0 Views

        หลังท่านหมอเจียงออกไป กลับได้ยินเฉินอ๋องเอ่ยถามว่า “ตอนนั้นที่ท่านพ่อตาจับกุมคนเหล่านั้น พวกเขามีของสิ่งนี้ติดตัวอยู่หรือไม่?”

        หรงชิงไม่พอใจ แต่ยังคงเอ่ยตอบว่า “ตอนนั้นโจรพวกนั้นกำลังจะหนีคดีจึงมีของสิ่งนี้ติดตัวเป็นปกติ แต่น่าเสียดายที่คนพวกนั้นถูกกระหม่อมบั่นคอไปแล้ว ทำให้สิ่งที่เตี้ยนเซี่ยสนพระทัยต้องถูกฝังกลบไว้ที่เนินป่าช้าบริเวณชายแดนพร้อมกับพวกเขาเสียแล้ว”

        เฉินอ๋องรับรู้ถึงความไม่พอใจของแม่ทัพหรง แม้รู้ว่าเขาเข้าใจผิดกลับไม่อธิบายและเอ่ยถามต่อ “ท่านพ่อตาเห็นกับตาตนเองว่าพวกเขาถูกบั่นคอและโยนพวกเขาไว้ที่เนินป่าช้าด้วยตนเองหรือไม่? หรือว่าสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปลงมือ?”

        “ท่านซงโหวน้อยเป็นผู้ไปลงมือพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพหรงไม่อยากเอ่ยสิ่งใดมากนัก

        แต่ทันทีที่กล่าวจบพลันรู้สึกถึงบางอย่าง!

        “เตี้ยนเซี่ยทรงหมายความว่า…” แม่ทัพหรงรู้ว่าตนเข้าใจผิดเฉินอ๋องเสียแล้ว เฉินอ๋องถามถึงเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เพราะสนใจจุ้ยเมิ่งฉาง แต่เป็นเพราะเรื่องนี้คือกุญแจสำคัญ

        เฉินอ๋องเอ่ย “เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นฝีมือของคนแคว้นเหลย หากท่านพ่อตาเชื่อใจอ๋องผู้น้อย เรื่องที่ต้องจัดการต่อไปก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอ๋องผู้น้อยเถิด ท่านคิดเห็นเช่นไร?”

        แม่ทัพหรงลังเลเล็กน้อยแต่ท้ายที่สุดเอ่ยออกมา “พ่ะย่ะค่ะ ถ้าเช่นนั้นก็เป็นไปตามนี้ เรื่องนี้คงต้องลำบากเตี้ยนเซี่ยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

        “ท่านพ่อตาอย่าได้เห็นเป็นคนอื่นไกล” เฉินอ๋องเอ่ย “คุณหนูคือว่าที่ภรรยาของเปิ่นหวาง ยามนี้เกิดเรื่องกับคุณหนู ให้เปิ่นหวางไปจัดการย่อมเป็นเรื่องสมควร”

        แม่ทัพหรงฝืนยิ้ม เขาคิดว่าการให้เฉินอ๋องเป็นผู้จัดการเรื่องนี้คือผลดีที่สุด… อาจทำให้เฉินอ๋องได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุตรสาวของเขากับตาตนเองเป็นคนแรก เมื่อเป็นเช่นนี้ค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าจะสู่ขอหรือไม่ และหากเขาเป็นคนออกหน้าไปช่วยบุตรสาวของตนเอง ไม่เอ่ยถึงเรื่องที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกายใจไม่น้อย เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ หากเฉินอ๋องไม่ได้ไปเห็นด้วยตาตนเอง เขาจะต้องคิดไปทางแง่ร้ายอย่างแน่นอน

        หลังส่งเฉินอ๋องออกจากจวน เขาเห็นรถม้าของเฉินอ๋องเคลื่อนตัวไปทางฝั่งทิศตะวันออกของเมือง ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมุ่งหน้าไปยังจวนองค์รัชทายาทหรือจวนของตนกันแน่

        เฉินอ๋องกลับมายังจวนเฉินอ๋องและเขียนจดหมายสองฉบับ สั่งให้ข้ารับใช้นามจั๋วจิ่วส่งไปยังจวนองค์รัชทายาทและจวนฉางเล่อโหว กำชับเขาว่าอย่าได้ส่งสลับและอย่าให้องค์รัชทายาทและท่านโหวน้อยรู้ว่าต่างฝ่ายต่างถูกเชื้อเชิญ

        จากนั้นเอนกายลงบนตั่งตัวยาวภายในห้องเพื่องีบหลับรอจั๋วจิ่วกลับมารายงาน

        หากไม่เกิดเรื่องเหนือความคาดหมาย องค์รัชทายาทกับซงซวี่จะต้องตอบรับคำเชิญไปร่วมทานอาหารกลางวันที่เรือนซูหนวี่ฟางของเขา

        ครั้นใกล้ถึงเที่ยงวัน เขาเปลี่ยนไปสวมอาภรณ์สีม่วงหรูหราเพื่อออกจากจวน แผนการทุกอย่างเตรียมพร้อม เหลือเพียงแค่รอให้คนทั้งสองมาถึงเท่านั้น

        ครั้นก้าวเท้าเข้าเรือนซูหนวี่ฟาง หลานอี๋จึงเข้ามาต้อนรับทันที “จัดเตรียมอาหารและสุราที่เตี้ยนเซี่ยทรงโปรดมากที่สุดไว้แล้วเพคะ บรรดากูเหนียงกำลังรอ…”

        “ให้อิงอิงกับเยี่ยนเยี่ยนเขามาขับร้องเพลงก็พอแล้ว ในเวลาอาหารกลางวันไม่ต้องให้ครึกครื้นมาก”

        หลานอี๋ยกยิ้มอย่างเข้าใจและเอ่ยหยอกเย้า “เข้าใจแล้วเพคะ… เพราะพิธีอภิเษกสมรสกำลังใกล้เข้ามาสินะเพคะ…”

        “หลานอี๋ฉลาดถึงเพียงนี้ สมแล้วที่อบรมบรรดากูเหนียงจนน่าเอ็นดูไม่น้อย” เฉินอ๋องเอ่ยทั้งรอยยิ้ม

        หลังเอ่ยหยอกล้อเสร็จจึงเดินเข้าไปในห้อง ไม่นานนักอาหารและสุราถูกยกเข้ามาจัดวาง อิงอิงและเยี่ยนเยี่ยนเดินเข้ามา หลังเอ่ยหยอกเย้ากันไม่กี่ประโยค บทเพลง ‘เหรินตัวเจียว[1]’ เริ่มบรรเลง ซงซวี่ก็ได้เดินทางมาถึงพอดี

        “เฉินอ๋องเตี้ยนเซี่ย ไม่พบกันนานนักพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยนึกว่าเตี้ยนเซี่ยทรงลืมข้าไปเสียแล้ว!” ซงซวี่เอ่ยหยอกล้อทันทีที่พบหน้า

        เพราะอยู่ในหอนางโลม ซงซวี่จึงไม่เคร่งครัดมากนัก ทุกคนเป็นสหายกันทั้งนั้น หากมัวแต่ระมัดระวังตัวมากเกินไปจะหมดสนุกเอาได้ เมื่อก่อนเขาเคยเที่ยวเล่นกับองค์รัชทายาทและเฉินอ๋องอยู่หลายหน ล้วนสามารถหยอกล้อและถูกคอกันยิ่งนัก

        หลังเฉินอ๋องกับซงซวี่พูดคุยกันอย่างเฮฮาครู่หนึ่ง มีเสียงฝีเท้าบริเวณหน้าประตู ผู้มาเยือนพลันผลักประตูเพื่อเข้ามา “น้องสาม เปิ่นกงยังมาไม่ถึง เหตุใดจึงเริ่มบรรเลง..บทเพลงเสียแล้ว? ช่างเป็นเจ้าภาพที่ไม่ได้เรื่องเสียจริง”

        ขณะกล่าวออกไปครึ่งหนึ่ง เมื่อเห็นซงซวี่ก็อยู่ด้วยเช่นกัน วาจาพลันชะงักชั่วครู่ ทว่าไม่ได้ชัดเจนมากเพราะเขายังคงเอ่ยวาจาหยอกล้อต่อจนจบ

        ทว่าความคิดหยอกล้อกลับไม่หลงเหลือเสียแล้ว บังเอิญเกินไปกระมัง เหตุใดถึงเรียกซงซวี่มาด้วย?

