0 Views

        สิบนาทีผ่านไปเขาเดินหน้าไปได้ราวสิบกว่าเมตรเงาดำที่อยู่เบื้องหน้าเริ่มเด่นชัดมากยิ่งขึ้น แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้แล้วว่าตนเองไม่ควรที่จะเดินหน้าตรงต่อไปอีกแล้ว หมอกสีขาวที่รอบโดยรอบทั้งสี่ทิศเริ่มเลือนลางจางหายไปทีละน้อย ทัศนียภาพรอบด้านเริ่มเปลี่ยนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นฉากเหตุการณ์ที่คุ้นตาขึ้นมา โรงเตี๊ยมอั้นเยว่ภายในเมืองหมัน จากนั้นมีหญิงสาวนางหนึ่งร่างกายเปลือยเปล่าเดินออกมาจากเบื้องหน้าตรงเข้ามาหาเขา หญิงสาวนางนี้ก็คือเฒ่าแก่เนี้ยอั้นเยว่แสนสวยพราวเสน่ห์คนนั้น

        สองตามองเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่เย้ายวนชวนให้เหล่าบุรุษเลือดกำเดาไหลทะออกมาได้นั้น สองหูได้ยินเสียงหอบหายใจที่ยิ่งฟังยิ่งหนักหน่วงขึ้นทุกทีที่ดังลอยมา ทั่วทั้งร่างของเย่ชิงหานพลันเริ่มรู้สึกเร่าร้อนขึ้นมา อวัยวะบางแห่งที่อยู่ในตำแหน่งร่างกายท่อนล่างเริ่มตั้งแข็งชูชันขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน

        “ลูกพี่ มันคือภาพลวงตา!” เสี่ยวเฮยรีบส่งกระแสเสียงบอกมาในทันที แต่ไม่จำเป็นต้องให้เสี่ยวเฮยส่งกระแสเสียงบอกเขาก็รู้ แม้ว่าในตอนนี้เขาจะถูกอำนาจพลังของภาพลวงตาทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาตอบสนองขึ้น แต่ทว่าภายในจิตใจของเขานั้นกลับยังคงแจ่มใสปลอดโปร่งอยู่ตลอดเวลา เขายิ้มออกมาเล็กน้อยขาทั้งสองข้างขยับวูบขึ้นคราหนึ่งรีบเคลื่อนตัวถอยห่างกลับออกมาราวสิบกว่าเมตร จากนั้นนั่งขัดสมาธิลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับเริ่มทำการโคจรพลังปราณรบขึ้น

        หลังจากทำการโคจรพลังทั่วร่างขับไล่ตัณหาความอยากที่เกิดขึ้นออกไปจนหมดสิ้น จากนั้นถึงค่อยลืมตาขึ้นแล้วยิ้มเจื่อนๆ ออกมาที่มุมปากพร้อมกับพูดออกมาอย่างทอดถอนใจ “ต้นแห่งความอยากหนึ่งในพฤกษาเจ็ดอารมณ์ก็หาเจอแล้ว เพียงแต่…ระยะห่างเมื่อสักครู่ที่ทดลองดูอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยเมตร คิดอยากที่จะเข้าไปใกล้ให้มากกว่านี้หรือกระทั่งเด็ดเอาผลแห่งความอยากลงมาให้ได้ล่ะก็ ระดับของความยากนี้ไม่ใช่แค่ไม่ธรรมดาแต่เป็นอะไรที่ยากลำบากเอามากๆ…”

        ……

        เดินสำรวจไปมาในบริเวณใกล้เคียงและทำการทดลองดูอีกหลายต่อหลายครั้ง หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงเขาจึงเริ่มที่จะเข้าใจหลักการทำงานของต้นแห่งความอยากนี้อย่างชัดเจน เมื่อใดก็ตามที่เขาเหยียบเข้าไปยังภายในอาณาเขตรัศมีหนึ่งร้อยเมตรโดยรอบของต้นแห่งความอยาก จากนั้นภาพลวงตาก็จะทำการโจมออกมาโดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งถ้าเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นเท่าไหร่ผลกระทบที่ได้รับจากการโจมตีของภาพลวงตาก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น สติสัมปชัญญะที่เคยแจ่มใสอยู่ก็จะยิ่งเลอะเลือนขึ้นเรื่อยๆ สำหรับตอนนี้เขาสามารถเดินเข้าไปได้มากสุดเพียงแค่สิบกว่าเมตรเท่านั้นที่ยังพอประคองสติและควบคุมตัวเองได้ แต่ถ้าหากเดินหน้าเข้าไปลึกยิ่งกว่านั้นล่ะก็คาดว่าน่าจะตกอยู่ในวังวนของภาพลวงตาแห่งความอยากไปตลอดกาลจนถอนตัวออกมาไม่ได้อย่างแน่นอน

        ต่อให้กระแสพลังมหัศจรรย์จากแหวนทองเหลืองก็คงไม่อาจที่จะช่วยเหลือเขาได้ เพราะว่าการโจมตีด้วยภาพลวงตาจากต้นไม้ดึกดำบรรพ์นี้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาไม่มีหยุด ดังนั้นถ้าหากเขายังฝืนเดินฝ่าเข้าไปอีกคงต้องจมดิ่งอยู่ภายในภาพลวงตาจนกระทั่งตายไปเองในที่สุด

        หลังจากตรวจสอบต้นแห่งความอยากจนเข้าใจได้อย่างชัดเจนดีแล้วจึงได้เสาะหาสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีผลไม้วิเศษแล้วนั่งลงใต้ต้นไม้ต้นนั้น เวลาในช่วงเช้าได้ผ่านเลยไปแล้วหากนับตามสภาพการณ์ที่ผ่านมาการโจมตีของภาพลวงตาระลอกที่สองกำลังจะมาถึงแล้ว

        เขาเด็ดผลไม้วิเศษลงมาหลายลูกแล้วเริ่มกัดกินจึงพบว่าหลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงพลังที่เกิดจากผลไม้วิเศษเริ่มปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ภายในท้องรู้สึกได้ถึงกระแสพลังความร้อนที่ทำให้รู้สึกสุขสบายไปทั้งตัวขึ้น ไม่มีเวลามาให้ยินดีรีบทำการโคจรพลังปราณรบขึ้นในทันทีเพื่อดูดซับเอาพลังที่เกิดขึ้นมาภายในท้องเข้าไปไว้ในตันเถียน

        ผ่านไปสักพักการโจมตีจากภาพลวงตาระลอกที่สองมาถึงอย่างตรงเวลา หมอกสีขาวที่อยู่โดยรอบค่อยๆ จางหายไป ทัศนียภาพโดยรอบค่อยๆ เปลี่ยนไป เย่ชิงหานเริ่มฝันขึ้นอีกครั้ง…

        ……

        ระยะนี้เย่เทียนหลงรู้สึกสนุกสะใจเป็นอย่างมาก

        ไม่เพียงแค่เย่เทียนหลง แต่ผู้คนที่ไปด้วยร้อยกว่าคนก็รู้สึกสนุกสะใจเป็นอย่างมากด้วยเช่นเดียวกัน พวกเขาฆ่าคนอย่างสนุกสนาน จากเขตแดนเขตปกครองเทพสงครามจนมาถึงที่นี่พวกเขาผ่านเมืองเมืองต่างๆ ที่อยู่ภายในเขตปกครองเทพปีศาจมานับสิบกว่าเมือง ก่อนจะทำการโจมตีในแต่ละเมืองจะให้ผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ใช้พลังวิญญาณทำการสำรวจตรวจสอบดูจนแน่ใจว่าข้างในเมืองมีการวางกำลังดักซุ่มโจมตีหรือยอดฝีมือระดับสูงอยู่หรือไม่

        จากนั้นผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตราชาจักรพรรดิทั้งหลายถึงจะบุกตะลุยเข้าไปภายในเมืองแล้วเลือกสังหารเฉพาะผู้ฝึกยุทธของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองทั้งหมด ส่วนผู้ฝึกยุทธเผ่าปีศาจอื่นๆ ล้วนแล้วแต่เพียงมองดูด้วยสายตาไม่พอใจเพียงเท่านั้น แม้กระทั่งเสียงสักเพียงเล็กน้อยก็ไม่กล้าเปล่งออกมา เกรงว่ายอดฝีมือของเขตปกครองเทพสงครามที่กำลังทำการเข่นฆ่าอยู่อย่างบ้าคลั่งจะพลอยหันมาสังหารพวกเขาไปด้วย

        เผ่าปีศาจอื่นๆ ที่มีสีหน้าโกรธแค้นแต่ไม่กล้าแสดงออกยิ่งทำให้เหล่ายอดฝีมือของเขตปกครองเทพสงครามยิ่งได้ใจมากขึ้น ทั้งสามเขตปกครองต่อสู้กันมานับพันปีแต่ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีครั้งใดที่จะต่อสู้ได้อย่างสะใจดังเช่นครั้งนี้มาก่อน เพียงแต่สองวันมานี้เมืองต่างๆ ที่ผ่านมาเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองที่พบกลับน้อยลงทุกที มันทำให้พวกเขารู้สึกไม่สะใจเท่าที่ควร ยังฆ่าได้ไม่หนำใจกลับจะไม่มีคนให้ฆ่าเสียแล้ว?

