปกับข้าได้แล้วสินะ?”

ไป๋หมิ่นอวี้เห็นรอยยิ้มบนหน้าเขาก็รีบชักมือกลับ

แต่ครั้งนี้เจียงลั่วอวี้อาศัยความไวคว้ามือเขาไว้ได้ ทั้งคู่พากันเดินไปเบื้องหน้า สาวใช้เลิกม่านเปิดทางให้พวกเขา เจียงลั่วอวี่ถามขึ้นว่า “อาสะใภ้เข้ามาก่อนข้า ตอนนี้คงจะถึงแล้วใช่ไหม”

สาวใช้ที่ถูกถามเพิ่งจะรู้จักฐานะของผู้ที่ถามตนจากแม่เฒ่าคนหนึ่ง ทำให้รู้สึกตื่นเต้น ได้แต่ก้มหน้าตอบว่า “เรียน…เรียนซื่อจื่อ พระชายา พระชายารออยู่ด้านในแล้วเจ้าค่ะ”

เจียงลั่วอวี้มองสาวใช้คนนั้นด้วยความจำในอาการพูดราวกับคนติดอ่าง แม้ว่านางจะเลิกม่านให้เขาผ่านเข้าไป แต่เขากลับหยุดตรงนั้นและปล่อยมือไป๋หมิ่นอวี้ “ขอโทษนะ ข้าเดินไวไปหน่อย เลยพาเจ้ามาถึงห้องท่านย่าด้วย ข้าทิ้งเจ้าไว้ตรงนี้…แบบนี้ดีเลย อีกเดี๋ยวข้าจะพาน้องๆออกมา รบกวนเจ้าช่วยพาพวกข้าไปที่ห้องพักฝั่งตะวันตกด้วย ข้าไม่รู้ทาง”

ไป๋หมิ่นอวี้มองดูข้อมือที่ถูกจับจนแดงเพราะถูกลากให้ตามมา และก็มองไปที่สาวใช้ซึ่งมีอาการประหม่าที่กำลังเลิกม่านรอ เขาเหมือนจะรู้ว่าเป็นความตั้งใจของเจียงลั่วอวี้ แม้ว่าไม่อยากร่วมมือ แต่ก็พยักหน้ารับปาก

เจียงลั่วอวี้เห็นเขาพยักหน้าตอบก็รู้ว่าเขาหายโกรธแล้ว หน้าตาก็กลับมาเป็นปกติ ว่าแล้วก็ชี้นิ้วไปที่มุมหนึ่งที่ไม่มีแดดส่องและไม่เป็นเป้าสายตา “ตรงนั้นเหมาะที่เจ้าจะไปยืนรอ พอออกมาข้าจะไปหาเจ้าเอง”

พูดจบก็ค้อมตัวลอดม่านเข้าไปในห้อง เหลือไว้เพียงสาวใช้ที่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและไป๋หมิ่นอวี้ที่ยืนมองเขาจนลับตาหายไปในห้อง

เมื่อเข้าไปภายในห้อง กลิ่นหอมและไออุ่นกำจายไปทั่ว เจาคิดว่าเขาควรจะแสดงท่าทีอย่างไรต่อองค์หญิงลี่หยาง เขาตีหน้าเศร้า ยืนให้สาวใช้ช่วยปลดผ้าคลุม เขาถอนหายใจและดึงชุดกระสอบที่ใส่ซ่อนไว้ด้านในขึ้นมาเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปด้านในด้วยความเชื่องช้า

ทันทีที่ม่านถูกเลิกขึ้น สาวใช้ก็ตะโกนบอกถึงการมาถึงของเขา ลำตัวตรงตรงสง่าเหมือนลำไผ่

ย่างก้าวที่เชื่องช้าและมั่นคงเหยียบย่ำลงบนพรมสีแดง

ดูไม่เหมือนว่าเขาเข้าห้องมาเพื่อพบท่านย่ากลับเหมือนว่าเขากำลังก้าวย่างลงสู่ทะเลสีเลือดที่ไร้ขอบเขตเสียมากกว่า

“ทูลองค์หญิง จวิ้นหวัง พระชายา…ซื่อจื่อมาถึงแล้วเพคะ”

เมื่อเดินเข้าไปถึงก็รู้สึกถึงดวงตาอันร้อนแรงที่จับจ้องมาที่ตัวเขา เขารู้ว่าผู้ที่นั่งตรงกลางคือองค์หญิงลี่หยาง ทางฝั่งตะวันออกคือจวิ้นหวัง และฝั่งตะวันตกคือชายาทั้งสองของจวิ้นหวัง ห่างไปไม่ไกลนักมีเด็กสองคนคุกเข่าอยู่ นั่นก็คือน้องๆต่างมารดาของเขานั่นเอง

ท่ามกลางสายตามากมาย เจียงลั่วอวี้เดินไปเยื้องหน้าน้องๆ เขาไม่เงยหน้ามององค์หญิงและจวิ้นหวัง แต่กลับทิ้งตัวคุกเข่าลง ภายใต้ชุดสีครามที่ห่อหุ้มร่างเขาดูเหมือนกำลังสั่นเทา แต่กลับไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา

เจินซื่อที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นเจียงลั่วอวี้เดินเข้ามาถึงแต่กลับไปขานเรียกย่าและอา อีกทั้งยังไม่เงยหน้ามององค์หญิงลี่หยางผู้เปี่ยมด้วยเมตตาที่นั่งรอเขามาเป็นเวลานานแล้ว นางขยับแขนที่ปวดจากตอนที่โดนชนล้มหน้าประตู ในใจก็คิดว่าซื่อจื่อทายาทเซียวเหยาหวังช่างไม่รู้ธรรมเนียมและไร้มารยาทเสียจริง ว่าแล้วนางก็คิดแผนการขึ้นอีก

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม