0 Views

        “สมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์คุณภาพระดับต่ำ?”

        ทุกคนต่างมองไปยังเฝินเสินเว่ย สายตาที่มองไปล้วนเต็มไปด้วยแสงที่เร่าร้อน ของรางวัลล้ำอันดับหนึ่งยาวิญญาณเทวะ นครแห่งเทพได้ประกาศออกมาตั้งแต่ก่อนเริ่มงานประลองสงครามระหว่างเขตปกครองแล้ว เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าครั้งนี้ยังมีสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งด้วย?

        สมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์นี่มันของดีของหายากเชียวนา! แม้กระทั่งตามข้อมูลที่เป็นทางการเท่าที่รู้มา ทั้งห้าตระกูลใหญ่แต่ละตระกูลมีเพียงหนึ่งถึงสองชิ้นเพียงเท่านั้น ตระกูลเย่ประกาศว่ามีชิ้นหนึ่งคือดาบสังหารเทพของเย่เทียนหลง ความจริงแล้วตระกูลเย่มีอยู่ห้าชิ้นแต่ประกาศออกมาเพียงแค่ชิ้นเดียว ส่วนตระกูลอื่นๆ ล้วนมีกันอยู่สี่ห้าชิ้นเช่นเดียวกันเพียงแต่ไม่ประกาศออกมาเท่านั้นเอง ดูเอาว่าแม้กระทั่งห้าตระกูลใหญ่ที่มีทั้งอำนาจบารมียังมีกันเพียงแค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่าสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นมีค่าและหายากมากเพียงใด คิดว่าคงมีแต่นครแห่งเทพเพียงเท่านั้นที่มองสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์ไม่เป็นสมบัติล้ำค่า

        ดวงตาของเหล่าตัวแทนจากตระกูลต่างๆ ที่อยู่ที่นี่ตอนนี้ต่างเริ่มทอประกายแสงแหลมคมขึ้น สมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์หากสามารถได้รับล่ะก็พลังรบของตระกูลตนเองจะต้องเพิ่มสูงขึ้นอีกระดับหนึ่งอย่างแน่นอน

        เพียงแต่…เมื่อทูตเสื้อคลุมทองของหอเฝินเซียนนำรายการของรางวัลในครั้งนี้ออกมาให้ทุกคนดู ทุกคนพลันทอดถอนใจออกมาตามๆ กัน สีหน้าแสดงออกถึงความเข้าใจทุกอย่างขึ้นมาในทันที

        สมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในรายการนั้นเป็นของที่ไม่สมบูรณ์ พูดอย่างร้ายแรงหน่อยก็คือมีเพียงหนึ่งในสี่ส่วนจากทั้งหมด เป็นชิ้นเกราะแขน ตามข้อมูลที่บอกเอาไว้เดิมทีมันคือชุดเกราะสงครามเทพเพลิงอัคคีสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์คุณภาพระดับสูง แต่เนื่องจากว่าอีกสามชิ้นที่สูญหายกระจัดกระจายไปไม่ครบชุด ดังนั้นเกราะแขนที่เหลืออยู่นี้จึงสูญเสียพลังการปกป้องผู้เป็นเจ้าของไป จึงถูกวินิจฉัยให้เป็นสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์คุณภาพระดับต่ำไป

        เชอะ! หลายคนทั้งส่ายหัวทั้งถอนหายใจออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายคนแสดงออกถึงสายตาที่ดูถูกและไม่ยี่หระอย่างเด่นชัด ไม่มีความสามารถในการปกป้องเจ้าของก็ไม่สามารถจะเรียกได้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว ที่สำคัญยังเป็นชิ้นเกราะแขนที่ราคาถูกที่สุดจากทุกชิ้นส่วนทั้งหมดของเกราะป้องกันอีกด้วย ของชิ้นนี้เรียกว่าสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์ด้วยรึ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งคะแนนที่ใช้แลกก็สูงลิ่วขนาดนั้น พอๆ กับคะแนนที่ใช้แลกยาวิญญาณเทวะเลย

        ต้องเข้าใจว่าสมบัติล้ำค่าระดับวิเศษคุณภาพระดับสูงชิ้นหนึ่งที่เป็นอาวุธหรือเป็นชุดเกราะป้องกันครบชุด ใช้คะแนนเพียงแค่หกเจ็ดพันเท่านั้นเองในการแลก ดังนั้นทุกคนจึงละสายตาลงไปยังรายการสมบัติล้ำค่าระดับวิเศษที่อยู่ด้านล่างแทน

        เย่ชิงหนิวเองก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน ถ้าหากเกราะแขนใช้คะแนนในการแลกไม่มากนักเขาคงบอกให้เย่ชิงหานแลกอย่างไม่ลังเล แต่เมื่อมองดูคะแนนที่ต้องใช้แลกแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยจะคุ้มสักเท่าใดนัก ไม่สู้ไปแลกเกราะป้องกันที่เป็นสมบัติล้ำค่าระดับวิเศษคบชุดจะดีกว่า เพราะไม่ว่าอย่างไรแขนก็ไม่ใช่จุดอันตรายถึงชีวิตบนร่างกาย แต่ลำตัวสิใช่แน่นอน

        เย่ชิงหานก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน หลังจากที่แลกยาวิญญาณเทวะไปแล้วเขายังเหลือคะแนนอีกเกือบสองหมื่นคะแนน ถ้าหากสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์เป็นของที่สมบูรณ์ล่ะก็แม้ต้องใช้คะแนนทั้งหมดในการแลกเขาก็ยอม อานุภาพของสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นเขารู้ดี หลายต่อหลายครั้งที่รอดตายมาได้ทำให้เขารู้ว่าสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นสำคัญกับผู้ฝึกยุทธมากแค่ไหน

        “ลูกพี่ รีบแลกเกราะแขนชิ้นนั้นไว้ เกราะแขนนั้นเป็นสุดยอดของล้ำค่า!” ในขณะที่เย่ชิงหานกำลังเตรียมที่จะละสายตาลงไปมองดูรายการสมบัติล้ำค่าระดับวิเศษเหมือนคนอื่นๆ เผื่อว่าถึงรอบตนเองจะได้แลกได้อย่างพอใจ แต่ทันใดนั้นภายในหัวของเขาพลันมีเสียงของเสี่ยวเฮยที่ส่งเข้ามา

        “สุดยอดของล้ำค่า? เสี่ยวเฮย มันยังไงกัน?” เย่ชิงหานตื่นตกใจรีบถามขึ้นในทันที ของชิ้นนี้แม้แต่เย่ชิงหนิวยังวินิจฉัยว่ามูลค่าไม่สมกับราคา เสี่ยวเฮยอาศัยอะไรถึงแน่ใจได้ขนาดนั้น?

        “เหตุผลโดยรวมข้าบอกอย่างชัดเจนไม่ได้ แต่ความรู้สึกของข้าบอกว่าของสิ่งนี้เป็นของดีอย่างแน่นอน เชื่อข้าไม่ผิดแน่ ท่านแลกไว้ก็พอ!” เสี่ยวเฮยส่งกระแสเสียงอธิบายบอกมาค่อนข้างคลุมเครือแต่น้ำเสียงหนักแน่นแน่วแน่

        เย่ชิงหานไม่มีทางเลือกอื่นจึงพยักหน้าตอบรับเงียบๆ สำหรับเขาแล้วเสี่ยวเฮยไม่ได้เป็นแค่เพียงสัตว์อสูรธรรมดาๆ ทั่วไป นับตั้งแต่เสี่ยวเฮยเริ่มส่งกระแสเสียงพูดคุยกับเขาเมื่อตอนที่อยู่เทือกเขารกร้างเขาก็เริ่มมองเสี่ยวเฮยไม่ใช่สัตว์อสูรตัวหนึ่ง ไม่ใช่สัตว์ตัวหนึ่ง แต่มองมันเป็นคนๆ หนึ่ง คนที่ยืนหยัดต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา ตอนนี้เสี่ยวเฮยขอให้เขาทำเรื่องๆ หนึ่งเป็นครั้งแรก อย่าว่าแต่ของสิ่งนี้เป็นสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์เลย ต่อให้เป็นขยะชิ้นหนึ่งเขาก็จะทำการแลกมันมาโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

        หลังจากที่ทุกคนตรวจดูรายการของรางวัลกันอย่างชัดเจนดีแล้วจึงเริ่มทำการแลกเปลี่ยนของรางวัลขึ้น เดิมทีเย่ชิงหานคิดว่าตนเองทำการแลกเปลี่ยนของรางวัลอันดับหนึ่งไปแล้ว รอบนี้ผู้ที่จะได้แลกของรางวัลก่อนจึงน่าจะเป็นหลงไซ้หนาน แต่ไม่คาดคิดว่าหลงไซ้หนานเปิดปากพูดเสนอขึ้นมาอีกครั้งโดยให้สิทธิ์แก่เย่ชิงหานทำการแลกเปลี่ยนเป็นคนแรก เพื่อเป็นการตอบแทนต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำให้เขตปกครองเทพสงครามในงานประลองสงครามระหว่างเขตปกครองครั้งนี้

        ข้อเสนอนี้แน่นอนว่าไม่มีใครคัดค้าน ถ้าหากไม่มีเย่ชิงหานพวกเขาหลายคนที่อยู่ที่นี่คงไม่มีโอกาสได้มาแลกของรางวัลด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีหลายคนที่จะต้องทิ้งชีวิตไว้บนเกาะแห่งความมืดมิดนั้นตลอดกาล กลายเป็นเถ้าธุลีและเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ใบหญ้าของที่นั่น

        “แลกของรางวัลชิ้นที่หกสมบัติล้ำค่าระดับวิเศษคุณภาพระดับสูง” เย่ชิงหานก็ไม่เล่นตัวอืดอาดยืดยาด ในเมื่อทุกคนเห็นเช่นนี้เขาก็พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคารพ แต่เมื่อกำลังจะแลกของรางวัลเย่ชิงหนิวส่งกระแสเสียงมาหาเขาในทันที

        ของรางวัลชิ้นที่หกสมบัติล้ำค่าระดับวิเศษเป็นชุดเกราะเกล็ดมังกร ทั้งชุดทำมาจากเกล็ดมังกรสีเงินมารอสูรระดับแปด พลังป้องกันของชุดอยู่ในขั้นสุดยอด จัดเป็นหนึ่งในสุดยอดสมบัติล้ำค่าอันดับต้นๆ ในจำพวกสมบัติล้ำค่าระดับวิเศษ เย่ชิงหนิวรู้ว่าเย่ชิงหานไม่มีชุดเกราะป้องกันสวมใส่จึงได้ช่วยเขาคัดเลือกชุดที่ดีที่สุดให้

        “ขอแลกสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนั้น คะแนนทั้งหมดหักเอาจากแหวนของข้า ยังมีก่อนหน้านี้อีกหนึ่งหมื่นคะแนน!” เย่ชิงหานไม่ได้ทำตามที่เย่ชิงหนิวส่งสัญญาณบอก แต่กลับยื่นมือซ้ายชี้ออกไปที่ของรางวัลอันดับสองสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์เกราะแขนเพลิงอัคคี

        “ฮือ…!”

        ทุกคนส่งเสียงเกรียวกราวกันขึ้น ต่างรู้สึกว่าเย่ชิงหานอายุยังน้อยไม่รู้เรื่องเลยคิดว่าสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์เป็นของที่ดีที่สุดจึงทำให้สูญเสียคะแนนมากมายไปฟรีๆ เย่ชิงหนิวรีบส่งกระแสเสียงไม่เห็นด้วยมาในทันที เยว่ชิงเฉิงได้แต่ส่ายหัวมองดูเย่ชิงหาน เพียงแต่เย่ชิงหานยืนกรานกระต่ายขาเดียวจะแลกเกราะแขนเพลิงอัคคีเท่านั้น

        “เย่ชิงหาน เจ้าแน่ใจใช่มั้ย? ถ้าอย่างนั้นข้าจะปลดแหวนของเจ้าออกและหักคะแนนออกทั้งหมด!” ทูตเสื้อคลุมทองไม่ได้กล่าวอะไรมาก เพียงพูดออกมาอย่างเย็นชาประโยคเดียว

        “แน่ใจ!” เย่ชิงหานตอบอย่างมั่นใจ

        “ตกลง!” ทูตเสื้อคลุมทองยื่นมือแก่หง่อมออกมา วางมือไปด้านบนมือของเย่ชิงหานข้างที่สวมใส่แหวนอยู่ จากนั้นกระแสพลังแสงสีเขียวพวยพุ่งออกมาจากใจกลางฝ่ามือของเขา แหวนที่อยู่บนนิ้วมือของเย่ชิงหานหลุดลอยออกไปอยู่ในมือของทูตเสื้อคลุมทองทันที

