0 Views

ไป๋หมิ่นอวี้คาดไม่ถึงว่าจะถูกถามกลับเช่นนั้น สีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ ได้แต่จ้องมองเจียงลั่วอวี้ มือที่วางบนตักกระดิกนิ้วไปมา ปากซีดขาวอ้าขึ้นแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมา

เจียงลั่วอวี้เห็นหนุ่มน้อยแสดงท่าทีประหลาดใจ กำลังจะพูดต่อแต่แล้วรถม้าก็หยุดชะงักลงกลางทาง เสียงชายชราผู้ขับรถม้าตะโกนว่า “ซื่อจื่อ ถึงจวนจวิ้นหวังแล้วขอรับ”

เจียงลั่วอวี่ได้ยินดังนั้นก็ปรับสีหน้าและอารมณ์ให้กลับมาดูอ่อนโยนเป็นมิตรอย่างที่ปกติเคยเป็น จัดแจงชุดที่ใส่ให้เข้ารูปเข้ารอยและลุกขึ้นเตรียมออกจากรถม้า

ทันทีที่กำลังจะออกจากรถม้า ชายชราในชุดสีเทาก็รีบเลิกม่านหน้ารถขึ้น ส่วนบรรดาข้าน้อยไพร่ของจวนเมื่อเห็นตราประทับจวนที่ประดับบนรถม้าและเงาร่างของผู้ที่มาถึง ก็แบ่งคนเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งพากันมาต้อนรับที่รถม้า ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าไปในจวนเพื่อแจ้งข่าวการมาถึง

เจียงลั่วอวี้ลงจากรถม้าก็มองไปที่ข้าน้อยที่กำลังเข้าวิ่งเข้าไปแจ้งข่าวในจวน เขาได้แต่ยิ้มน้อยๆแต่ไม่แสดงอาการอื่นใด เขายกมือขึ้นห้ามข้าน้อยที่กำลังจะจูงรถม้าออกไป จากนั้นยื่นมือไปที่รถพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยกำลังใจและความหวัง

“หมิ่นอวี้ ลงมาเถอะ”

ไป๋หมิ่นอวี้มองไปที่มือที่ยื่นมาหาเขา มองเห็นแววตาไม่ชัด แต่ร่างกายก็ไม่แสดงอาการต่อต้าน เพียงแต่ติดว่าจะลงไม่ลงดี สีหน้าเจียงลั่วอวี้ยังคงความอ่อนโยนและรอยยิ้ม ไร้ซึ่งความกังวล มือที่ผายมาให้ก็ไม่มีอาการสั่นใดใดปรากฏ

นี่คือบททดสอบบทแรกที่เขาต้องผ่าน ภายหลังจากที่ตัดสินใจมาที่จวนแห่งนี้

เขารู้จักไป๋หมิ่นอวี้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็พอเดาอุปนิสัยได้ว่าเป็นคนไม่สนใจใครและไม่เหมาะที่จะมาเป็นหมากให้ใครวางแผน แต่ในเมื่อช่วยชีวิตมาและนั่งรถม้าคันเดียวกันมา จะมาถอยตอนนี้ก็คงจะไม่ได้เสียแล้ว

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ช่วยเขามาได้ ตอนนี้ต้องแสดงบทที่รักใคร่สนิทสนมกัน เจียงลั่วอวี้ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะแสดงอาการชอบพออะไรในตัวเขามากมาย แค่หวังว่าเขาจะฉลาดเหมือนอย่างไป๋อี๋เหนียง อย่าเพิ่งปฏิเสธความหวังดีในตอนที่กำลังสำคัญอย่างตอนนี้ มิเช่นนั้นทุกอย่างที่ทำมาก็จะสูญเปล่า

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาจะต้องจัดการกับนางเจินซื่อ

และก็กล้าพนันเลยว่า เขาจะต้องเป็นฝ่ายชนะ

เพราะเมื่อรถม้ามาถึงหน้าจวน ไฟในใจที่เคยมอดดับมันกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าไม่ให้ไฟนั้นเผาศัตรู เขาก็คงถูกไฟนั้นเผาตัวเองจนตาย

ทันใดนั้นเอง เจียงลั่วอวี้ก็รู้สึกได้ว่ามือเขาเย็นและหนักขึ้น รอยยิ้มก็พลอยขยับตาม

ภาพที่ไป๋หมิ่นอวี้จับมือซื่อจื่อลงมาจากรถม้าคันเดียวกัน ทำให้บรรดาข้าน้อยไพร่หน้าเปลี่ยนสี ข้าน้อยคนหนึ่งถึงขนาดหาที่หลบ กระซิบถามคนข้างๆว่า “นั่น…นั่นมันคนสองเพศแซ่ไป๋ที่หนีไปเมื่อเช้าไม่ใช่หรือ?”

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เกิดใหม่ในร่างเก่า-เจียงลั่วอวี้” : http://bit.ly/2ByRjpi

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/650

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม