0 Views

        คำพูดของฉินฮุ่ยหนิงทำให้ล่าวไท่จุนถึงกับครุ่นคิด

        ในบ้านมีคุณหนูหลายคน อีกไม่นานคุณหนูสามก็จะเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว เรื่องแต่งงานกับคุณชายสองแห่งจวนเจี้ยนอันป๋อก็ได้คุยกันอยู่ในขั้นที่แปด เก้าจะถึงสิบแล้ว หากแม่นมจากวังหลวงมาสอนอีกระดับ ก็จะเป็นการดีสำหรับคุณหนูในจวนจริงๆ

        แต่ที่เป็นเรื่องยากก็คือ หวงโฮ่วเหนียงเนียงได้มีรับสั่ง ให้แม่นมจานมาสอนฉินหยีหนิงเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าจะต้องสอนคนอื่นๆ ด้วย ถ้าตระกูลฉินสนิทกับแม่นมจานเป็นพิเศษละก็ ให้เงินทองกับนางสักหน่อย ก็ไม่กลัวว่านางจะปฏิเสธ สิ่งที่ได้ทำไปแล้ว จะมากหรือน้อยก็เหมือนกัน แต่เพราะก็ไม่ได้สนิทมากนัก มาแบบกะทันหันเช่นนี้ ก็ยากนักที่จะปริปากออกมา

        อีกทั้งหวงโฮ่วได้ส่งแม่นมมาสอนให้กับทายาทสาวของขุนนางคนหนึ่ง ความพิเศษเช่นนี้ไม่ได้เห็นกันมากนัก แต่เดิมเป็นบ้านใหญ่ที่ได้รับพระเมตตาอยู่บ้านเดียว ไม่มีเหตุผลที่จะแบ่งขนมหวานให้กับบ้านอื่น

        ภายในระยะเวลาสั้นๆ นั้น ล่าวไท่จุนเกิดความหนักใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็อยากให้หลานสาวทั้งหลายของตน ได้รับประโยชน์ ในกรณีเดียวกันก็ไม่อยากมีปัญหากับคนของเบื้องบน

        “ล่าวไท่จุน” ในขณะที่ล่าวไท่จุนกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น แม่นมฉินก้าวเท้าเดินเข้ามาแจ้งว่า “ฮูหยินสามมาแล้วเจ้าค่ะ”

        ล่าวไท่จุนยกคิ้วขึ้น เครื่องลายครามสีขาวที่อยู่ด้านข้างถูกกระทบด้วยกล้องยาสูบยาว เครื่องทองเหลืองกับเครื่องลายครามสีขาวกระแทกกัน ทำให้เกิดเสียงดัง “ป๊อกๆ”

        “วันนี้ทำไมนางถึงได้มาตอนดึกดื่นเช่นนี้”

        ฉินฮุ่ยหนิงนำผ้าเช็ดเท้าผืนใหญ่มาเช็ดเท้าของล่าวไท่จุนอย่างกระฉับกระเฉง จากนั้นก็ได้สวมถุงเท้าสีขาวให้นาง มีบ่าวอีกคนเข้ามาเอากะละมังไม้ที่ใช้ล้างเท้าออกไป

        ฮูหยินสามเดินเข้ามายังประตู เห็นฉากที่ฉินฮุ่ยหนิงกำลังสวมรองเท้าอุ่นให้ล่าวไท่จุนพอดี

        “ล่าวไท่จุน” ฮูหยินสามคำนับ นางยิ้มชมเชย “ถ้าให้ข้าพูด ในจวนนี้ ไม่มีใครที่สามารถเทียบเท่าฮุ่ยเจี่ยร์ที่มีจิตใจกตัญญูเช่นนี้ได้ ลูกสะใภ้รู้สึกละอายใจเหลือเกินเจ้าค่ะ”

