0 Views

 

        ฟ้าเพิ่งเริ่มจะสาง บริเวณใกล้เคียงเมืองปีศาจสวรรค์เริ่มที่จะมีฝนตกปรอยๆ ลงมา ลมหนาวของต้นฤดูใบไม้ผลิยังไม่ได้สลายหายไปทั้งหมด ตอนนี้ฝนตกลงมายิ่งทำให้อากาศเพิ่มความเหน็บหนาวขึ้นมาอีกหลายส่วน

        ภูเขาเทพปีศาจความจริงแล้วความหมายที่สื่อถึงไม่ได้หมายถึงภูเขาทั้งลูก แต่สื่อถึงหุบเขาแห่งหนึ่งที่อยู่ภายในภูเขาใหญ่ทางด้านหลังเมืองปีศาจสวรรค์ ตอนนี้ฝนเม็ดเล็กๆ ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและยังมีทีท่าว่าจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่เงาร่างหลายสายของบุรุษร่างสูงใหญ่ที่อยู่ภายนอกหุบเขาไม่ได้มีกะจิตกะใจมาคิดถึงเรื่องเหล่านี้ แม้กระทั่งเส้นผมและเส้นขนสีทองถูกเม็ดฝนราดรดจนเปียกแนบไปกับใบหน้ารวมไปถึงชุดหรูหราสูงค่าที่สวมใส่อยู่ถูกดินโคลนสาดกระเซ็นจนเปรอะเปรื้อนพวกเขาก็ไม่มีกะจิตกะใจมาสนใจ พวกเขาทำเพียงนั่งคุกเข่าลงอยู่กับพื้นเช่นนั้นพร้อมกับดวงตาที่ไม่กระพริบจ้องมองเข้าไปยังปากทางเข้าของหุบเขาด้วยสีหน้าอาการกระวนกระวายใจและวิงวอน

        พวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทอง แน่นอนว่าอาศัยพลังฝีมือระดับของพวกเขาสามารถควบคุมพลังปีศาจเพื่อกันไม่ให้เม็ดฝนมาโดนกายได้ ด้วยฐานะของพวกเขาไม่น่าจะมีใครที่สามารถทำให้พวกเขาคุกเข่าลงได้ และเป็นเวลานานมาแล้วที่ไม่ได้มาอยู่ในสภาพกระเซอะกระเซิงเช่นนี้ แต่พวกเขาไม่กล้าที่จะขยับ อีกทั้งยังยินดีที่จะคุกเข่าอยู่เช่นนี้ แม้กระทั่งสายฝนที่ตกอยู่ปรอยๆ ในตอนนี้ก็อยากให้ตกลงมาแรงมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำเพื่อพวกเขาจะได้ดูน่าเห็นใจมากขึ้น…

        เยาเสเพื่อที่จะแก้แค้นให้ลูกชายสุดที่รักถึงกับไม่สนการคัดค้านของคนในเผ่านำลูกน้องสองคนไปยังภูเขาสุสานทวยเทพ สำหรับเยาเสเขาสะใจที่ได้แก้แค้นแต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นการชักนำหายนะระดับขั้นสูญสิ้นเผ่าพันธุ์มาสู่เผ่าอีกด้วย สำหรับพวกเขาเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองถือว่าเป็นเผ่าปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดเผ่าหนึ่ง หลังจากที่เยาเสขึ้นดำรงตำแหน่งจ้าวปีศาจศักดิ์สิทธิ์เผ่าราชสีห์ขนทองยิ่งกำเริบเสิบสานมากยิ่งขึ้น ชื่อเสียงที่อยู่ในเผ่าปีศาจนั้นไม่ดีเป็นอย่างมาก

        เวลานี้หลงผี่ฟูรวมกำลังยอดฝีมือของเขตปกครองเทพสงครามบุกสังหารเข้ามา พวกเขาไม่มีที่ให้หลบหนีไม่มีที่ให้ถอย สุดท้ายทำได้แค่เพียงแบกหน้าแก่ๆ ของตนเองมาคุกเข่าอยู่ที่นี่โดยหวังว่าเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ภายในภูเขาเทพปีศาจจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้พวกเขารอดพ้นจากหายนะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้ได้

        เพียงแต่…เขาทั้งหลายที่เวลาปกติเป็นยอดฝีมือระดับสูงลักษณะท่าทางน่าเกรงขามนั่งคุกเข่าตากฝนอยู่ที่นี่หนึ่งคืนจนถึงเช้า แต่ภายในหุบเขากลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ออกมา เงียบสงบปราศจากเสียงใดๆ แม้กระทั่งสิงสาราสัตว์ในละแวกใกล้เคียงก็ไม่มี

         “ท่านเทพปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ขอวิงวอนท่านทั้งหลายโปรดยื่นมือที่สูงส่งของพวกท่านช่วยเหลือลูกหลานประชาชนของพวกท่านด้วยเถิด เผ่าพันธุ์ของข้าจะจดจำพระคุณที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ให้เล่าขานตกทอดสืบต่อกันไปชั่วลูกชัาวหลานอย่างไม่มีวันลืมเลือน!” เนื่องจากเวลาที่ล่วงเลยมามากขึ้นเรื่อยๆ เหล่าปีศาจราชสีห์ขนทองที่นั่งคุกเข่าอยู่ต่างเริ่มอดทนรอไม่ไหวอีกต่อไป หลงผี่ฟูกำลังมาแล้วหากพวกเขามัวชักช้าอยู่ที่นี่มากเท่าไหร่เมืองปีศาจสวรรค์ก็จะนองเลือดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

        หุบเขายังคงสงบเงียบไร้สุ้มเสียงใดๆ เช่นเดิมราวกับว่าภายในไม่มีใครอยู่ฉะนั้น ปีศาจราชสีห์ขนทองคนหนึ่งทนไม่ไหวอีกต่อไปล้วงมือเข้าไปในอกหยิบเอากริชเล่มหนึ่งออกมาแล้วพูดขึ้น “ท่านเทพปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าหากพวกท่านยังไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออีกข้าขอปลิดชีพตนเองอยู่ที่นี่ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตายอยู่ดี!”

        พูดจบ ภายในหุบเขายังคงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบสนองออกมา เขากัดฟันยกกริชขึ้นทำการกรีดลงไปยังบริเวณตำแหน่งลำคอของตนเอง เพียงแต่ในขณะที่กริชกำลังจะกรีดลงไปยังผิวหนังบริเวณลำคอของเขานั้นเองมือของเขาไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป จากนั้นเหมือนมีพลังงานอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นกระแทกเข้าใส่บริเวณหน้าอกของเขาจนกระเด็นลอยปลิวออกไป

        “อย่าเอาเลือดที่สกปรกของเจ้ามาทำให้ที่แห่งนี้แปดเปรื้อน หาไม่แล้วล่ะก็ไม่ต้องรอให้คนของเขตปกครองเทพสงครามบุกมาถึงข้านี่แหละจะเป็นคนสังหารล้างบางเผ่าพันธุ์ของเจ้าให้สูญสิ้นไปเอง!”

        ในเวลาเดียวกันเสียงพูดที่เย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงที่ดังขึ้นแม้จะใช้น้ำเสียงที่ราบราบธรรมดาพูดออกมา แต่เนื้อหาที่อยู่ข้างในกลับทำให้พวกเขาปีศาจราชสีห์ขนทองรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาทั่วทั้งสรรพางค์กาย

        คนที่เหลือไม่มีเวลาไปสนใจความเป็นความตายของปีศาจราชสีห์ขนทองคนที่ถูกซัดกระเด็นลอยปลิวออกไปนั้น พวกเขาต่างรีบโขกศีรษะไหว้ลงไปกับพื้นพร้อมกับร้องวิงวอนระล่ำระลักออกมา “ขอร้องนายท่านผู้ยิ่งใหญ่ช่วยเหลือเผ่าของข้าด้วย ขอนายท่านผู้ยิ่งใหญ่ให้ความเมตตาเห็นแก่ความเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจด้วยกันได้โปรดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสักครั้งเถิด…”

        ภายในหุบเขาเงียบสงบลงอีกครั้ง ปีศาจราชสีห์ขนทองทั้งหมดล้วนไม่กล้าที่จะขยับตัวทำได้เพียงแค่มองเข้าไปภายในหุบเขาอยู่เช่นนั้นโดยหวังว่าเสียงพูดที่ดังขึ้นเมื่อสักครู่จะดังขึ้นมาอีก

        “กลับกันไปเถอะ พวกข้าจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกข้าไม่สามารถจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้ด้วย!”

        ผ่านไปเนิ่นนานเสียงภายในหุบเขาดังขึ้นอีกครั้ง แต่เสียงที่ดังขึ้นในครั้งนี้กลับเป็นเสียงของผู้หญิงที่ไพเราะน่าฟัง

        ไม่สามารถจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือใดๆ ได้?

        ทั้งหมดมองตากันครั้งหนึ่งก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ทำไมพวกท่านถึงไม่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้ ถ้าหากเผ่าปีศาจสูญสิ้นไปทั้งหมดพวกท่านก็ไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยได้เลยรึ?”

        “เฮ้ออ…พวกเจ้ามีกฎของพวกเจ้า พวกข้าก็มีระเบียบของพวกข้า ถ้าหากพวกข้าสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวถึงเวลานั้นพวกตาแก่ตายยากทั้งหลายของเขตปกครองเทพสงครามก็จะมีข้ออ้างในการจับมือกับผู้ฝึกยุทธระดับเทพคนอื่นๆ ภายในทวีปมังกรเพลิงมารุมสังหารพวกเรา ถึงตอนนั้น…เผ่าปีศาจคงจะได้จบสิ้นกันจริงๆ…” ปีศาจหญิงเจ้าของเสียงคนนี้รู้สึกว่าจะมีความอดทนมากกว่าคนก่อนอยู่มาก ถอนหายใจออกมาแล้วพูดอธิบายขึ้น

        “อ๊าาา…หรือว่าสวรรค์จะกำหนดให้เผ่าราชสีห์ขนทองของข้าต้องสูญสิ้นไปจริงๆ?” ทั้งหมดฟังเข้าใจได้ในทันที รู้สึกเศร้าสลดร้องครวญขึ้นอย่างสิ้นหวัง

        ดูท่าว่าผู้ฝึกยุทธระดับเทพก็มีกฎกติกาของตนเองเช่นเดียวกัน การสู้รบระดับธรรมดาทั่วไปพวกเขาไม่สามารถที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวได้ แม้กระทั่งถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ก็คงไม่สามารถจะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวได้ แต่ถ้าคิดดูให้ดีมันก็เป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ ผู้ฝึกยุทธระดับเทพมีพลังฝีมือที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้น แค่เพียงการโจมตีง่ายๆ เพียงครั้งเดียวก็สามารถทำลายล้างเมืองๆ หนึ่งให้ราพณาสูรไปได้ ถ้าหากผู้ฝึกยุทธระดับเทพสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวในหลายๆ เรื่องล่ะก็ทั้งสามเผ่าพันธุ์คงดับสูญกันไปตั้งแต่แรกแล้ว

        “ใครใช้ให้พวกเจ้าเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองของทำตัวกำเริบเสิบสานวางอำนาจบาตรใหญ่ถึงเพียงนี้? เรื่องราวทุกอย่างที่ลุกลามใหญ่โตมาถึงขั้นนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นพวกเจ้าที่ก่อเรื่องขึ้นมาเอง…พวกเจ้ากลับไปเถอะอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด ส่วนเรื่องที่ว่าเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์หรือไม่ก็ต้องอยู่ที่ทูตของนครแห่งเทพแล้วล่ะว่าจะมาทันเวลาหรือไม่!” เสียงพูดที่ไพเราะน่าฟังของหญิงสาวดังลอยมาอีกเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นภายในหุบเขาก็เงียบลงไปอย่างแท้จริง

        ปีศาจราชสีห์ขนทองระดับขอบเขตปีศาจศักดิ์สิทธิ์ทุกคนได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างอับจนปัญญา ประคองอีกคนที่ถูกซัดจนบาดเจ็บสาหัสแล้วรีบเร่งกลับไปยังเมืองปีศาจสวรรค์

        ……

        “เผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองอยู่ที่ใด? รีบออกมารับความตายบัดเดี๋ยวนี้!”

