0 Views

        “จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร” องค์รัชทายาทเอ่ยเอาใจ “ต่อให้เปิ่นกงหลงลืมผู้ใดก็ไม่อาจลืมเจ้า ความสัมพันธ์เมื่อครั้งเจ้ากับข้าเคยร่วมเรียนในสำนักศึกษาของเชื้อพระวงศ์ มิใช่สิ่งที่บรรดาหญิงนางโลมเหล่านั้นจะเทียบได้!”

        อาจเป็นเพราะเขามักปลอบหญิงงามจนเคยชิน เดิมไม่ได้คิดจะทำดีกับนางนัก แต่สุดท้ายก็ยังหลุดปากเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกไป

        ทว่าสตรีโง่งมนางนี้กลับคิดจริงจัง นึกไม่ถึงว่าจะดีอกดีใจจนร้องไห้

        นางหันหลังหนีไปร้องไห้ “เตี้ยนเซี่ยไม่จำเป็นต้องสนใจเฉินเชี่ย[1] เพคะ เฉินเชี่ยแค่ดีใจมากเกินไป… อีกครู่จะดีขึ้นเองเพคะ…”

        องค์รัชทายาทยกยิ้ม แน่นอนว่าเขาคร้านจะปลอบนาง จึงหันหลังหนีและเคาะนิ้วลงบนโต๊ะกลมคล้ายกำลังใช้ความคิด

        แท้จริงแล้วสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้ย่ำแย่มาก เจ้าสามแย่งหรงหว่านซีไป แต่เขาก็แย่งสตรีที่เจ้าสามชอบมาเช่นกัน อย่างน้อยก็ถือว่าเสมอ

        เพียงแต่สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แค่การเสมอกันเท่านั้น เจ้าสามกล้าแย่งผู้หญิงคนเดียวกันกับเขา ความอวดดีเช่นนี้ไม่อาจปล่อยไว้

        ก่อนจะถึงวันมงคลสมรสยังเหลือเวลาอีกครึ่งเดือน ภายในครึ่งเดือนนี้ หากปล่อยให้เจ้าสามได้อยู่อย่างสงบ มันจะไม่เกินไปหน่อยงั้นหรือ?

        ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องได้ครอบครองหรงหว่านซีสักครั้ง แต่เรื่องเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เพราะหากได้ลิ้มลองภรรยาผู้อื่นคงจะยิ่งน่าสนุก มิสู้ให้เจ้าสามสุขสมไปก่อนสักหน เขาค่อยจัดการเด็ดผลไม้สุกงอมมาลิ้มลอง

        ฉินอิ่งเยว่หันกลับมาจึงเห็นองค์รัชทายาทคล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่าง นางบีบไหล่ให้เขาอย่างเบามือและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ถ้ามีสิ่งใดที่เตี้ยนเซี่ยทรงคิดไม่ตก หากเตี้ยนเซี่ยมิทรงรังเกียจ จะตรัสให้หม่อมฉันฟังก็ได้นะเพคะ ไม่แน่ว่าหลังจากพระองค์ตรัสออกมา วิธีการก็อาจจะตามมาก็ได้เพคะ”

        “ก็ดี เปิ่นกงอยากจะถามเจ้า” องค์รัชทายาทตรัส “เปิ่นกงสนใจบุตรสาวของแม่ทัพหรงยิ่งนัก ก่อนหน้านี้ข้าทำเรื่องบางเรื่อง ทั้งๆ ที่ใกล้จะสำเร็จแล้วแท้ๆ… เรื่องนี้เจ้าน่าจะรู้?”