        “นี่คือสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์เกราะแขนเพลิงอัคคี คะแนนของเจ้าทั้งหมดสองหมื่นหกพันสามร้อยคะแนน หักส่วนของยาวิญญาณเทวะและสมบัติล้ำค่าระดับศักดิ์สิทธิ์ไปเจ้ายังเหลือหกพันสามร้อยคะแนน! คะแนนที่เหลือเจ้าจะทำการแลกของรางวัลต่อที่นครแห่งเทพหรือจะนำกลับไปแลกที่เมืองมังกร?” ทูตเสื้อคลุมทองอีกคนที่อยู่ข้างๆ นำกล่องหยกสีแดงยื่นมาให้เย่ชิงหานโดยตรง จากนั้นทำการจดบันทึกคะแนนที่เหลือลงบนสมุดบันทึก

        “คะแนนของข้าที่เหลือมอบอำนาจให้ผู้อาวุโสเย่ชิงหนิวจัดการไปก็แล้วกัน!” เย่ชิงหานรับกล่องหยกมาแล้วยัดเข้าไว้ภายในหน้าอกทันที จากนั้นประสานมือไปยังทุกคนแล้วพูดขึ้นต่อ “ทุกท่านเชิญแลกของรางวัลกันตามสบาย เมื่อคืนวานดื่มหนักไปหน่อยรู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อยจึงจะขอตัวกลับไปพักผ่อนที่สวนสักหน่อย” พูดจบ เขาเดินออกไปภายใต้การพูดหยอกล้อของทุกคนและสีหน้าอาการเป็นห่วงกังวลของเยว่ชิงเฉิงที่มองมา

        เย่ชิงหนิวพยักหน้าออกมาจากนั้นหันไปบอกเย่ผิงที่อยู่ด้านหลัง “เย่ผิงเจ้าติดตามเย่ชิงหานไป ทุกท่านเชิญแลกรางวัลกันต่อตามสบาย ความสามารถในการดื่มเหล้าของเจ้าเด็กคนนี้ยังคงต้องฝึกฝนอีกมากแล้วอย่างนี้!”

        “อืม แม่นางหลงถึงรอบของเจ้าแล้ว!”

        ……

        เย่ชิงหานแน่นอนว่าไม่ได้ปวดศีรษะเพราะฤทธิ์เหล้า แต่เป็นกังวลเย่ชิงอู่ที่อยู่ในสวนที่พัก ยาวิญญาณเทวะอยู่ในมือแล้วจึงอยากที่จะกลับไปถึงยังตระกูลเย่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงอยากจะรีบกลับมาดูว่าเย่ชิงอู่ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง สามารถที่จะเคลื่อนย้ายกลับไปยังเมืองมังกรพร้อมกันเลยได้หรือไม่ จากนั้นรีบเดินทางกลับตระกูลเย่ด้วยกัน

        “ผู้อาวุโสเย่ผิง แกนวาร์ปของนครแห่งเทพสามารถเคลื่อนย้ายไปที่เมืองชางโดยตรงได้เลยหรือไม่?” มองเห็นเย่ผิงตามมาด้านหลัง เย่ชิงหานนึกอะไรขึ้นมาได้จึงหันหน้าไปเอ่ยถามขึ้น

        “แน่นอนว่าทำไม่ได้ แกนวาร์ปของนครแห่งเทพทำได้แค่เพียงเคลื่อนย้ายไปยังเมืองหลักของแต่ละเขตปกครองเท่านั้น เมืองชางแม้จะเป็นเมืองหลักแต่ก็ยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะทำการเคลื่อนย้ายไปได้โดยตรง!” เย่ผิงมองเห็นท่าทางของเย่ชิงหานร้อนรนรีบอยากจะกลับให้ถึงบ้านอย่างรวดเร็วที่สุดทำให้เขารู้สึกแอบยิ้มออกมาในใจ แต่ทันใดนั้นราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้จังหวะเก้าเท้าหยุดลงและพูดออกมาด้วยสีหน้าอาการสงสัย “เอ่อ…นายน้อยหาน กลัวว่าวันนี้เจ้าจะไม่สามารถกลับไปเมืองมังกรได้แล้วล่ะ ข้าเพิ่งได้ข่าวแจ้งมาว่าแกนวาร์ปเกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อยในตอนเช้า ตอนนี้กำลังทำการซ่อมแซมแก้ไขปัญหาอยู่ คาดว่าคงต้องรออีกหลายวันแล้วล่ะอย่างนี้!”

        เย่ชิงหานจังหวะก้าวเท้าหยุดชะงักลงในทันทีพร้อมกับพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ “แกนวาร์ปพัง?”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง ”อสูรทลายสวรรค์” : https://bit.ly/2zgMCjB

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/504

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม ^_^