        ทั้งหมดเพิ่งจะรีบเร่งกลับมาถึงเมืองปีศาจสวรรค์ยังไม่ทันที่จะกลับไปยังสวนที่พักของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองของตนเอง บนท้องฟ้าห่างออกไปปรากฏกลุ่มคนลอยปกคลุมมาทั่วท้องฟ้าราวกับกลุ่มก้อนเมฆสีดำที่ปิดบังท้องฟ้าด้านบนของเมืองปีศาจสวรรค์ไว้ทั้งหมด ในเวลาเดียวกันเสียงร้องคำรามที่ดังก้องสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นพลันดังขึ้นพร้อมทั้งไอพลังสังหารที่โหดร้ายบ้าคลั่งแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองปีศาจสวรรค์

        “ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!”

        ก่อนที่กลุ่มเมฆสีดำจะลอยมาถึงเมืองปีศาจสวรรค์ ภายในเมืองเริ่มมียอดฝีมือเหาะลอยขึ้นมารออยู่ยังท้องฟ้าด้านบนก่อนแล้วเป็นจำนวนมาก เพียงแต่เมื่อยอดฝีมือของเผ่าปีศาจเหล่านี้มองเห็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรของเขตปกครองเทพสงครามมาถึงจริงๆ จึงได้พากันหลบออกไปอยู่ข้างๆ โดยรอบพร้อมกับทำท่าทางแสดงออกว่ามารอดูเรื่องสนุกเพียงเท่านั้น

        “ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!”

        ต่อมา เผ่าปีศาจที่มีพลังฝีมือตั้งแต่ระดับขอบเขตจักรพรรดิปีศาจขึ้นไปล้วนเหาะลอยกันขึ้นมาด้านบนท้องฟ้า ต่างแยกกันยืนอยู่กันคนละมุมตามหัวหน้าเผ่าของตนเอง ส่วนยอดฝีมือทั้งหลายของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองล้วนรีบเหาะลอยขึ้นมายังท้องฟ้าด้านบนเริ่มทำการคุมเชิงตรงข้ามกับกองทัพของเขตปกครองเทพสงคราม

        “วันนี้เป็นการต่อสู้เพื่อล้างแค้น เขตปกครองเทพสงครามจะต่อสู้ล้างแค้นกับเพียงแค่เผ่าปีศาจราชสีห์ขนทอง เผ่าปีศาจอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องโปรดทำการถอยออกไปให้ห่างสิบกิโลเมตรเพื่อไม่ให้ถูกดึงเข้ามาพัวพันด้วย ข้าหลงผี่ฟูขอขอบคุณในความร่วมมือ หลังจากเสร็จศึกพวกข้าจะรีบถอยกลับไปยังเขตปกครองเทพสงครามในทันทีรับรองว่าจะไม่หยุดพักอยู่ต่ออย่างแน่นอน”

        ร่างที่เตี้ยเล็กของหลงผี่ฟูเหาะลอยข้ามผู้คนออกมายืนเด่นอยู่ด้านหน้าแล้วพูดขึ้นอย่างทรนง แม้รูปร่างจะเตี้ยเล็กแต่ทุกคนที่อยู่ภายในที่นี้กลับไม่มีใครกล้าดูถูกแม้แต้อย สู้รบประมือกับเขตปกครองเทพสงครามมานับครั้งไม่ถ้วนจนพวกเขารู้มานานแล้วว่าผู้ใดที่กล้าประมาทชายร่างเตี้ยเล็กผู้นี้ จุดจบของพวกเขาเหล่านั้นล้วนไม่มีข้อยกเว้นคือล้วนตายกันทุกคน

        นอกจากยอดฝีมือของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองแล้ว ปีศาจเผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่เหลือล้วนต่างพากันถอยห่างออกไปสิบกิโลเมตรพร้อมทั้งออกคำสั่งให้คนของเผ่าตนเองรีบออกจากเมืองในทันทีเพื่อที่จะไม่ต้องพลอยถูกลูกหลงไปด้วย เนื่องจากครั้งนี้ถือเป็นการสู้รบครั้งใหญ่คงต้องเกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่านอย่างแน่นอน คนที่ไม่หนีก็ไม่ต่างจากอยู่รอความตาย

        คนของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองไม่ได้หนี ในฐานะที่เป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดเผ่าหนึ่ง แน่นอนว่าพวกเขามีศักดิ์ศรีในตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองปีศาจสวรรค์เป็นฐานที่มั่นของขุมกำลังหลักสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาแล้ว หนี? พวกเขาจะหนีไปที่ใดได้อีก?


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง ”อสูรทลายสวรรค์” : https://bit.ly/2zgMCjB

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/504

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม ^_^