        “เรื่องอะไรหรือเพคะ?” ฉินอิ่งเยว่แสร้งทำเป็นไม่รู้ “ไท่จื่อเตี้ยนเซี่ยทรงพระปรีชาและรอบคอบ แม้หม่อมฉันจะไม่ทราบเรื่องราวความเป็นมา แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะต้องสำเร็จแน่นอนเพคะ เพราะหม่อมฉันเชื่อมั่นในเตี้ยนเซี่ย”

        “เดิมทีควรจะสำเร็จ…” องค์รัชทายาทถอนหายใจ “เพียงแต่ระหว่างทางกลับมีเฉินอ๋องโผล่ออกมาและคว้าคนของเปิ่นกงไป เฉินอ๋องไปขอพระเมตตาจากพระพันปีเพื่อช่วยหรงชิง หากไม่เป็นเช่นนี้ เมื่อคืนวานหรงหว่านซีคงได้อยู่บนเตียงของเปิ่นกง นอกจากนั้นบ่ายวันนี้ พระพันปีทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้หรงหว่านซีเข้าพิธีสมรสกับเฉินอ๋อง เปิ่นกงพ่ายแพ้อย่างสิ้นท่า จะต้องยอมจำนนเช่นนี้น่ะหรือ?”

        “เหตุใดถึงมีเรื่องเช่นนี้? เฉินอ๋องทรงทำเกินไปแล้วเพคะ… อย่างไรเสียพระองค์ก็คือเสด็จพี่” ฉินอิ่งเยว่แสร้งทำไม่พอใจ

        “เจ้าไม่รู้สาเหตุจริงๆ อย่างนั้นหรือ?” องค์รัชทายาทหันกลับมาเอ่ยถามด้วยสายตาแฝงความนัย

        ฉินอิ่งเยว่รีบถอนสายบัว “เตี้ยนเซี่ยโปรดทรงอภัย หม่อมฉันไม่ทราบจริงๆ เพคะ หม่อมฉันไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดเตี้ยนเซี่ยทรงหมางเมินหม่อมฉันมาโดยตลอด แต่หากเตี้ยนเซี่ยทรงมีสิ่งใดเข้าพระทัยหม่อมฉันผิดไปจริงๆ หม่อมฉันยินยอมสละชีวิตเพื่อพิสูจน์เพคะ! หม่อมฉันชื่นชมเตี้ยนเซี่ยมาโดยตลอด ผู้ที่หัวใจของหม่อมฉันเฝ้าโหยหาและคิดถึงมาโดยตลอดมีเพียงเตี้ยนเซี่ยเพียงผู้เดียวเท่านั้นเพคะ!”

        หากจะแสดงออกว่าไม่รู้โดยสิ้นเชิงก็คงจะจอมปลอมเกินไป ต้องทำให้องค์รัชทายาทคิดว่าแม้นางรู้ แต่นางก็ไม่กล้าพูดออกมา ต้องทำให้เขาคิดว่านางเคารพนอบน้อมต่อเขา กลัวเขา รักเขา… บุรุษเช่นองค์รัชทายาทต้องการความสดใหม่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่สิ่งที่เขาปรารถนากลับเป็นการแสวงหาความมั่นคงชั่วนิรันดร์

        “ไม่ต้องกลัว เปิ่นกงแค่ถามไปเรื่อย” องค์รัชทายาทประคองนาง

        ฉินอิ่งเยว่ไม่เอ่ยสิ่งใดอีก นางลุกขึ้นและบีบนวดให้เขาอย่างเบามือพร้อมกับเอ่ย “หากหม่อมฉันพบเจอเรื่องเช่นนี้ก็คงอยากระบายโทสะเช่นกันเพคะ เตี้ยนเซี่ยมีวิธีแล้วหรือไม่เพคะ?”

        “ยังคิดไม่ออก เพราะฉะนั้นข้าถึงได้ถามเจ้า เปิ่นกงจำได้ว่าเมื่อครั้งอยู่ในสำนักศึกษา เจ้ามีความคิดฉลาดแกมโกงเป็นอย่างมาก”

        ฉินอิ่งเยว่บีบนวดให้องค์รัชทายาทอย่างเชื่องช้า ภายในใจเกิดความคิดหนึ่ง ทว่าไม่ยอมเอ่ยออกมาทันที ผ่านไปครู่หนึ่งถึงปริปากเอ่ย “หม่อมฉันมีวิธีหนึ่งเพคะ ไม่ทราบว่าจะใช้การได้หรือไม่”

        “ไหนเจ้าลองบอกมา”

        “ไทเฮาทรงยกบุตรสาวของแม่ทัพหรงให้เฉินอ๋อง ตระกูลหรงใกล้จะกลายเป็นคนสนิทของเชื้อพระวงศ์ หลายวันนี้จะต้องมีผู้คนไปแสดงความยินดีจำนวนไม่น้อย จะดีหรือไม่หากเตี้ยนเซี่ยก็เสด็จไปด้วยเพคะ?”