        ล่าวไท่จุนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา ไม่มีความโมโหเลยสักนิด นางเอ่ยตำหนิ “เจ้าตัวป่วน ต่อหน้าหลานของเจ้า ยังพูดเช่นนี้ออกมาได้ ไม่กลัวจะทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะเอาหรือ”

        ฉินฮุ่ยหนิงเมื่อได้ยินพลอยหัวเราะอย่างขบขันเช่นกัน แต่ในใจจริงกลับอยากกลอกตา เทียบกับความกตัญญูนั้นก็คือกลอุบาย แต่ละคนใช้ความสามารถของตนต่างหาก ฮูหยินสามไม่ได้มาก่อนนี้ จะโทษใครได้?

        ทว่า ฉินฮุ่ยหนิงก็รับรู้ ฮูหยินสามอยู่ในจวนพอมีหน้ามีตาอยู่บ้าง อย่าคิดว่านายท่านสามเป็นสามัญชนธรรมดา แต่บ้านสามเป็นเสาหลักทางการเงินของบ้านฉิน ปกติฮูหยินสามก็ไม่ได้ขี้งกอะไร ล่าวไท่จุนก็ไม่รู้ว่าจะได้รับเงินทองได้เป็นของส่วนตัวจากนางไปแล้วตั้งเท่าไร เมื่อเทียบกับฮูหยินใหญ่ที่หยิ่งยโสไร้เดียงสา มีตระกูลสูงศักดิ์ และฮูหยินสองที่ใช้ไม้ตบแต่ไม่มีเสียง ซ้ำยังแผนเยอะอีกต่างหาก ฮูหยินสามถือว่าได้รับความชื่นชอบจากล่าวไท่จุนมากที่สุดแล้ว

        ฉินฮุ่ยหนิงไม่อยากมีปัญหากับเทวดาทางการเงินคนนี้นัก จึงยิ้มและเอ่ยขึ้น “ท่านอาหญิงสามพูดตลกแล้ว เพียงแค่ข้าอยู่ใกล้ก็เท่านั้นเอง จึงมาถึงก่อนก้าวหนึ่ง ก็เท่านั้น ความกตัญญูของท่านอาหญิงสามเทียบกับข้าที่เป็นคนรุ่นหลังนั้น แน่นอนว่ามีเยอะกว่า ท่านอย่าหัวเราะข้านะเจ้าคะ”

        “จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ฮุ่ยเจี่ยร์เป็นคนที่ล่าวไท่จุนสอนเองมากับมือ มีมารยาท รักษาซึ่งความกตัญญูกตเวที มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับล่าวไท่จุน ความกตัญญูจริงใจที่สุด”

        ฮูหยินสามยิ้มบางๆ พลางนั่งลงบนเก้าอี้กลมที่แม่นมฉินนำมาให้ และกล่าวต่อ “ล่าวไท่จุน ข้าเพิ่งจะได้ยินมาว่า คนที่หวงโฮ่วเหนียงเนียงประทานมานั้น แม่นมจานถูกจัดให้พักอยู่ที่เรือนพักตากอากาศแล้วหรือเจ้าคะ?”

        เมื่อประโยคดังกล่าวถูกเอ่ยออกมา ฉินฮุ่ยหนิงยิ้มแย้มทันควัน

        เหมือนว่านางจะมีพันธมิตรเพิ่มขึ้นแล้ว

        นางทำเพื่อไม่อยากให้ฉินหยีหนิงโดดเด่นอยู่คนเดียว ตนเองก็อยากเรียนหนึ่ง สองบ้าง แต่ฮูหยินสามอยากให้ลูกสาวคนโตฉินเจียหนิงได้เรียนด้วย

        ล่าวไท่จุนก็เข้าใจในความหมายของฮูหยินสาม นางถอนหายใจ แล้วนำกล้องยาสูบซึ่งทำจากทองเหลืองส่งให้แม่นมฉินเป็นคนเก็บ จากนั้นบอกเรียบๆ “เมื่อสักครู่ ฮุ่ยเจี่ยร์ก็กำลังพูดเรื่องนี้อยู่พอดี”

        ฮูหยินสามมีความตกใจอยู่หลายส่วน เหลือบมองไปยังฉินฮุ่ยหนิง เมื่อหันกลับไปก็แสดงสายตาที่มีรอยยิ้มเหมือนกับเห็นพวกพ้องคนที่คล้ายตน “ถ้าอย่างนั้น ล่าวไท่จุนคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ?”

        ล่าวไท่จุนจึงเอ่ย “แน่นอนว่าข้าอยากจะให้หลานๆ ของบ้านเรามีอนาคตที่ดีกันทุกคน เพียงแต่ว่าแม่นมจานคนนี้เป็นคนที่หวงโฮ่วเหนียงเนียงจัดมาเป็นพิเศษ มาเพื่อสอนหยีเจี่ยร์ ไม่รู้ว่าจะปริปากบอกอย่างไรถึงจะดี”

        ฮูหยินสามเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็ยิ้ม จากนั้นนางลุกขึ้นยืนรับถ้วยนมวัวกับรังนกจากแม่นมฉินซึ่งกำลังยื่นส่งมาให้ ดูแลรับใช้ล่าวไท่จุนด้วยการยื่นช้อน ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ การเคลื่อนไหวของนางบ่งบอกถึงความใส่ใจเป็นอย่างมาก รอให้แม่นมฉินนำถ้วยเปล่าส่งออกไปแล้ว ก็ยกน้ำเพื่อให้ล่าวไท่จุนกลั้วปาก ฮูหยินสามถึงกลับไปนั่งที่เดิม

        ระหว่างที่ฮูหยินสามดูแลอย่างใกล้ชิด อารมณ์ของล่าวไท่จุนก็นับว่าเบิกบานมากๆ นางได้ครุ่นคิดอีกครั้ง เนื่องจากตนเป็นผู้อาวุโสของบ้าน และได้รับตำแหน่งจากฮ่องเต้ให้เป็นท่านหญิง คิดว่าตำแหน่งของตน บวกกับฉินหวยหยวนแล้ว สั่งแม่นมจานทำอะไรสักหน่อย ก็คงไม่ได้ยากเย็นอะไร

        ฉินฮุ่ยหนิงและฮูหยินสามสบตากันหนึ่งครั้ง

        ฮูหยินสามครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงยิ้มออกมา พร้อมพูด “คิดว่าเรื่องนี้จะต้องใช้อะไรสักหน่อยแล้ว ของเหล่านี้ให้ข้าเป็นคนออกให้ก็ได้เจ้าค่ะ”

        “จะใช้ของเจ้าได้อย่างไรกัน” ล่าวไท่จุนโบกมือ “หลานสาวของข้าจะได้รับประโยชน์ ใช้เงินส่วนกองกลางก็ได้”

        ฉินฮุ่ยหนิงกอดแขนล่าวไท่จุนอย่างออดอ้อน “ท่านย่า พี่สาวน้องสาวทั้งบ้านนี้ ต่างก็คาดหวังกับท่านนะเจ้าคะ คิดไปคิดมา น้องเสี่ยวซีเป็นคนที่เรียบร้อยเชื่อฟัง แน่นอนว่าไม่น่าจะคัดค้านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

        ล่าวไท่จุนยิ้มและเอ่ยขึ้น “เรื่องนี้ถึงแม้ว่ามีคนไม่พอใจ ก็ไม่ตกไปถึงนางหรอก เอาเถอะ พวกเจ้ากลับไปเถิด พรุ่งนี้ข้าจะพูดกับสะใภ้ใหญ่ให้”

        “เจ้าค่ะ” ฮูหยินสามและฉินฮุ่ยหนิงลุกขึ้นยืนอย่างดีใจ

        ฮูหยินสามคำนับ ฉินฮุ่ยหนิงยังคงอยู่ข้างๆ ล่าวไท่จุน ประจบออดอ้อนอยู่นาน ถึงได้กลับไปที่ห้องของตนในที่สุด

        ฉินฮุ่ยหนิงกำลังจะพักผ่อน ยังไม่ลืมสั่งการปี้เถา ให้จัดเด็กมาคอยสังเกตความเคลื่อนไหวภายนอก

        ผลก็คือ ตื่นมาตอนเช้าตรู่จึงรู้ว่าตอนเที่ยงคืนนั้น ฮูหยินสามได้สั่งให้คนยกของมาให้ล่าวไท่จุนจำนวนมาก

        แต่เดิมฉินฮุ่ยหนิงไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อได้ยินมาว่า เช้านี้ฮูหยินสามยังส่งของขวัญไปให้เรือนเสวี่ยลี่ด้วย แม้แต่บ้านสองก็สั่งให้แม่นมที่ดูดีหน่อยไปส่งของขวัญให้ด้วย ในใจนางพานจะอยู่ไม่สุขขึ้นมาทันที

        ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นอาหญิงสองกับอาหญิงสามจะดีกับนางขนาดนี้?

        สายเลือดแท้ๆ ที่แท้สิ่งที่ได้รับนั้นแตกต่างจริงๆ

        ณ เรือนเสวี่ยลี่

        กล่องเครื่องแต่งหน้าสีดำประณีต มีเครื่องประดับศีรษะหนึ่งชุดวางอยู่ข้างใน และเครื่องหอมชนิดใหม่ล่าสุด เป็นของขวัญที่ฮูหยินสามส่งมาให้

        ฉินหยีหนิงไม่ค่อยเข้าใจเครื่องหอมเหล่านี้ แต่ก็รู้ว่า มันมีคุณค่าไม่น้อยเลย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้สั่งรุ่ยหลาน “เก็บสิ่งของเหล่านี้อย่างระมัดระวัง และบันทึกไว้ในสมุดบันทึกเล่มเดียว สำหรับสิ่งเหล่านี้แล้ว ที่ควรใช้ก็ใช้ได้เลย”

        รุ่ยหลานเมื่อได้ยินเช่นนั้น ภายในใจพลอยเบิกบานมีความสุข

        นี่คุณหนูเชื่อใจนาง ให้นางมาจัดการสมบัติส่วนตัว บันทึกการสานสัมพันธ์ของคนอื่นที่มีต่อคุณหนู

        “รับทราบแล้วเจ้าค่ะ จะไม่ทำให้คุณหนูต้องผิดหวังอย่างแน่นอน” รุ่ยหลานคำนับฉินหยีหนิงด้วยสายตาแน่วแน่

        ฉินหยีหนิงรู้ว่าคืนนั้น นางทำให้รุ่ยหลานไม่ค่อยสงบใจเท่าใดนัก บัดนี้จัดการให้อีกฝ่ายทำงานให้นาง ข้อหนึ่งคือการทดสอบ ข้อที่สองก็คือ ให้บ่าวผู้นี้ได้กินยาใจ หากคนที่อยู่รอบข้างจะต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวงก็คงไม่อาจให้ใจได้ แล้วจะไปสู้กับคนข้างนอกด้วยกันได้อย่างไร?

        “ไปทำงานเถิด” ฉินหยีหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยิ้มแล้วยิ้มอีก จากนั้นก็รีบเขียน ‘คัมภีร์กตัญญู’ ต่อไป

        รุ่ยหลานดีใจมาก นางผงกศีรษะรับเสมือนว่าโดนฉีดเลือดไก่เข้าไป จนทำให้ตื่นตัวอย่างไรอย่างนั้น จากนั้นนางกับแม่นมจู้ก็นำของไปเก็บทันที

        เมื่อเห็นเป็นเวลาพอเหมาะแล้ว ฉินหยีหนิงตั้งใจไว้ว่า จะเขียนให้จบประโยคสุดท้ายแล้วไปคำนับล่าวไท่จุน

        แต่ใครจะรู้ หลังความคิดนี้ผุดขึ้นมา บ่าวข้างนอกกลับส่งเสียงดังมาให้ได้ยินทันใด “คุณหนู แม่นมฉินมาแล้วเจ้าค่ะ”

        ฉินหยีหนิงตกใจ รีบวางพู่กันขนสุนัขจิ้งจอกไว้บนแท่นวางพู่กันกระเบื้องเคลือบสีขาวฟ้า นางยิ้มและยืนขึ้นเพื่อต้อนรับ “แม่นมฉินมาแล้ว รีบเชิญเข้ามานั่งเถิด”

        “คุณหนูสี่ สวัสดีตอนเช้า” แม่นมฉินยิ้ม พลางคำนับ รุ่ยหลานยกที่นั่งมาให้ แต่นางไม่ได้นั่งลง นางเพียงแต่บอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “บ่าวมาบอกข่าวเท่านั้น พูดเสร็จแล้วก็จะกลับไป เรือนสื่อเซี่ยวยังมีงานให้ทำอีกเยอะเจ้าค่ะ”

        “ว่าแต่ล่าวไท่จุนมีคำสั่งใดหรือ? แม่นมฉินเชิญพูดเถิด” ฉินหยีหนิงมองนางด้วยความจริงจัง

        แม่นมฉินยิ้มและแจ้งว่า “ล่าวไท่จุนบอกว่า วันนี้งดให้คุณหนูทั้งหลายไม่ต้องไปคำนับแล้ว เห็นด้วยที่จะให้ตามแม่นมจานไปเรียนกฎระเบียบตอนยามซื่อ เชิญคุณหนูเริ่มไปเรียนที่เรือนซิ่งหนิงได้เลยเจ้าค่ะ”

        ใบหน้าของฉินหยีหนิงมีรอยยิ้มและผงกศีรษะ นึกรู้และเข้าใจในทันที

        แม่นมที่มาสอนนั้นเป็นผู้ที่เก่งกาจหาตัวจับยาก คิดแล้วบ้านแต่ละบ้านก็คงทนไม่ไหว ใครให้ในจวนนี้มีลูกสาวเยอะล่ะ

        อีกอย่าง ถึงแม้ว่าไม่ได้เห็นด้วยตาเปล่า ฉินหยีหนิงกลับเดาออกว่าเรื่องนี้ฉินฮุ่ยหนิงต้องทำอะไรสักอย่างเป็นแน่

        อุปนิสัยเช่นนั้นของฉินฮุ่ยหนิง จะอนุญาตให้แม่นมที่โดดเด่นมาสอนนางฉินหยีหนิงตัวต่อตัวเพียงคนเดียวหรือ?

        แม่นมฉินเห็นฉินหยีหนิงไม่ได้ตกตะลึงอันใด ทั้งยังสามารถยิ้มอย่างสง่างาม เสมือนสายน้ำใสไหลผ่านภายใต้แสงอรุณ ทำให้คนที่เห็นรู้สึกสบายใจ จากนั้นนางก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ยิ่งอ่อนโยนกว่าเดิม

        “นายท่านได้เชิญซีสีที่เป็นหัวหน้ามาสอนคุณหนู ก็ได้มาถึงแล้วเจ้าค่ะ ได้ยินมาว่าท่านเป็นถึงบัณฑิตมีอายุที่มีความรู้โดดเด่นคนหนึ่ง ตอนนี้ก็ได้มาถึงประตูจวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ล่าวไท่จุนบอกว่า อีกหน่อยให้คุณหนูเรียนมารยาทกับแม่นมจานพร้อมคุณหนูคนอื่นๆ ในตอนเช้า และตอนบ่ายให้เรียนหนังสือกับซีสีเจ้าค่ะ”

