0 Views

หรงหว่านซีคล้ายได้ยินเสียงเรียก “พี่รอง” สองคำนี้มาข้างหน้า

เสียงเอะอะโวยวายรอบข้างค่อยๆเงียบลง ราวกับทุกคนกำลังกลั้นหายใจฟังสิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้าเช่นเดียวกับหรงหว่านซีในยามนี้

ครั้นนางได้ยินเฉินอ๋องเอ่ยคำว่า “พี่รอง” หัวใจที่เดิมทีสงบเงียบถึงกับวูบไหวทันใด

ยามนี้หน้าขบวนรับตัวเจ้าสาวถูกกองทหารสวมเสื้อเกราะราวหนึ่งร้อยนายล้อมปิดถนนหนทางข้างหน้าอย่างหนาแน่น

ผู้นำหน้าทัพคือบุรุษสวมเสื้อเกาะสีเงินบนหลังม้าสีพุทราจีน ใบหน้าหล่อเหลา แลดูสูงสง่า

ในมือของเขาถือกระบี่ยาวหนึ่งเล่ม โดยที่กระบี่ล้ำค่าเล่มนั้นยังไม่ถูกชักออกจากฝัก

เขามองเจ้าบ่าวสวมชุดมงคลสีแดงตรงหน้าแล้วเอ่ย “ถนนสายนี้ หากเจ้าจะผ่านไป ย่อมได้… แต่เกี้ยวเจ้าสาวข้างหลังเจ้า เปิ่นหวางจะเอาไปด้วย…”

ครั้นได้ยินเขาแทนตนเองว่า “เปิ่นหวาง” และดูจากการแต่งกายเช่นนี้ของเขา ทันใดนั้นมีเสียงร้องด้วยความตกใจดังมาจากฝูงคนว่า “คือหลิงอ๋อง! หลิงอ๋องเตี้ยนเซี่ยจะมาชิงตัวเจ้าสาวแล้ว!”

ภายในใจของหรงหว่านซียิ่งตื่นตระหนก

แต่หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาทีพลันกลับคืนสู่ความเงียบสงบดังเดิม

ใช่แล้ว หากได้ยินข่าวว่านางจะออกเรือนกับผู้อื่น จากนิสัยของเขา เขาจะต้องมาขวางงานแต่งอย่างแน่นอน

เขาเป็นคนเด็ดขาด กล้าหาญ และรู้จักคิดวางแผนมาแต่ไหนแต่ไร ทว่าเรื่องความรัก เขากลับเป็นคนกลายดื้อรั้นและบุ่มบ่ามยิ่งนัก

เขาไม่มีทางเสียเวลาสงบสติอารมณ์ชั่วคราวเพื่อคิดวางแผน เพราะสำหรับเรื่องความรัก เขาไม่อาจปล่อยให้มีฝุ่นผงในตา หากต้องปล่อยให้นางออกเรือนไปกับผู้อื่นเช่นนี้ เขาทำไม่ได้

เฉินอ๋องเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “พี่รอง คำกล่าวนี้ของท่าน เหตุใดน้องจึงฟังไม่ค่อยเข้าใจนักในเกี้ยวเจ้าสาวคือพระชายาที่เปิ่นหวางได้รับสมรสพระราชทานจากไทเฮา หากเอาเกี้ยวเจ้าสาวนี่ให้ท่านเสียแล้ว พระชายาของเปิ่นหวางจะนั่งอะไรเล่า?”

ทันทีที่เห็นหลิงอ๋องแสดงท่าทีเช่นนี้ เขาจึงรู้ทันทีว่าพี่รองคิดจะทำอะไร แต่เขาไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องไม่น่าดูนัก เพราะถึงอย่างไรก็ยังอยู่บนถนนใหญ่ยามกลางวันแสกๆ จะดีเสียกว่าหากควรแก้ไขเรื่องนี้อย่างประนีประนอม ส่วนเรื่องการมาขวางทางในวันนี้ วันหลังพวกเขาสองพี่น้องค่อยไปพูดคุยกันต่อหน้า ดังนั้นจึงเอ่ยออกมาว่า “พี่รองมีอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะน้องกำลังรับเจ้าสาวกลับจวน ไม่อาจพลาดฤกษ์งามยามดี ท่านพี่รองโปรดเปิดทางจะได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

แต่เขานึกไม่ถึงว่าหลิงอ๋องจะกล่าวเช่นนี้ ส่วนคำกล่าวของเขา ในสถานการณ์เช่นนี้ถือว่าเกรงอกเกรงใจไม่น้อย

เขารู้ว่าพี่รองไม่ใช่คนมุทะลุบุ่มบ่ามไร้เหตุผล ยิ่งไปกว่านั้นไม่ใช่คนใจร้อนทำอะไรโดยไม่สนใจส่วนรวมเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่วันนี้กลับเป็นอะไรไป?

เฉินอ๋องหันกลับไปมองด้านหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพี่รองรักผู้ที่นั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวนั่น รักมากเสียจนยอมทำเรื่องไม่สมควรเพราะนาง กลายเป็นที่น่าตลกขบขัน แม้จะถูกฮ่องเต้กริ้วโกรธก็ไม่นึกเสียใจ

น้องสาม เจ้าอย่าได้แสร้งเลอะเลือน ผู้ที่อยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวนั่น เปิ่นหวางก็จะพาไปด้วยเช่นกัน” น้ำเสียงของหลิงอ๋องเด็ดเดี่ยวและเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา

ใบหน้าที่เดิมทีประดับด้วยรอยยิ้มของเฉินอ๋องแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง “พี่รอง ท่านควรจะรู้ว่าในฐานะองค์ชาย บางครั้งบางคราผลลัพธ์ของการพูดผิดก็ร้ายแรงยิ่งกว่าการกระทำความผิดเสียอีก”

พี่รอง ข้ารู้ว่าท่านรีบร้อนไปสะสางงานราชการ เมื่อเห็นขบวนของน้องขวางทางจึงรู้สึกไม่พอใจเท่าใดนัก เพราะเหตุนี้จึงเอ่ยวาจาข่มขู่น้องเพราะความโมโห น้องจะไม่เก็บไปใส่ใจนะพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงของเฉินอ๋องนุ่มลึกและแฝงความนัยสำคัญลงในประโยค “พี่รอง ท่านไม่ต้องรีบร้อนไปนัก ในฐานะน้องชาย วันนี้ข้าไม่ถือโทษโกรธเคืองท่านแต่อย่างใด เพราะถึงอย่างไรพวกเราก็มีสายสัมพันธ์ฉันพี่น้อง น้องย่อมไม่อาจปล่อยให้ท่านฝ่าหายนะเพราะทำให้พระพักตร์มังกรของเสด็จพ่อฉายแววพิโรธ ส่วนเรื่องการพูดจาหยอกล้อกันเมื่อครู่ วันหน้าพวกเราสองคนพี่น้องค่อยนั่งเปิดอกพูดคุยกันอย่างละเอียดยามไร้ผู้อื่น ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

เฉินอ๋องจงใจเน้นย้ำคำว่า “หายนะ” “พระพักตร์มังกรพิโรธ” และ “ยามไร้ผู้อื่น” เพื่อเตือนสติหลิงอ๋องเรื่องผลลัพธ์จากการกระทำ รวมถึงสถานที่ในยามนี้

แน่นอนว่าหลิงอ๋องรู้ความหมายที่เฉินอ๋องต้องการจะสื่อ แท้จริงแล้วน้องสามไม่ได้โกรธเคืองที่เขามาขวางทาง ในทางกลับกันก็กำลังพยายามช่วยเขา

แต่หลังจากเขาตัดสินใจเช่นนี้ เขารู้ดีว่านี่คือเรื่องควรไม่ควรเช่นไร และเขาก็รู้เช่นกันว่าหากเรื่องนี้ไม่สำเร็จ ผลลัพธ์ที่ตามมาจะเป็นเช่นไร

หลังรู้ข่าว เขาเร่งเดินทางข้ามวันข้ามคืนมาจากชายแดน แต่ท้ายที่สุดก็ยังไม่ทันเข้าเฝ้าไทเฮาเพื่อขอพระเมตตาให้ถอนพระราชเสาวนีย์ ขณะเขามาถึงเมืองหลวง ขบวนรับตัวเจ้าสาวของเฉินอ๋องก็เริ่มเคลื่อนตัวเสียแล้ว หากเลือกระหว่างต้องยอมสูญเสียซีเอ๋อร์กับยอมฝ่าอันตราย เขาตัดสินใจเลือกอย่างหลัง

ทว่าหลิงอ๋องก็รู้ว่าเจ้าสามไม่รู้เรื่องราวระหว่างเขากับซีเอ๋อร์ ดังนั้นเมื่อมีสมรสพระราชทานจากพระพันปี เจ้าสามจึงจำต้องสู่ขอซีเอ๋อร์ เดิมทีเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความผิดของเจ้าสามสักนิด

เมื่อครู่เขากรุ่นโกรธจนขาดสติ ถึงได้เอาความโกรธไปลงที่เจ้าสาม

ด้วยเหตุนี้น้ำเสียงจึงอ่อนลงเล็กน้อย “เจ้าสาม เหวยซงกับซีเอ๋อร์คือเหมยเขียวม้าไม้ไผ่* ให้คำมั่นสัญญาจากใจจริงกันมาเนิ่นนาน ข้ารู้ว่าเจ้าไม่รู้เรื่องนี้ ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด เหวยซงจะไม่โทษเจ้า เรื่องในวันนี้เหวยซงทำให้เจ้าต้องเสียหน้า วันหน้าเหวยซงจะไปพบเจ้าเพื่อขอโทษด้วยตนเอง หากวันนี้เจ้ายอมให้เหวยซงพาซีเอ๋อร์ไป เหวยซงจะตอบแทนให้สมกับน้ำใจของเจ้า จะดีหรือไม่หากพวกเรายอมประนีประนอมกันสักหน่อย หากให้ข้าพาซีเอ๋อร์ไป เรื่องนี้ก็จะจบ เจ้าคิดเห็นเช่นไร?”

เฉินอ๋องนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างเอ้อระเหย มุมปากแฝงรอยยิ้มหลังฟังหลิงอ๋องกล่าววาจาเช่นนี้ “เห็นทีพี่รองจะไม่ใช่คนเลอะเลือน เพราะยังดูออกว่าผู้เป็นน้องคิดจะช่วยท่าน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดท่านถึงยังจะแย่งพระชายาของข้าให้ได้อีกเล่าพี่รอง ก่อนหน้านี้น้องคิดจะช่วยท่าน ทว่ายามนี้ท่านกลับจะแย่งชิงพระชายาของข้าให้ได้ ท่านไม่จิตใจคับแคบเกินไปหน่อยหรือ?”

คนผู้นี้คือพี่ชายเพียงหนึ่งเดียวที่เขาเคารพ ทว่ายามนี้เฉินอ๋องกลับรู้สึกไม่สบอารมณ์เพราะความไม่เอาถ่าน เขาอุตส่าห์เอาบันไดไปวางให้หลิงอ๋องเดินลงมา แต่นอกจากหลิงอ๋องจะไม่ยอมเดินลงมา ยังคิดจะปีนขึ้นสูงกว่าเดิมโดยการพูดออกมาอย่างชัดเจนกว่าเดิม

แสดงให้เห็นว่าหนนี้พี่รองไม่แยแสต่อผลที่จะตามมา ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะพาหรงหว่านซีไปให้ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้คงไม่อาจปกปิดอีกต่อไปเสียแล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องสร้างเกราะให้หลิงอ๋อง

และหรงหว่านซีผู้นี้… เขาไม่มีทางให้ผู้ใดพานางไปเด็ดขาด

พี่รอง…” เฉินอ๋องยกยิ้มคล้ายจะหยอกล้อ “ในเมื่อท่านอยากทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ให้ ถ้าเช่นนั้นน้องก็จะให้ความร่วมมือจนถึงที่สุด วันนี้ท่านจะมาชิงตัวพระชายาของเปิ่นหวาง ทว่าเปิ่นหวางไม่ยอม ท่านคิดว่าเรื่องนี้ควรทำเช่นไร?”

เจ้าสาม…” สีหน้าหลิงอ๋องเคร่งขรึม “ผู้หญิงของเจ้ามีมากมาย เจ้ารู้จักรักมั่นต่อหญิงเพียงนางเดียวตั้งแต่เมื่อใดกันข้ารู้ว่าเจ้าทำไปเพราะรักษาหน้า เรื่องนี้ง่ายดายนัก ในเมื่อข้าฉีกหน้าเจ้า ภายหน้าเจ้าก็หาวิธีมาฉีกหน้าข้าเป็นพอ ข้าจะไม่แก้แค้นอย่างแน่นอน เพราะถือเป็นการชดเชยให้เจ้า หากวันนี้ข้าพาซีเอ๋อร์ไป ต่างถือเป็นเรื่องดีสำหรับเจ้าและข้า รวมถึงตัวซีเอ๋อร์ เจ้าจำเป็นอะไรต้องแต่งกับสตรีที่ไม่ได้รักเจ้าเพียงเพื่อรักษาหน้า อีกทั้งยังต้องพาสตรีที่ไม่ได้รักเจ้าเช่นกันกลับจวน?”

พี่รอง ท่านพูดเช่นนี้ฟังดูทึกทักเอาเองเกินไปกระมังท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่รักหรงหว่านซี?” เฉินอ๋องเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “ข้ายังยืนยันกับท่านอย่างชัดเจนอีกครั้งว่า วันนี้ข้าจะแต่งกับนาง”

และ…” จู่ๆเฉินอ๋องกลับยกยิ้มกว้างกว่าเดิม เขาหันหลังไปทางเกี้ยวเจ้าสาว เอ่ยเสียงดังว่า “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าหรงหว่านซีไม่รักข้าหากนางไม่รักข้า เหตุใดนางถึงยอมแต่งงานกันข้าเล่าไม่แน่ว่านางอาจชอบพอเปิ่นหวางมานานแล้วก็ได้!”

หรงหว่านซีนั่งฟัง นางรู้ว่าเฉินอ๋องจงใจกล่าวเช่นนั้นให้นางได้ยินและนึกขบขันเล็กน้อย เวลาเช่นนี้เขายังคิดจะยั่วแหย่สตรี ความสามารถในการยั่วโมโหผู้อื่นช่างเป็นเลิศเสียจริง

โชคดีที่หลิงอ๋องไม่ถูกเขายั่วโมโหเพราะเริ่มมีสตินึกคิดขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าจะต่อปากต่อคำเช่นนี้ไปเรื่อยๆก็ไม่ใช่วิธี

หวังว่าเฉินอ๋องจะมีความสามารถทางวาทศิลป์ สามารถโน้มน้าวให้หลิงอ๋องกลับไปและอย่าทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่

วิธีที่สามารถแก้สถานการณ์ระหว่างเฉินอ๋องกับหลิงอ๋องอย่างสงบถึงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่หากนางเป็นคนออกหน้า ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็คงไม่อาจสงบ วันข้างหน้าทุกตรอกทุกซอยคงวิจารณ์ให้ทั่ว คาดว่าหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคงจะเป็นเรื่องชื่อเสียงของหลิงอ๋อง ท่านพ่อ รวมถึงตัวนางเอง ไม่ได้เป็นผลดีต่อผู้ใดทั้งนั้น

ด้วยเหตุนี้หรงหว่านซีจึงได้แต่อดทนอดกลั้นนิ่งฟังเฉินอ๋องและหลิงอ๋องเจรจากันต่อไป โดยหวังว่าจะมีวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ แต่แท้จริงแล้วนางค่อนข้างมั่นใจในความสามารถของเฉินอ๋อง

หลิงอ๋องไม่ร้อนใจและเอ่ย “เรื่องนี้มีต้นสายปลายเหตุ ระหว่างที่ข้าเร่งเดินทางได้สั่งให้คนไปสืบมาอย่างชัดเจนแล้ว เจ้าสาม นับตั้งแต่ซีเอ๋อร์กลับเมืองหลวงไม่เคยออกจากจวน เจ้าจะเคยพบนางได้อย่างไรระยะเวลาที่เจ้ารู้จักกับซีเอ๋อร์ก็แค่เมื่อครึ่งเดือนก่อน ระยะเวลาครึ่งเดือนนี้จะเกิดความรู้สึกได้มากเพียงใดกันเจ้าอย่างได้พูดเรื่องตลกอีกเลย”

ข้ารู้ว่าเจ้าแค่อยากเอาชนะและรู้ว่าเจ้าก็เป็นห่วงข้า เจ้าวางใจเถิด หลังข้าพาซีเอ๋อร์ไป ข้าจะเข้าวังเพื่อขอรับโทษจากไทเฮาและเสด็จพ่ออย่างแน่นอน ขอเพียงแค่ยามอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของไทเฮากับเสด็จพ่อ เจ้าไม่ถือสาเรื่องนี้ ข้าย่อมมีวิธีจัดการอย่างเหมาะสม เรื่องนี้พี่ติดค้างน้ำใจเจ้า วันหน้าเหวยซงจะตอบแทนน้ำใจเจ้าอย่างแน่นอน”

หลิงอ๋องกล่าวอย่างมีน้ำอดน้ำทนและจริงใจ เพราะดูออกว่าเขาอยากใช้วิธีประนีประนอมแก้ไขเรื่องนี้และยังคงเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง จึงมิได้ทำไปโดยไม่เห็นแก่ความรู้สึกของเฉินอ๋อง

ทว่าเฉินอ๋องกลับเอาแต่นั่งยิ้มอยู่บนหลังม้าอย่างสบายใจ

ผ่านไปครู่หนึ่งเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “พี่รอง น้องมองออกว่าท่านรักมั่นต่อพระชายาของข้ายิ่งนัก เมื่อรู้ว่าข้าแย่งคนรักของพี่รองโดยไม่ได้ตั้งใจ ภายในใจจึงรู้สึกแย่เป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างไรข้ากับพระชายาก็มีใจตรงกัน นอกจากนั้นยังมีสมรสพระราชทานจากไทเฮาและพระบรมราชานุญาตจากเสด็จพ่อ วันนี้ขุนนางทั้งราชสำนักต่างมาส่งขบวนเจ้าสาว บันไดนี้ที่ท่านมอบให้ ข้าคงไม่อาจเดินลงไปเสียแล้ว”

จะดีกว่าหรือไม่หากพี่รองเปิดทางให้น้อง ลูกผู้ชาย ไขว่คว้ามาได้ก็ต้องปล่อยวางได้ หากพี่รองให้สัญญาว่าวันหน้าจะไม่มาข้องเกี่ยวกับพระชายาของข้า เรื่องนี้ก็จะกลับกลายเป็นน้องติดค้างน้ำใจพี่รอง ภายหน้าย่อมต้องตอบแทนน้ำใจท่านเป็นอย่างดี ท่านพี่รองคิดว่าเช่นนี้ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

คำตอบของเฉินอ๋องก็คือการตอกกลับหลิงอ๋อง หลิงอ๋องถึงกับหายใจติดขัดไม่อาจเอ่ยสิ่งใด แน่นอนว่าเขาเข้าใจสิ่งที่เฉินอ๋องจะสื่อ ความหมายของเฉินอ๋องคือต้องการให้เขารู้ตัวว่าข้อเสนอเมื่อครู่ช่างไร้มารยาทยิ่งนัก

แต่ไม่ว่าจะไร้มารยาทก็ดี ไร้ไมตรีก็ดี ไม่เชื่อฟังหรืออกตัญญูก็ช่าง วันนี้เขามายืนอยู่ตรงนี้ ยืนอยู่หน้าเกี้ยวเจ้าสาวของนาง เขาไม่มีทางยอมให้นางออกเรือนกับผู้อื่น ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็ตาม

เคยสัญญากันไว้แล้วว่าจะเคียงคู่ชั่วชีวิต จะเกิดเรื่องผิดพลาดไม่ได้

ดังนั้น…น้องสามหมายความว่าไม่ยอมงั้นรึ?” ยามนี้หลิงอ๋องกำกระบี่ยาวในมือแน่น

สายตาของเฉินอ๋องชำเลืองลงมองมือหลิงอ๋องแล้วยกยิ้มไม่เอ่ยตอบ

ทว่าทันใดนั้นกลับกระโดดลงจากหลังม้าและคว้าเอากระบี่ประจำกายองครักษ์ด้านข้าง หลังชักดาบออกจากฝักจึงหันคมดาบเข้าหาหลิงอ๋อง “นานแล้วที่ไม่ได้ประลองกระบี่กับท่านพี่ จะดีหรือไม่หากวันนี้จะประลองกันสักตั้ง หญิงอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาว ผู้ใดชนะผู้นั้นก็แต่ง! เป็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”

ดี ถือว่าเจ้าก็เป็นคนใจถึงเช่นกัน!” หลิงอ๋องสามารถหลบกระบี่ของเฉินอ๋อง จากนั้นชักกระบี่ของตนออกจากฟักเช่นกัน

 

 

 

*เหมยเขียวม้าไม้ไผ่หมายถึงคู่รักที่มีใจให้กันตั้งแต่เด็กและจะครองคู่จนแก่เฒ่า หรือชายหญิงที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กและจะแต่งงานกันตอนโต


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “หฤทัยจอมใจจักรพรรดิ” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5236

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)