0 Views

        ไม่มีเวลามาขบคิดด้วยว่าข่าวสารที่ได้รับมาจากทูตส่งสารจากนครแห่งเทพนั้นมีความผิดพลาด หรือแท้จริงแล้วมันเป็นแผนการร้ายที่ถูกวางเอาไว้เพื่อพวกเขาตั้งแต่แรกแล้ว และก็ไม่มีเวลามาด่าทอโคตรเหง้าบรรพบุรุษของถูเชียนจวินด้วย ในตอนนี้พวกเขาอยากที่จะมีขางอกเพิ่มออกมาเป็นสี่ข้างเสียจริงๆ กลัวว่าถ้าวิ่งช้าไปกว่านี้จะกลายเป็นโครงกระดูกอยู่ภายใต้ไฟพลังมังกร หรืออาจจะกลายเป็นกองเนื้อบดภายใต้ท่อนหางแข็งแกร่งอวบใหญ่ที่ราวกับท่อนเหล็กกล้าของมัน

        โฮก! โฮก!

        คู่ของตนเองกำลังออกไข่  ส่วนเจ้าพวกเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนตัวกระจ้อยทั้งหลายนี้กลับกล้ามารบกวน แถมยังทำให้ตนเองที่กำลังหลับอยู่อย่างมีความสุขสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีก มังกรดำรู้สึกโกรธเดือดดาลถึงขีดสุด อาละวาดระบายโทสะออกมาอย่างเต็มที่ พ่นไฟพลังมังกรออกมาอย่างต่อเนื่องเปลี่ยนหุบเขามังกรดำให้กลายเป็นนรกโลกันต์ไปในพริบตา ส่วนหางที่แข็งแกร่งอวบใหญ่ของมันฟาดทำลายลงมาจนหุบเขามังกรดำเกือบจะกลายเป็นพื้นที่ราบเรียบไปด้วยเช่นเดียวกัน

        เห็นได้ชัดว่ากองกำลังนักรบเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนที่เป็นทัพหน้าไม่มีใครกล้าที่จะต่อสู้รับมือกับมังกรดำที่กำลังโกรธเกี้ยว ทำได้แค่เพียงแตกหนีกระเจิงกันไปทั่วสารทิศจากไฟพลังมังกรและหางที่แข็งแกร่งอวบใหญ่ของมัน เพียงแต่ขนาดของหุบเขาที่ใหญ่ไม่พอสำหรับมังกรที่กำลังเกรี้ยวกราดตัวหนึ่ง ถูกการโจมตีของมันที่ปล่อยออกมากวาดล้างไปทั่วทุกที่ แทบจะพูดได้ว่าไม่มีที่หลบเลยก็ว่าได้ ดังนั้นนักรบเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนจึงไม่ต่างจากฝูงมดที่กำลังวิ่งหนีไฟป่าที่ลุกลามไล่มาอย่างรวดเร็ว

        “ซ่าๆ!

        ทะเลสาบเล็กๆ กลางหุบเขากลายมาเป็นสถานที่หลบภัยของเหล่ากองกำลังนักรบเผ่าปีศาจและนักรบเผ่าคนเถื่อนจำนวนนับไม่ถ้วน เนื่องจากไฟพลังมังกรที่ร้อนแรงที่จะตกลงมาแผดเผาพวกเขาได้ทุกเมื่อ ทุกคนต่างพากันกระโดดลงไปแล้วว่ายข้ามไปอีกฝั่ง

        “ปัง!”

        มังกรดำไม่ได้สนใจต่อพวกเขาเหล่านั้น มันหันมาจัดการกับนักรบเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนที่กำลังวิ่งหนีออกไปยังปากทางเข้าหุบเขาก่อน มันพ่นไฟพลังมังกรออกมาพร้อมกับตวัดหางฟาดออกไปจนพวกที่กำลังวิ่งออกไปตายเรียบจนไม่เหลือ จากนั้นมันมองดูจนแน่ใจว่าไม่มีใครวิ่งออกมาทางนี้อีกจึงได้หันหัวกลับไปยังทะเลสาบที่อยู่ใจกลางหุบเขาต่อ!

        “ซ่าๆ!”

        กองกำลังนีกรบเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนที่ยังหลงเหลืออยู่ไม่มีหนทางให้หลบหนีจริงๆ ทำได้แค่เพียงส่งสายตามองไปยังทะเลสาบเล็กๆ ที่อยู่ตรงกลางหุบเขา จากนั้นจึงต่างพากันกระโดดลงไปในน้ำด้วยกันทั้งหมด

        “โฮก…!”

        มังกรดำร้องคำรามเสียงยาวออกมา ดวงตาที่เย็นยะเยือกของมันปรากฏแววของความโหดเหี้ยมวาบผ่าน มันพ่นไฟพลังมังกรออกมาอย่างต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง ผ่านไปเพียงชั่วครู่น้ำทั้งทะเลสาบเริ่มเดือดปุดๆ ขึ้นมาทันที นักรบเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนที่มุดหลบซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำยังคงฝืนทนอยู่ด้วยความยากลำบาก เพราะถ้าหากโผล่หัวขึ้นไปบนผิวน้ำก็มีแต่ตายสถานเดียว

        เห็นได้ชัดว่าเจ้ามังกรดำตัวนี้เดือดดาลจนถึงขีดสุด มันไม่สนใจว่าจะสูญเสียพลังไปสักเท่าไหร่ก็ต้องฆ่าเหล่าผู้บุกรุกที่บังอาจมารบกวนคู่ของมันที่กำลังออกไข่ให้ตายไปหมดทั้งหมดให้ได้ ไฟพลังมังกรถูกพ่นออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้อุณหภูมิของน้ำในทะเลสาบเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายนักรบของเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนที่อยู่ภายในน้ำล้วนถูกต้มจนสุกแบบทั้งเป็น น้ำภายในทะเลสาบระเหยกลายเป็นไอหายไปกว่าครึ่งจากอานุภาพความร้อนแรงของไฟพลังมังกร…

        มองดูศพจำนวนนับไม่ถ้วนที่ค่อยๆ ลอยขึ้นมาสู่ผิวน้ำ มังกรดำสะบัดหัวของมันด้วยความพอใจ มันหันหัวไปทางถ้ำทางด้านซ้ายแล้วร้องคำรามออกมาครั้งหนึ่ง จากนั้นหันหัวลอยออกไปยังภายนอกหุบเขา ข้างนอกยังมีกองกำลังนักรบเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนอีกจำนวนมากที่กำลังหลบหนี มันตัดสินใจที่จะให้บทเรียนที่เจ็บปวดจนลืมไม่ลงแก่ผู้บุกรุก เพื่อทำให้สิ่งมีชีวิตทุกตัวที่อยู่บนเกาะแห่งความมืดมิดได้รับรู้ไว้ว่า การมายั่วยุให้มังกรดำพิโรธนั้นผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร หนวดมังกร…ใช่ว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็จะสามารถมากระตุกได้ตามอำเภอใจ!

        ……

        หลังจากที่มังกรดำลอยออกไปได้สักพัก หุบเขามังกรดำที่ดูราวกับนรกโลกันต์พลันปรากฏมีเงาร่างของคนหลายคนและสัตว์อสูรสีดำตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมา

        “ฮะ!”

        มองดูซากศพที่นอนตายเกลื่อนอยู่ทั่วทั้งหุบเขามังกรดำ ทั้งสี่คนและหนึ่งสัตว์อสูรต่างตกตะลึงพรึงเพริดขึ้นมาทันที ตั้งแต่ที่พวกเยาขาข่าและหมันก้านเริ่มเดินทัพเข้ามาภายในหุบเขามังกรดำแห่งนี้ และจนทำให้มังกรดำโกรธ พวกเขาก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงออกมาส่องดูเหตุการณ์ที่บริเวณปากโพรงถ้ำ เมื่อเห็นว่ามีกองกำลังนักรบของเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนถูกไล่ตามฆ่าวิ่งหนีตายกันไปทั่วสารทิศ พวกเขารีบทำการปิดปากโพรงถ้ำในทันที เพราะถ้าหากให้นักรบทั้งสองเผ่าค้นพบที่ซ่อนตัวของพวกเขาได้คงไม่ต้องพูดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา

        ทั้งสี่คนอาศัยช่วงชุลมุนใช้กระบี่และดาบที่มีในมือจัดการสับปากทางเข้าโพรงถ้ำจนเละเทะทำให้เหมือนกับซากปรักหักพังที่พังทลายลงมา จากนั้นใช้ก้อนกินและดินโคลนอุดปากทางเข้าจนสนิทแล้วให้เสี่ยวเฮยสัมผัสความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่อยู่ภายนอก ดีที่กองกำลังนักรบเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อนถูกมังกรดำไล่ฆ่าหนีตายกันอุตลุดจนไม่มีเวลาทันได้สังเกตว่าที่แห่งนี้มีโพรงถ้ำอยู่ จนกระทั่งมังกรดำลอยออกไปยังภายนอกหุบเขาพวกเขาถึงได้พังปากโพรงถ้ำออกมา

        “รีบไป เร็ว! เป็นโอกาสอันดีที่หาได้ยากยิ่ง! ถ้าเจ้ามังกรตัวนั้นกลับมาหรือมังกรตัวที่อยู่ภายในถ้ำด้านซ้ายออกไข่เสร็จ พลังของมันฟื้นคืนกลับมาพวกเราได้ตายกันหมดแน่นอน!” เย่สือชีส่ายหัว ไม่อยากที่จะหันไปมองสภาพน่าอนาถสายตาที่อยู่ภายในหุขเขา ทำท่าโบกมือให้ทุกคนรีบออกไปจากหุบเขาแห่งนี้โดยเร็ว

        “ถ้ายังไม่รีบไปอีก ข้าคงได้อาเจียนออกมาแน่ๆ!” เย่ชิงอู่มือข้างหนึ่งปิดปากตนเองไว้ พร้อมกับพูดออกมาด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวด

        “อืม!” เย่สือซานหันไปมองหุบเขาทางด้านซ้าย กัดฟันข่มความอยากภายในใจแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ไป! ออกจากหุบเขากันเถอะ!”

        มังกรดำตัวผู้ลอยออกไปจากหุบเขา ออกไปตามไล่ฆ่ากองกำลังนักรบเผ่าปีศาจและเผ่าคนเถื่อน ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะไปเอาผลึกมังกรและเก็บสะสมคะแนนที่อยู่บนซากศพที่นอนกองอยู่บนพื้น เพียงแต่…ไม่มีใครรู้ว่ามังกรดำออกไปไกลเพียงใด? ถ้าหากไปเอาผลึกมังกรแน่นอนว่าจะจ้องถูกมังกรดำตัวเมียพบเห็นเข้าอย่างแน่นอน และถ้ามังกรตัวผู้ออกไปไม่ไกลเท่าไหร่ แล้วตัวมังกรดำตัวเมียเรียกมันกลับมาล่ะก็ พวกเขาไม่กี่คนคงไม่มีทางรอด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยมาก่อนเป็นอันดับแรก เย่สือซานข่มความละโมบภายในจิตใจบอกให้ทุกคนรีบออกไปจากหุบเขาในทันที

        ครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่สุดในการหนีเอาชีวิตรอด หากพลาดโอกาสในครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะพบเจอโอกาสดีงามเช่นนี้อีกเมื่อไหร่

        “จี๊ดๆๆ ลูกพี่พวกท่านหนีไปก่อนเดี๋ยวข้าจะตามไปทีหลัง!” ในขณะที่พวกเย่ชิงหานทั้งสี่กำลังจะก้าวขาเดินออกไป เสี่ยวเฮยที่อยู่ข้างๆ ขยับปากของมันส่งกระแสเสียงมาหาเย่ชิงหาน

        มองดูแววปรารถนาร้อนแรงที่ปรากฏขึ้นภายในดวงตาของเสี่ยวเฮย เย่ชิงหานสะดุ้งตกใจและรับรู้ได้ทันทีว่าเสี่ยวเฮยอยากจะทำอะไร เขาจึงส่ายหัวแล้วพูดออกมา “ไม่ได้ มันอันตรายจนเกินไป! ข้าไม่เห็นด้วย”

        “ใช่แล้ว อันตรายจนเกินไป ถ้าหากเจ้ามังกรตัวผู้อยู่แถวนี้ล่ะก็ถือว่าอันตรายจนเกินไปจริงๆ!” เย่สือซานเองก็มองดูเสี่ยวเฮยด้วยความประหลาดใจและเข้าใจว่าเสี่ยวเฮยต้องการที่จะทำอะไร

        แม้เจ้าสัตว์อสูรตัวเล็กดำเมี่ยมตัวนี้จะเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน เพียงแต่สัตว์อสูรที่ยังไม่ได้โตเต็มวัยนั้นตายตั้งแต่เยาว์วัยได้ง่าย แถมยังเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์เพียงตัวเดียวที่ปรากฏขึ้นในรอบร้อยปีของตระกูลเย่ ถ้าหากตายไปตั้งแต่เยาว์วัยเช่นนี้ตระกูลเย่คงเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเย่สือซานกลัวว่าพวกเขายังหนีออกไปได้ไม่ไกลเสี่ยวเฮยก็ชักนำมังกรดำตัวผู้ตัวนั้นกลับมาเสียก่อน ถึงตอนนั้นทุกคนล้วนตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นจึงปฏิเสธข้อเสนอของเสี่ยวเฮยออกไปอย่างเด็ดขาด

        “จี๊ดๆ!” เสี่ยวเฮยมองเห็นสีหน้าห่วงกังวลของทุกคน มันทำท่าทางเบ้ปากแล้วทั่วร่างพลันเปล่งประกายแสงสว่างขึ้นมาระลอกหนึ่ง จากนั้นร่างเดิมที่มีขนาดเท่ากับศีรษะของคนเริ่มขยายใหญ่ขึ้น จนในที่สุดขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเทียบเท่ากับม้าหนุ่มตัวหนึ่งถึงค่อยหยุดการแสดงที่แปลกมหัศจรรย์ของมันลง

        “ลูกพี่ ข้าลืมบอกท่านว่าในขณะที่ข้าจำศีลหลับลึกอยู่นั้นพลังฝีมือของข้าพัฒนาขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างชัดเจนที่สุดคือระดับความเร็ว ระดับความเร็วของข้าในตอนนี้เทียบได้กับผู้มีพลังฝีมือระดับขั้นแรกขอบเขตราชาจักรพรรดิ ต่อให้เจ้ามังกรตัวผู้ตัวนั้นกลับมาข้าก็สามารถหนีเอาตัวรอดได้อยู่ดี! ดูดีๆ ล่ะ!”

        เสี่ยวเฮยเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ มันกวาดตามองไปยังเย่สือซานและเย่สือชีครั้งหนึ่งอย่างไม่ยี่หระ จากนั้นหันหน้ากลับมาพูดกับเย่ชิงหาน พูดจบขาหลังของมันหดย่อลงไปเล็กน้อย จากนั้นเงาร่างราวกับกระบี่แหลมคมเล่มหนึ่งพุ่งออกไป ชั่วพริบตาไปปรากฏโผล่อยู่ยังตำแหน่งที่ห่างไกลออกไปหลายร้อยเมตร


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง ”อสูรทลายสวรรค์” : https://bit.ly/2zgMCjB

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/504

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม ^_^