        “หมายความว่าอย่างไร?”

        ฉินอิ่งเยว่เอ่ย “เตี้ยนเซี่ยเสด็จไปจวนแม่ทัพ เพียงแต่พระองค์อย่าไปที่นั่นเพียงครู่แล้วเสด็จกลับเช่นบรรดาใต้เท้าของราชสำนักเหล่านั้น และไม่อาจเสด็จไปเพียงลำพัง พระองค์ต้องพาใต้เท้าผู้หนึ่งที่พร้อมจะคล้อยตามเตี้ยนเซี่ยติดตามไปด้วยเพคะ หลังสนทนากับแม่ทัพหรงครู่หนึ่งก็บอกว่าอยากจะพบคุณหนูหรงเพราะต้องการแสดงความยินดีต่อหน้า หลังบอกความต้องการเสร็จไม่จำเป็นต้องรอให้แม่ทัพหรงตอบสิ่งใด รีบบอกให้ใต้เท้าผู้ติดตามไปด้วยกลับไปก่อนเสียก่อน จะต้องทำให้ดูเหมือนนัยยะแอบแฝงด้วยเพคะ…”

        “เมื่อเป็นเช่นนี้ยังต้องกังวลว่าจะไม่ถูกผู้อื่นเข้าใจผิดเพคะ? ทั้งๆ ที่เตี้ยนเซี่ยเสด็จมาพร้อมกับใต้เท้าผู้นี้ ทว่าใต้เท้าผู้นี้กลับออกไปเพียงลำพัง เมื่อเป็นที่กล่าวขานออกไป คงไม่ดีต่อชื่อเสียงของคุณหนูหรงนัก หากเฉินอ๋องได้ยินเข้า จะคิดว่าตนถูกสวมเขาหรือไม่เพคะ?”

        องค์รัชทายาทใช้ความคิดครู่หนึ่ง ทันใดนั้นตบโต๊ะเสียงดัง “ดี เป็นความคิดที่ดี! ถือเป็นความคิดที่ดียิ่งนัก… เหตุใดข้าถึงนึกไม่ถึงกันเล่า”

        ถือเป็นวิธีที่ทำเรื่องทั่วไปให้บรรลุเป้าหมายที่น่าตกตะลึง! ถ้าเรื่องนี้เป็นที่เล่าลือจนรู้ไปทั่ว หากเสด็จพ่อกับพระพันปีตรัสถามขึ้นมา เขาก็แค่บอกว่าเป็นการไปเยี่ยมเยียนถึงจวนเท่านั้น หากถูกตำหนิ เขาก็ทำเป็นกล้ำกลืนความไม่เป็นธรรม เพราะเขาคิดว่าตนเป็นองค์รัชทายาท ควรจะเมตตาอารีต่อผู้อื่น ดังนั้นจึงไม่อยากให้ครอบครัวของแม่ทัพหรงต้องคิดเป็นอื่น จึงได้ตั้งใจเดินทางไปถึงจวนเพื่อแสดงออกว่าตนยินดีกับงานมงคลครั้งนี้ กลับคิดไม่ถึงว่าจะถูกผู้มีใจคิดร้ายเอาไปโพนทะนาจนกลายเป็นเช่นนี้!

        ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมนัก!

        เรียกได้ว่าเป็นแผนกำจัดศัตรูโดยที่ดาบไม่เปื้อนเลือดแม้ติดนิด!

        “อิ่นเยว่ เปิ่นกงคิดไม่ผิดว่าภายในสมองน้อยๆ ของเจ้าช่างเต็มไปด้วยความคิดฉลาดแกมโกง!” องค์รัชทายาทยกยิ้มพลางเคาะหัวฉินอิ่งเยว่ สีหน้าท่าทางต่างจากตอนพึ่งจะเข้ามาในเรือนลิบลับ

        ฉินอิ่งเยว่ยกยิ้ม ภายในใจลอบเอ่ยว่าดี แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องแผนการ แต่เป็นเพราะเรื่องการทำเพื่อตัวนางเอก

        นางเข้ามาอยู่ในจวนองค์รัชทายาทเกือบจะครึ่งปี ทว่าจนถึงตอนนี้กลับเป็นเพียง “กูเหนียง” ที่ไม่มีฐานะอะไร ไม่อาจเทียบกระทั่งบุตรอนุชายา แม้แต่เหม่ยเหริน[2] ก็ยังเทียบไม่ได้ เพียงแต่เมื่อครั้งพึ่งจะเข้าจวน องค์รัชทายาทโปรดปรานของใหม่ จึงเสด็จมาเสพสุขกับนางที่นี่ติดต่อกันเป็นเวลาหลายต่อหลายวัน ทว่าหลังผ่านไปนานเข้าความโปรดปรานของใหม่ที่เคยมีค่อยๆ เลือนหายจนหลงลืมนางไว้ข้างหลัง

        นางรอมานานถึงเพียงนี้ เมื่อโอกาสเข้ามามีหรือที่นางจะไม่คว้าเอาไว้?

        นางมิใช่บุตรฮูหยินเอก ไม่มีฐานะอันสูงส่ง หากอยากจะเป็นพระวรชายาองค์รัชทายาท สิ่งที่นางจะหวังพึ่งได้ก็มีเพียงความโปรดปรานขององค์รัชทายาทเท่านั้น แต่สำหรับคนเช่นองค์รัชทายาท คำว่าโปรดปรานสองคำนี้ไม่อาจเชื่อถือนัก เพราะฉะนั้นหากคิดจะมีที่ให้ยืนต่อไปอีกยาวนาน นอกจากการใช้ใบหน้างดงามดึงดูด ยังต้องทำให้องค์รัชทายาทรู้สึกว่านางมีประโยชน์ ทำให้องค์รัชทายาทไม่อาจหนีห่างจากนาง

        เรื่องในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น…

        หลังจากมีพระราชเสาวนีย์ของพระพันปี ผู้ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนถึงจวนจึงไม่เคยขาด หนึ่งวันหลังพระพันปีมีพระราชเสาวนีย์ ร่างกายของท่านพ่อไม่ดีนัก ทว่าไม่อาจหักหน้าสหายในราชสำนัก เมื่อสองวันก่อนต้องตื่นมาพบแขก ทำให้ทรมานร่างกายจนอาการเริ่มย่ำแย่กว่าเดิม

        อาจเพราะเรื่องร่างกายของท่านพ่อไม่สู้ดีนักถูกเผยออกไป สองวันนี้จึงไม่มีผู้ใดแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ต่างพากันส่งจดหมายแสดงความยินดีเป็นการทดแทน นอกจากคำกล่าวแสดงความยินดี เนื้อความไม่น้อยยังเอ่ยถามไถ่ถึงอาการป่วยของท่านพ่อเพื่อแสดงความเป็นห่วงเป็นใย

        เมื่อก่อนผู้คนต่างพากันหนีหาย ยามนี้กลับมีแต่ผู้คนเข้ามาประจบสอพลอ ความอบอุ่นและความเย็นชาของผู้คนคงหนีไม่พ้นเป็นเช่นนี้

        วันนี้หรงหว่านซีกำลังป้อนยาบิดา เด็กรับใช้หน้าประตูเข้ามารายงานว่า “นายท่าน ไท่จื่อเตี้ยนเซี่ยกับเจ้ากรมพิธีการเดินทางมาแล้วขอรับ”

        เมื่อได้ยินว่าองค์รัชทายาทเสด็จมา ใบหน้าของสองพ่อลูกต่างฉายแววประหลาดใจ

[1]เฉินเชี่ย คือคำเรียกแทนตัวภรรยา หมายถึงภรรยาผู้ต่ำต้อย

[2]เหม่ยเหริน เป็นชื่อตำแหน่งพระสนมขั้น4


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “หฤทัยจอมใจจักรพรรดิ” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5236

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)