        เมื่อพูดถึงตอนนี้ รอยยิ้มของแม่นมฉินยิ่งดูมีความจริงใจ “คุณหนูได้รับความสำคัญจากล่าวไท่จุน น่าดีใจและน่ายินดีจริงๆ เจ้าค่ะ”

        “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความเมตตาและความเอ็นดูจากล่าวไท่จุน ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก ข้าจะต้องตั้งใจเรียน ต้องไม่ทำให้ท่านผิดหวังเด็ดขาด ขอให้แม่นมฉิน ช่วยนำคำขอบพระคุณจากข้า ไปบอกล่าวไท่จุนด้วยเถิด หากมีเวลาว่างแล้ว ข้าจะไปหาล่าวไท่จุนเพื่อกราบขอบพระคุณท่านที่เมตตา”

        “เจ้าค่ะ บ่าวจะต้องนำคำพูดประโยคนี้ไปบอกท่านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” แม่นมฉินคำนับอีกครั้ง

        ฉินหยีหนิงเดินมาส่งแม่นมฉินถึงระเบียงด้านนอกอย่างเป็นมิตร

        อย่างไรก็ดี แม่นมฉินยังไม่ทันได้ก้าวเท้าลงพื้นดิน ก็เห็นบ่าวจากเรือนสื่อเซี่ยว จี๋เสียงกับหรูยี่พาบ่าววัยกลางคนแบกของเข้ามามากมาย

        แม่นมฉินตกตะลึงอย่างมาก

        นางก็มาจากเรือนสื่อเซี่ยวนี่นา ถ้าล่าวไท่จุนมีเรื่องสั่งการ จะออกคำสั่งให้เรียบร้อยภายในคราวเดียวไม่ได้เชียวหรือ? นี่ก็มาส่งของให้ฉินหยีหนิงอีกหรือ?

        จี๋เสียงและหรูยี่ก้าวเท้าเดินมาถึงเบื้องหน้า คำนับฉินหยีหนิง

        จี๋เสียงยิ้มพร้อมพูด “บ่าวได้ทำตามคำสั่งของล่าวไท่จุน จึงมาที่นี่ เมื่อสักครู่ แม่นมจานเพิ่งบอกว่า เรือนพักตากอากาศนั้นถึงแม้ว่าดี แต่ว่าเย็นยะเยือกเกินไป แม่นมจานชื่นชอบคุณหนูจากใจจริง จึงขอล่าวไท่จุนให้อนุญาต ให้เข้ามาอยู่ที่เรือนเสวี่ยลี่ ล่าวไท่จุนกับฮูหยินต่างก็อนุญาตแล้ว สิ่งของเหล่านี้เป็นของของแม่นมจานเจ้าค่ะ”

        พูดพลางชี้ไปที่ของข้างหลังเหล่านั้น มีผ้าห่ม หมอน และของใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ

        จากนั้นมีบ่าวหญิงวัยกลางคน ร่างกายกำยำแบกกล่องสองกล่องมาวางไว้เบื้องหน้า ดูข้างในก็ยังคงเป็นเสื้อผ้า ผ้าห่มและอื่นๆ

        หรูยี่เอ่ยขึ้น “ตอบคุณหนูสี่ สิ่งของเหล่านี้ล่าวไท่จุนมีคำสั่งส่งมาให้คุณหนูเป็นพิเศษ ล่าวไท่จุนบอกว่า อากาศหนาวแล้ว จะต้องสวมเสื้อผ้าที่อบอุ่น อย่าโดนความเย็นจะได้ไม่เป็นหวัดเจ้าค่ะ”

        นี่เป็นการชดเชย สำหรับการแบ่งการสอนจากแม่นมที่สอนนางหรือไม่?

        ฉินหยีหนิงยิ้มเล็กน้อย “ขอบคุณพวกพี่ๆ อย่างไรขอรบกวนพี่ๆ ขอบพระคุณล่าวไท่จุนแทนข้าด้วย”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “หวนคืนบัลลังก์ต้าเยี่ยน” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/3659

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)