0 Views

เสียงพูดนั้นไม่ดังไม่เบาแต่ก็ดังพอให้ไป๋หมิ่นอวี้ได้ยิน สตรีผู้มีหน้าตางดงามในวัยกลางคนที่กำลังรอข่าวและเร่งเท้าออกมาที่ประตูใหญ่พร้อมขบวนสาวใช้มากมายก็ได้ยินด้วยเช่นกัน  สีหน้าของนางเครียดขึ้นก่อนจะหันไปพูดกับสาวใช้คนสนิทว่า

“หลิวซันพาคนไปมากมาย ทำงานกันเยี่ยงไร ทำไมเจ้าบ้านั่นถึงกลับมาพร้อมรถม้าของซื่อจิ่อ”

สาวรับใช้คนสนิทมีอายุแก่กว่าสตรีนางนั่นไม่มากนัก ถึงจะแสดงอาการนอบน้อมแต่ก็ยังมีสีหน้าสงสัย นางตอบด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “เรียนพระชายา พวกหลิวซันออกไปจัดการเจ้านั่นแต่เช้าตรู่ จนบัดนี้ก็ยังไม่กลับมา ข้าน้อยก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้น…”

สตรีดังนั้นได้ยินคำตอบก็รู้แล้วว่าหลิวซันทำงานพลาด นางโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เดินช้าลงพลางสบถด่าด้วยเสียงทุ้มต่ำ “พวกมันทำงานแค่นี้ยังไม่สำเร็จ เลี้ยงเสียข้าวสุก! หาซื่อจื่อไม่เจอยังพอจะอภัยได้ นี่ถึงขนาดปล่อยให้เจ้านั่นกลับเข้าจวนมาพร้อมซื่อจื่อ จะยั่วโมโหข้าใช่ไหม!”

สาวรับใช้คนสนิทสังเกตเห็นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านก็หยุดฝีเท้าลง นางพูดปลอบว่า “พระชายา อย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ ซื่อจื่อกำลังรอท่านอยู่ด้านนอก เดี๋ยวถ้าท่านออกไปเห็นเจ้านั่นก็อย่าโกรธเกรี้ยว จะเสียสุขภาพจิตเสียเปล่าๆ”

สตรีนางนั้นเข้าใจเจตนาของคำพูด นางจึงใจเย็นลง นางรู้ว่านางต้องไม่ทำให้ซื่อจื่อจับพิรุธอะไรจากนางได้ นางจึงพยายามทำสีหน้าเป็นปกติ ฝืนยิ้มต้อนรับทั้งที่ไม่เต็มใจ

“ช่างมัน ครั้งนี้กำจัดมันไม่ได้ ก็รอครั้งหน้า ยังไงก็ต้องมีโอกาสอีก ก็แค่เสียดายแผนการที่วางไว้แต่ทำไม่สำเร็จ นางแซ่ไป๋คนนั้นคงจะกำลังดีใจเป็นแน่”

สาวรับใช้คนสนิทเห็นว่านางใจเย็นลงก็วางใจ รีบปลอบต่อไปว่า “พระชายาอย่าเกรี้ยวโกรธ เรื่องสำคัญที่ต้องทำตอนนี้คือไปพบซื่อจื่อ ก็ทำเป็นไม่เห็นเจ้านั้นแล้วกันเจ้าค่ะ”

สีหน้าและน้ำเสียงของสตรีนางนั้นกลับเป็นปกติเหมือนเมื่อตอนที่เดินผ่านออกมาจากประตูชั้นกลาง “ถ้าพวกหลิวซันคนใดคนหนึ่งกลับมาแล้ว เรียกมันมาพบข้าด้วย”

“เจ้าค่ะ พระชายา”

สาวรับใช้คนสนิทขานรับ นางหรี่ตาลงและเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบนหน้าชัดเจนขึ้น นางและขบวนสาวใช้ที่ใจเต้นไม่เป็นระส่ำพากันเดินอ้อมฉากหินที่กั้นทางเดินไปสู่ประตูบานใหญ่สีแดง

นางเดินมาถึงธรณีประตู มองไปไม่ไกลก็เห็นร่างคนสองคนยืนอยู่ คนที่สูงกว่ามองเห็นหน้าไม่ชัด แต่คิดว่าต้องเป็นซื่อจื่อที่หลุดจากแผนการของนาง ส่วนอีกคนที่กำลังก้มหน้าก้มตา แน่นอนว่าต้องเป็นเจ้าคนสองเพศของนางแซ่ไป๋เป็นแน่!

เมื่อครู่นางหายโกรธไปได้ส่วนหนึ่ง อย่างน้อยก็สามารถทำสีหน้าเป็นปกติ แต่พอมาเห็นภาพตรงหน้า นางก็กลับรู้สึกโกรธจนแทบทนเก็บอาการไม่ไหว ดีที่สาวรับใช้คนสนิทแอบสะกิดนาง นางจึงมีสติขึ้น

แต่แล้วก็มีเงาสีครามพุ่งมาตรงร่างนาง นางไม่รู้ว่าถูกอะไรชนเข้า มันเร็วและแรงจนนางล้มหงายหลังลงไปกับพื้น แถมยังมาทับร่างนางไว้ ทำเอาบรรดาสาวใช้พากันกรีดร้องด้วยความตกใจ

นางรู้สึกว่าท้ายทอยนางจะกระแทกเข้ากับพื้นหินที่แข็งปัง ตอนที่ร่างของนางกำลังร่วงลงสู่พื้น หูของนางก็ได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นหู

“อาสะใภ้”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม