0 Views

        “นายน้อยตระกูลเย่ตีกันกับนายน้อยหลง?” เยว่จีบ่นอุบอิบลอบยิ้มออกมาอย่างปวดหัว คนตระกูลเย่สงสัยจะแกะสลักออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน แก่ยังไม่ลงมือตี แต่เด็กนี่ตีกันซะแล้ว

        สาวรับใช้ที่มารายงานข่าวถูกพลังกดดันจากเย่ชิงหนิวจนแทบไม่กล้าหายใจออกมา เยว่จีมองไปทางเย่ชิงหนิวคราหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามสาวรับใช้ขึ้น “ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเจ้าพูดมาให้ละเอียดทีสิ”

        เย่ชิงหนิวเห็นสายตาที่เยว่จีมองมาจึงเข้าใจได้ทันทีรีบสลายพลังกดดันที่แผ่ออกมา จากนั้นรีบพูดขึ้น “จงเล่ามาให้ละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น ปกติแล้วคนตระกูลเย่ไม่ใช่คนชอบหาเรื่องใครก่อน”

        สาวรับใช้ได้ยินเย่ชิงหนิวพูดขึ้นทั่วทั้งร่างพลันผ่อนคลายขึ้นในทันที จากนั้นจึงรีบพูดอธิบายออกมา “เรื่องเป็นอย่างนี้…นายน้อยตระกูลเย่ที่เพิ่งมาถึง พอมองเห็นนายน้อยเสว่ก็ราวกับเจอศัตรูคู่แค้นฉะนั้น……ต่อมานายน้อยเสว่เงียบยังไม่ทันได้ปริปากพูดจาสิ่งใด แต่นายน้อยหลงสุ่ยหลิวกลับพูดว่าจะสั่งสอนนายน้อยเย่สักหน่อย ดังนั้นทั้งสองจึงเตรียมที่จะต่อสู้กันที่ภายนอกหอสี่ทิศ”

        “พวกเจ้าดู คนตระกูลเย่ล้วนมีเหตุผล เด็กผู้หญิงร่างหยกวิญญาณนั้นก็คือน้องสาวของเจ้าหนูเย่ชิงหานนายน้อยตระกูลเย่ ก่อนที่จะมาข้าบอกกับเขาว่าเรื่องของน้องสาวทางตระกูลจะเป็นธุระให้เอง กำชับเขาด้วยว่าห้ามลงมือกับเสว่อู๋เหิน พวกเจ้าดูเขาก็อดกลั้นไม่ได้ลงมือจริงๆ แต่หลงสุ่ยหลิวเจ้าเด็กโง่กลับแส่หาเรื่องเจ็บตัวอยากจะโดนตบเอง เขาหมดทางเลือกก็เลยต้องลงมือ ข้าว่าเรื่องนี้ถ้าเจรจากันไม่ลงตัวข้าคงต้องปล่อยให้เขาจัดการเองแล้วล่ะ!”

        ทุกคนที่ได้ฟังล้วนหมดคำที่จะพูดกับเย่ชิงหนิวเลยจริงๆ จะคุยโม้ก็โม้ซะเกินความเป็นจริง เขาคิดว่าเจ้าเด็กเย่ชิงหานเป็นเย่เตารึยังไง? เสว่อู๋เหินพลังฝีมือระดับไหน? อันดับสิบของทำเนียบผู้มีพลังฝีมือระดับชั้นปฐพี พวกกิ๊กก็อกธรรมดาทั่วไปกล้าลงมือกับเขารึ? แม้ว่าหลงสุ่ยหลิวจะเป็นหนุ่มเจ้าสำราญไปหน่อย แต่พลังฝีมือระดับขั้นที่สองขอบเขตเยี่ยมยุทธก็ล้วนได้มาจากการฝึกฝนที่ยากลำบากเช่นกัน งานนี้ใครจะตบใครยังไม่รู้เลย? นางไม่กังวลว่าหลงสุ่ยหลิวจะถูกตบลงไปนอนกองกับพื้น แม้จะถูกตบไปนอนกองกับพื้นจริงท่านหลงจ้าวแห่งเขตปกครองก็คงไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้อย่างแน่นอน เพียงแต่นางกลัวว่าเมื่อเย่ชิงหานถูกตบไปนอนกองกับพื้น เย่ชิงหนิวจะใช้เหตุนี้เป็นข้ออ้างระเบิดโทสะขึ้นมาอีก เดี๋ยวบรรยากาศภายในหอจันทาของนางจะกลายเป็นอึมครึมน่าอึดอัดขึ้นมาอีก

        ……

        “แหะๆ ทุกคนออกไปดูกันเถอะ!” เย่ขิงหนิวหัวเราะแหะๆ ออกมาลอบยิ้มอยู่ภายในใจ เจ้าเด็กคนนี้ขนาดเย่ชิงขวงที่มีพลังฝีมือระดับขั้นที่สามขอบเขตเยี่ยมยุทธยังถูกเขาทำลายวรยุทธมาแล้ว ยังจะต้องพูดถึงหลงสุ่ยหลิวไอ้เด็กกระจอกนี่อีกรึ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ยินว่าพลังฝีมือของเย่ชิงหานเพิ่งเลื่อนขึ้นอีกนี่?

        “เจ้าโจมตีมาได้เลย อายุเจ้าน้อยกว่าข้า ข้าต่อให้เจ้าสามกระบวนท่า!”

        หลงสุ่ยหลิวยืนด้วยท่วงท่าสบายๆ อยู่ภายนอกหอสี่ทิศ มือซ้ายถือกระบี่เล่มหนึ่งที่ยังไม่ได้ชักออกจากฝัก มือขวาไขว้ไปด้านหลังใบหน้าแหงนมองขึ้นฟ้า ทำท่าทางราวกับยอดคนผู้สูงส่งอย่างไงอย่างงั้น

        “เป็นไอ้คนที่โง่เขลาเหลือรับประทานจริงๆ สาวงามแถวนี้ก็ไม่ได้มีแม้สักคนยังจะวางมาดโชว์เท่อวดเสน่ห์อยู่อีก” นายน้อยที่ทั่วร่างเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อกำยำล่ำสันแห่งตระกูลเฟิง ยอดฝีมือหนุ่มสาวหน้าใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลเฟิง…เฟิงจื่อ ชื่อแม้จะฟังดูคล้ายกับชื่ออิสตรีแต่กลับเป็นชายแท้ทั้งแท่ง ตอนนี้เขายืนอยู่ด้วยกันกับนายน้อยที่มีใบหน้างดงามท่าทางอ่อนช้อยแล้วพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา “คิดว่าสามกระบวนท่าคงจัดการได้เรียบร้อย” นายน้อยที่มีใบหน้างดงามท่าทางอ่อนช้อยคือนายน้อยแห่งตระกูลฮวา…ฮวาเฉ่า เขาส่ายหน้าแล้วพูดออกมาประโยคหนึ่ง แต่ไม่รู้ที่พูดว่าสามกระบวนท่าสามารถจัดการกับหลงสุ่ยหลิวได้ เขาพูดถึงตัวเองหรือพูดถึงเย่ชิงหานกันแน่?

        อืม!

        เฟิงจื่อเข้าใจได้อย่างชัดเจนถึงความหมายในคำพูดของฮวาเฉ่าว่าหมายถึงตัวเขาด้วยและหมายถึงเย่ชิงหานด้วย สำหรับเพื่อนที่คล้ายกับกะเทยคนนี้ เขารู้เป็นอย่างดีว่าตั้งแต่เด็กจนถึงกระทั่งถึงปัจจุบันฮวาเฉ่าเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการฆ่าฟัน สายตาและประสบการณ์ในการสู้รบล้วนอยู่ในระดับสุดยอด สายตาในการมองคนของเขาเฟิงจื่อเชื่ออย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ แต่เมื่อเขามองไปเห็นสายตาของเย่ชิงหาน ดวงตาของเฟิงจื่อเปลี่ยนเป็นร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

        เย่ชิงหานดวงตาหรี่ตาลง ก่อนที่จะมาเย่ชิงหนิวได้สั่งกำชับไว้และบวกกับน้องสาวที่ยังนอนอยู่ภูเขาด้านหลังรอคอยความช่วยเหลือจากเขา ทำให้เขารู้สึกเกรงอยู่บ้าง ดังนั้นภายในใจจึงมีไฟโทสะที่รอการระเบิดอยู่กองหนึ่ง หลงสุ่ยหลิวกลับมาเติมเชื้อให้ไฟกองนี้ให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เขามองดูหลงสุ่ยหลิวที่วางมาดโอหังอวดดีที่อยู่เบื้องหน้า เย่ชิงหานหรี่ตาลงมองพร้อมกับครุ่นคิดอยู่ภายในใจว่าจะตบไอ้ตัวโง่งมนี่ให้บาดเจ็บสาหัสไปภายในฝ่ามือเดียวเลยดีหรือไม่?

        “ไอ้หนูน้อยหาน อย่าซ้อมมันจนพิการล่ะ และอย่าเปิดเผยวิชาต่อสู้ร่างอสูรออกมา อย่างอื่นเล่นสนุกได้เต็มที่”

        ในตอนนี้เอง เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นที่ข้างหูของเย่ชิงหาน คิ้วของเขากระตุกขึ้นทีหนึ่ง หันมองออกไปดูทางด้านซ้าย เขารู้ว่าเป็นเสียงของเย่ชิงหนิวที่ส่งกระแสเสียงมา ในเมื่อมีตาแก่อยู่ด้วยและอนุญาตแล้ว เขาไม่ต้องพะวงอะไรอีกต่อไป จากนั้นจึงร้องคำรามออกมา

        “รวมร่างสัตว์อสูร!”

        เงาสีดำเลือนลางสายหนึ่งปรากฏขึ้นมาตรงบริเวณตำแหน่งหน้าอกของเย่ชิงหาน ชั่วพริบตาเดียวจากนั้นมันก็มุดหายกลับเข้าไปภายในร่างของเขาดังเดิม เมื่อรอยสักสีดำรูปอสูรกลืนวิญญาณขนาดเล็กปรากฏขึ้นมาบริเวณตำแหน่งหางตาของเขา ทันใดนั้นพลังอำนาจมหาศาลที่แสดงออกมาได้ปกคลุมไปทั่วทั้งหอสี่ทิศ อากาศในที่แห่งนี้ราวกับถูกแช่แข็งไปด้วยอย่างไงอย่างงั้น

        “เอ่ออ…!”

        หลงสุ่ยหลิวมองดูเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างประหลาดใจ ทำไมเด็กหนุ่มคนนี้เมื่อรวมร่างกับสัตว์อสูรแล้วพลังอำนาจที่ปลดปล่อยออกมาถึงได้รุนแรงน่ากลัวขนาดนี้ เขาไม่กล้าประมาทอวดเก่งอีกต่อไปรีบเร่งโคจรพลังปราณรบขึ้น จากนั้นปล่อยพลังปราณรบสีเหลืองออกมาห่อหุ้มร่างกายเอาไว้

        “สัตว์อสูรคุณภาพระดับแปด?”

        เฟิงจื่อและฮวาเฉ่าต่างมองตากัน ทั้งคู่เห็นได้ถึงอาการตื่นตะลึงที่ปรากฏอยู่ภายในดวงตาของอีกฝ่าย ตระกูลเย่เก็บซ่อนได้มิดชิดเสียจริง แค่มองดูพลังอำนาจที่แผ่ออกมาหลังจากรวมร่างก็พอคาดเดาได้ว่าเป็นสัตว์อสูรคุณภาพระดับแปด ส่วนอสูรศักดิ์สิทธิ์พวกเขาไม่คิดไปไกลถึงขนาดนั้น เพราะระยะเวลาผ่านมาเป็นพันปีเพิ่งจะมีปรากฏมาแค่เพียงตัวเดียว อีกไม่นานตระกูลเย่คงได้มียอดฝีมือที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาอีกคนเป็นแน่แท้

        “ตาแก่หนิว! พวกเจ้านี่ช่างเก็บซ่อนได้อย่างมิดชิดเสียจริงๆ เด็กหนุ่มอายุยังน้อยที่มีทั้งสัตว์อสูรคุณภาพระดับแปดและพลังฝีมือระดับขั้นแรกขอบเขตเยี่ยมยุทธ อนาคตภายภาคหน้าไม่อาจจะคาดเดาได้เลยจริงๆ!” ปากประตูทางเข้าหอสามทิศที่อยู่ไม่ไกลออกไป หนึ่งในชายแก่สองคนแห่งตระกูลเฟิงและตระกูลฮวาที่เอาแต่หลับตาเงียบๆ อยู่ตลอด ในที่สุดก็เปิดปากพูดขึ้น ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและความอิจฉา สัตว์อสูรคุณภาพระดับแปดกับพรสวรรค์ที่ไม่เลวของเด็กหนุ่มคนนี้ สามารถทำนายได้เลยว่าต่อไปตระกูลเย่จะต้องมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาอีกคนเป็นแน่

        “แหะๆ!” เย่ชิงหนิวหัวเราะแหยๆ ขึ้นสองครั้ง ลอบพูดออกมาภายในใจ เป็นพวกข้าที่เก็บซ่อนมิดชิดที่ไหนกันล่ะ เป็นเจ้าเด็กน้อยคนนี้ที่เก็บซ่อนได้มิดชิดเองต่างหาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโคตรจะมิดชิด ไม่เจอกันแค่เดือนเดียวกลับบรรลุถึงระดับขอบเขตเยี่ยมยุทธแล้ว ดูท่าท่านหัวหน้าตระกูลจะพูดไม่ผิด เจ้าเด็กคนนี้มีความลับที่เก็บซ่อนเอาไว้อย่างมากมาย

        เสว่เฟยที่ยืนเงียบๆ ข้างๆ ใบหน้ายิ่งดำคล้ำขึ้นไปอีกหลายส่วน กำลังครุ่นคิดว่าเรื่องราวในวันนี้จะทำให้จบลงด้วยดีได้ยังไง? ดูท่าทางของทั้งตาแก่หนิวและเจ้าเด็กนั่นแล้วคิดว่าคงต้องควักจ่ายอีกอย่างหนักเป็นแน่

        เย่ชิงหานไม่สามารถรู้ได้ว่าในที่ที่ไม่ห่างไกลออกไปจะมีตาแก่สี่คนแอบมองสังเกตการณ์เขาอยู่ เขารู้แค่เพียงว่าจะต้องตบนายน้อยหลงที่อยู่ตรงหน้าให้ลงไปนอนกองกับพื้นอย่างสาสมให้ได้ ถึงจะทำให้ไฟโทสะที่สุมอยู่ในอกบรรเทาลงได้

        ครั้นแล้วเขาจึงลงมือ รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลจากภายในร่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ความมั่นใจเพิ่มขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม เขาปล่อยหมัดโจมตีออกไปยังหลงสุ่ยหลิวที่ตอนนี้ร่างห่อหุ้มด้วยพลังปราณรบสีเหลือง ไม่มีกระบวนท่าพิเศษใดๆ และไม่เหมือนผู้มีพลังฝีมือในระดับขอบเขตเยี่ยมยุทธคนอื่นๆ ที่ปลดปล่อยพลังปราณรบออกมาภายนอกเปลี่ยนเป็นศาสตราชนิดต่างๆ เนื่องจากว่าเขาเพิ่งจะเหยียบย่างเข้ามาสู่ระดับขอบเขตเยี่ยมยุทธจึงยังไม่รู้วิธีการเหล่านั้น เขาทำได้เพียงแค่โคจรพลังปราณรบทั่วทั้งร่างขึ้น จากนั้นปล่อยหมัดพุ่งตรงงออกไปยังด้านหน้าราวกับแรดนอเดียวที่กำลังติดสัตว์ ทุบลงไปยังพลังปราณรบสีเหลืองนั้นอย่างป่าเถื่อน

        ท่าร่างเย่ชิงหานที่รวดเร็วดุจสายลมบวกกับพลังปราณรบมหาศาลที่อัดแน่อยู่ภายในหมัดซ้าย ทำให้อุณหภูมิในอากาศร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที หมัดซ้ายสีทองของเย่ชิงหานทุบลงไปยังพลังปราณรบสีเหลืองที่ห่อหุ้มร่างของหลงสุ่ยหลิวบังเกิดเสียงระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เกือบจะทำให้อากาศลุกไหม้ขึ้น

        “ปัง!”

        ไม่มีอะไรนอกเหนือจากที่คาดคิดไว้ พลังปราณรบสีเหลืองที่ห่อหุ้มอยู่แหลกละเอียดไปในทันที หลงสุ่ยหลิวราวกับกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกไป ถูกโจมตีกระเด็นลอยปลิวไปกระแทกเข้ากับกำแพงแข็งหนาที่อยู่ด้านหลังอย่างรุนแรง จากนั้นสะท้อนกระเด็นกลับมา กลิ้งไปบนพื้นอยู่หลายตลบแล้วแน่นิ่งไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาสลบหมดสติไปตั้งแต่เมื่อไหร่

        เย่ชิงหานภายนอกแม้จะมีพลังฝีมือเพียงแค่ระดับแรกขอบเขตเยี่ยมยุทธ แต่เนื่องจากตันเถียนที่พิเศษสุดยอดทำให้พลังปราณรบที่มีนั้นมากเสียกว่าผู้ที่อยู่ในระดับขั้นที่สองขอบเขตเยี่ยมยุทธเสียอีก หลังจากที่รวมร่างกับสัตว์อสูรพลังฝีมือก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากลัวจนบรรลุถึงระดับขอบเขตนักรบ หลงสุ่ยหลิวที่ใช้พลังปราณรบแค่ระดับที่สองขอบเขตเยี่ยมยุทธห่อหุ้มกาย เมื่อถูกหมัดของเย่ชิงหานสัมผัสถูกก็แหลกละเอียดไปในทันที ถ้าหากไม่ใช่ว่าเย่ชิงหานดึงพลังกลับมาครึ่งหนึ่ง หลงสุ่ยหลิวป่านนี้คงถูกทุบจนกลายเป็นกองเนื้อบดไปแล้ว

        เอ่ออ! อ่าาา! ฮะ!

        หลังจากเสียงทั้งสามดังขึ้น ที่ตามมาก็คือความเงียบงัน เฟิงจื่อที่ร่างกายกำยำราวกับขุนเขาอ้าปากค้าง สีหน้าอาการเกินจะบรรยาย แต่ไฟปรารถนาการต่อสู้ภายในดวงตานั้นลุกโชนมากยิ่งขึ้นเป็นพิเศษ ฮวาเฉ่าที่งดงามราวกับกะเทยก้มหน้าลงเล็กน้อย ภายใต้ขนตางอนยาวสวยนั้นดวงตาของเขาขยับสั่นไปมาปกปิดความตื่นตะลึงที่เผยออกมา ส่วนเสว่อู๋เหินใบหน้ายังคงดำคล้ำเช่นเดิม แต่ดวงตาหยินหยางที่ข้างหนึ่งดำข้างหนึ่งเทาของเขานั้นกลับเต็มไปด้วยความหวาดผวาและความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าไอ้ขยะไม่กี่เดือนก่อนที่แค่สะบัดมือก็สามารถซัดให้ลอยปลิวออกไปได้ ทำไมถึงได้ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับนี้ได้?

        ส่วนเยว่เหนียงคิ้วขมวดขึ้นมาแทน มองดูนายน้อยของตระกูลเย่ที่ยืนอยู่ด้านหน้า และผู้คุ้มกันที่กำลังเดินเข้าไปหาหลงสุ่ยหลิว นางเป็นกังวลเล็กน้อย หลงสุ่ยหลิวไม่ได้พาผู้คุ้มกันมามาก พามาเพียงแค่คนเดียว ผู้คุมกันของเขาเป็นชายวัยกลางคนใบหน้าค่อนข้างดำและหัวล้านนั่งอยู่เงียบๆ ไม่พูดจาใดๆ ตั้งแต่ที่เย่ชิงหานเดินเข้ามาชายวัยกลางคนผู้นี้ก็ยังไม่ได้ปริปากพูดสิ่งใดออกมาสักคำ ถึงขนาดว่าเมื่อสักครู่ที่เย่ชิงหานเกือบจะฆ่าหลงสุ่ยหลิวเขาก็ไม่ได้ส่งเสียงใดๆ ออกมา และไม่ได้คิดที่จะห้ามปราม เพียงแต่ตอนนี้ที่หลงสุ่ยหลิวนอนสลบหมดสติอยู่บนพื้นเขาถึงเดินออกมาอุ้มหลงสุ่ยหลิวขึ้น จากนั้นหันหน้าไปพูดกับเย่ชิงหานขึ้นประโยคหนึ่ง “ขอบคุณนายน้อยเย่ที่ยั้งมือ หลงอู่ขอตัวก่อน”

        เยว่เหนียงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางรู้ว่าหลงอู่พูดออกมาแบบนี้คงจะไม่หาเรื่องอีกแน่ และนางยังรู้อีกว่าผู้คุ้มกันหัวล้านหน้าดำผู้นี้เป็นยอดฝีมือที่มีพลังฝีมืออยู่ในระดับขั้นที่สองขอบเขตราชาจักรพรรดิ ถ้าหากจะหาเรื่องคงต้องยุ่งวุ่นวายเป็นอย่างมากแน่นอน ดังนั้นนางจึงยิ้มออกมาแล้วจัดแจงให้คนพาหลงอู่ออกไปเพื่อรักษาหลงสุ่ยหลิว

        “ตาแก่หนิว เด็กตระกูลเจ้านี่ดุดันไม่เบาเลยนี่นา พลังเมื่อสักครู่อย่างน้อยก็ต้องเทียบได้กับระดับขอบเขตนักรบแล้วล่ะ พวกเจ้าได้ของดีมาอีกแล้ว นี่มันเย่เตาคนที่สองเลยก็ว่าได้” ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเฟิงพยักหน้าพูดออกมาพร้อมกับมองไปที่เย่ชิงหนิวอย่างอิจฉา คนระดับพวกเขามองออกว่าจังหวะสุดท้ายนั้นเย่ชิงหานยั้งมือให้

        “ตาแก่หนิวเด็กคนนี้ไม่เลวจริงๆ ไอ้หนูเฉ่าตระกูลข้าไม่ใช่คู่มืออย่างแน่นอน” ชายแก่แห่งตระกูลฮวาพยักหน้าพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม

        เยว่จีพูดขึ้นด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส “พี่หนิว ขอแสดงความยินดีด้วย!”

        “ไม่หรอก ไม่หรอก เด็กคนนี้จะไปเทียบกับเฟิงจื่อและฮวาเฉ่าทั้งสองคนนั้นได้อย่างไร ยังห่างไกลกันนัก” เย่ชิงหนิวส่ายหัวพูดออกมาอย่างถ่อมตัว แต่ทันใดนั้นคล้ายกับนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันหน้ามาพูดกับเสว่เฟย “แต่ข้าคิดว่าแค่บดขยี้เสว่อู๋เหินคงไม่ยากเท่าไหร่ เอาอย่างนี้มั้ยล่ะ? ให้พวกเขาสู้กันสักรอบแบบเดิมพันชีวิต สู้เสร็จไม่ว่าแพ้หรือชนะของสำหรับให้ขอทานที่เจ้าเอามาข้าไม่เอาสักชิ้น แบบนี้ตกลงมั้ย?”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง ”อสูรทลายสวรรค์” : https://bit.ly/2zgMCjB

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/504

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/เล่มค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอนเท่ากับ 1 เล่ม ^_^