        ครั้นแล้วจึงเริ่มมีคนเข่นฆ่าอย่างมั่วซั่วขึ้น ผู้ที่เริ่มเข่นฆ่าอย่างมั่วซั่วนั้นเป็นหัวหน้าตระกูลที่มาจากตระกูลเล็กๆ ตระกูลหนึ่ง

        หัวหน้าตระกูลคนนี้เนื่องจากตนเองพุ่งกระโจนเข้ามาภายในเมืองช้าเกินไปทำให้ผู้มีพลังฝีมือของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองที่มีอยู่สิบกว่าคนถูกสังหารไปก่อนหน้าจนหมดสิ้น ครั้นแล้วเขารู้สึกไม่สะใจหาที่ระบายไม่ได้จึงซัดฝ่ามือออกไปใส่เด็กเล็กของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองที่อยู่ข้างถนนฝ่ามือหนึ่ง ชั่วพริบตาเดียวเด็กเล็กของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองถูกฝ่ามือที่ซัดใส่กลายเป็นฝุ่นละอองเลือดเนื้อลอยกระจายเต็มทั่วทั้งอากาศ

        เพียงแต่…ในขณะที่เขากำลังจะหัวเราะออกมาด้วยความสะใจอยู่นั้นบนท้องฟ้าพลันปรากฏแสงสว่างขึ้นสามสายทำให้ใบหน้าที่กำลังจะยิ้มขึ้นของเขาถูกแช่แข็งค้างอยู่เช่นนั้น หลงผี่ฟู เย่เทียนหลงและหัวหน้าตระกูลเยว่ทั้งสามใช้อาณาเขตพลังศักดิ์สิทธิ์ควบคุมการเคลื่อนไหวของเขาไว้ในทันที จากนั้นฝ่ามือใหญ่ยักษ์ลอยลงมาจากบนท้องฟ้าฟาดลงใส่ร่างของเขาจนแหลกละเอียดกลายเป็นกองเนื้อบด

        “พวกเราสู้รบเพื่อล้างแค้น มุ่งสังหารเฉพาะแค่ผู้มีพลังฝีมือของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองเพียงเท่านั้น ถ้าหากใครยังขืนทำการเข่นฆ่าผู้ที่อ่อนแอและเด็กเล็กหรือลงมือต่อเผ่าปีศาจอื่นๆ อีก จุดจบของมันผู้นั้นจะลงเอยเช่นนี้!”

        คำพูดที่มีเหตุผลและวาทะที่เต็มไปด้วยสัจธรรมของหลงผี่ฟูรวมไปถึงฝ่ามือที่เหี้ยมโหดเลือดเย็นถึงกับทำให้เหล่ายอดฝีมือของเขตปกครองเทพสงครามตกตะลึงพรึงเพริดอย่างที่สุด ในขณะเดียวกันก็ทำให้เผ่าปีศาจตกตะลึงเพริงเพริดไปด้วยเช่นเดียวกัน

        นอกจากเผ่าปีศาจจะยำเกรงต่อพลังฝีมือที่แข็งแกร่งของหลงผี่ฟูแล้วยังเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมากต่อนิสัยซื่อตรงและตรงไปตรงมาของเขาด้วย ในขณะเดียวกันก็แน่ใจแล้วว่าจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในศึกนองเลือดระหว่างเขตปกครองเทพสงครามกับเผ่าราชสีห์ขนทองในครั้งนี้แน่ ภายในคืนนั้นข้อความสื่อสารนับร้อยถูกส่งออกไปจากเมืองปีศาจสวรรค์ไปยังที่ต่างๆ หัวหน้าเผ่าปีศาจทั้งหลายออกคำสั่งโทษถึงตายห้ามมิให้ลูกหลานคนใดของเผ่าเข้าไปมีส่วนร่วมในการสู้รบของเขตปกครองเทพสงคราม

        กองทัพยอดฝีมือของเขตปกครองเทพสงครามเหาะลอยไปทางด้านทิศตะวันตก หลังจากเหาะลอยมาได้หนึ่งวันจึงมาถึงเมืองใหญ่แห่งที่สามของเผ่าปีศาจเมืองโลหิตปีศาจ ที่เมืองแห่งนี้กองทัพของเขตปกครองเทพสงครามได้พบเจอเข้ากับศัตรูที่มีกำลังต้านทานที่แข็งแกร่งเป็นครั้งแรก เผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองระดับขอบเขตปีศาจศักดิ์สิทธิ์สองคนนั่งเฝ้ารักษาการณ์อยู่ที่เมืองแห่งนี้ ทั้งสองตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่โดยไม่ยอมถอยหนี ก่อนหน้านั้นได้ทำการโยกย้ายลูกหลานของเผ่าตนเองไปยังเมืองปีศาจสวรรค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

        ปีศาจราชสีห์ขนทองระดับขอบเขตปีศาจศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองคนเหาะลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าด้านบนของเมืองด้วยลักษณะท่าทางที่ดุดันเตรียมตัวที่จะเข้าไปพูดคุยเหตุผลกับหลงผี่ฟูสักครั้ง

        เรื่องที่เกิดขึ้นสองวันก่อนพวกเขาทั้งสองต่างก็ได้ยินมาแล้วและรู้สึกประหลาดใจกับหลงผี่ฟูที่เป็นคน “ยึดหลักเหตุผล” ถึงเพียงนี้ เพียงเพราะเด็กเล็กของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองเพียงคนเดียวถึงกับลงมือสังหารยอดฝีมือของเขตปกครองเทพสงครามระดับขอบเขตราชาจักรพรรดิคนหนึ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าหลงผี่ฟูเป็นบุคคลประเภทน่าจะพูดจาด้วยเหตุผลให้เข้าใจได้ น่าจะพูดเหตุผลให้หยุดการเข่นฆ่าได้…

        เนื้อหาที่พูดก็ง่ายๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ภูเขาสุสานทวยเทพเป็นความคิดของเยาเสเพียงคนเดียว ผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตปีศาจศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองล้วนคัดค้านและเคยตักเตือนการกระทำของเขาแล้ว เรื่องราวลุกลามมาถึงขั้นนี้พวกเขาก็เสียใจเช่นเดียวกัน ตอนนี้เขตปกครองเทพสงครามฆ่าคนไปก็มากมายแล้วหวังว่าหลงผี่ฟูจะนำกองทัพยอดฝีมือกลับไป เผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองจะจดจำบุญคุณใหญ่หลวงในครั้งนี้ไว้…

        หลงผี่ฟูตอบกลับมาอย่างสั้นๆ และง่ายดายโดยให้พวกเขาส่งตัวเยาเสออกมาเรื่องนี้ถือว่ายุติลง

        เพียงแต่แม้กระทั่งเผ่าปีศาจเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเยาเสหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใดในตอนนี้ แล้วจะให้พวกเขาไปจับมาส่งมอบให้ได้อย่างไร ไม่มีคนให้ก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก หลงผี่ฟูโบกสะบัดมือขึ้นคราหนึ่งผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์จำนวนสิบกว่าคนที่อยู่ด้านหลังพุ่งทะยานเข้าไปหาปีศาจราชสีห์ขนทองทั้งสองในทันที…

        ในตอนนี้เผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองทั้งเผ่าเริ่มหวาดหวั่นกันขึ้นมาอย่างแท้จริง ทั้งหมดรีบถอยร่นกลับไปยังเมืองที่เป็นขุมกำลังใหญ่ที่สุดของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทอง และยังถือเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าปีศาจอีกด้วยซึ่งก็คือเมืองปีศาจสวรรค์ ในเวลาเดียวกันผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตปีศาจศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าปีศาจราชสีห์ขนทองหลายคนรีบเดินทางในตอนกลางคืนออกจากเมืองมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือของเมืองปีศาจสวรรค์ไปยังภูเขาเทพปีศาจ

        เมื่อได้รับข่าวหลงผี่ฟูและเย่เทียนหลงมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมา ลักษณะสีหน้าราวกับผู้ที่ทำตามแผนการชั่วร้ายได้สำเร็จฉะนั้น จากนั้นจึงออกคำสั่งกองทัพไม่ต้องไปเมืองอื่นอีกแล้ว ให้มุ่งหน้าไปที่เมืองปีศาจสวรรค์โดยตรงในทันทีเพื่อเตรียมตัวเล่นใหญ่สักครั้ง ในเมื่อมาถึงเขตปกครองเทพปีศาจขนาดนี้แล้วถ้าหากไม่เล่นให้ใหญ่สักหน่อยก็คงจะเป็นการมาที่เสียเที่ยวฟรีๆ เป็นแน่แท้มิใช่รึ?


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง ”อสูรทลายสวรรค์” : https://bit.ly/2zgMCjB

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/504

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม ^_^