        แม้เมื่อก่อนพวกเขาจะร่วมดื่มกินด้วยกัน แต่เจ้าสามกับซงซวี่ไม่ไปมาหาสู่กันเป็นการส่วนตัว ทุกครั้งที่พวกเขาทั้งสามอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาล้วนมีเขาเป็นเจ้าภาพ หากบอกว่าครั้งนี้เจ้าสามต้องการพบปะพอเป็นพิธี แต่ดูจะประจวบเหมาะเกินไปสักหน่อยกระมัง

        หึ… รอมาครึ่งค่อนวันกลับไม่ได้ยินว่าหรงชิงไปแจ้งทางการ แท้จริงแล้วเขาไปขอให้บุตรเขยช่วยนี่เอง ถือว่าขวัญกล้าไม่น้อย เรื่องเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงเจ้าสามเช่นนี้ คาดไม่ถึงว่าเขายังกล้าไปขอให้เจ้าสามช่วย สองพ่อลูกตระกูลหรงคู่นี้ช่างมีลูกเล่นเสียจริง ทั้งอาจหาญและความรู้ล้วนไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะตามทัน

        “ที่แท้ก็ยังมีคนอื่นด้วยหรือ? เปิ่นกงนึกว่าน้องสามอยากจะแสดงความเคารพต่อเหวยซง[2] ขึ้นมากะทันหันเสียอีก? แท้จริงแล้วเจ้าต้องการเชิญผู้อื่นและให้เหวยซงมานั่งร่วมงั้นรึ! น้องสาม เจ้าก็ช่างไม่จริงใจเสียจริง สมควรถูกลงโทษนัก!” องค์รัชทายาทเอ่ยทั้งรอยยิ้ม

        ซงซวี่ไม่รู้มาก่อนว่าองค์รัชทายาทจะเสด็จมา ตอนนั้นเขายังจงใจถามจั๋วจิ่วเด็กรับใช้ที่มาส่งจดหมาย แต่จั๋วจิ่วกลับบอกว่า “เตี้ยนเซี่ยมีรับสั่งให้หนูฉายมาส่งจดหมายให้ท่านโหวน้อย ไม่ได้เชิญผู้อื่นขอรับ”

        เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงรู้ว่านี่คืองานเลี้ยงหงเหมิน[3] เสียแล้ว

        ด้วยเหตุนี้จึงรีบฉวยโอกาสเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ เฉินอ๋องเตี้ยนเซี่ย ท่านควรจะลงโทษตนเองสักหนึ่งจอก! ไม่ใช่ ต้องสองจอกถึงจะสมควร! ข้าน้อยนึกว่าเตี้ยนเซี่ยเรียกข้าน้อยมาแค่คนเดียว คราแรกยังรู้สึกดีใจไม่น้อย นึกไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วท่านต้องการแสดงความเคารพต่อพี่ชายและเรียกข้าน้อยมานั่งร่วมด้วยเท่านั้น”

        องค์รัชทายาทชำเลืองมองซงซวี่ คนทั้งสองเข้าใจในทันที ซงซวี่ต้องการเตือนองค์รัชทายาทว่านี่ไม่ใช่งานเลี้ยงธรรมดา เพราะเขาก็มาที่นี่โดยไม่รู้เรื่องอะไรเช่นกัน

        เฉินอ๋องไม่ปฏิเสธ กลับยกจอกสุราอย่างสบายใจแล้วเอ่ย “ก็ดี เปิ่นหวางเขียนเทียบเชิญไม่ละเอียด ทำให้ท่านทั้งสองต้องเข้าใจผิดเสียแล้ว เปิ่นหวางจะดื่มสองจอกเพื่อเป็นการขออภัยต่อท่านทั้งสอง!”

        กล่าวจบยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวด้วยความสบายใจ ตามด้วยรินสุราอีกหนึ่งจอกและกระดกรวดเดียวอีกหน

        เมื่อวางจอกสุราลงจึงถอนหายใจออกมา “เฮ้อ… จิตใจไม่อาจสงบมาตั้งแต่เช้า กระทั่งยามเขียนจดหมายยังเลอะเลือนเสียแล้ว”

        “หือ? เรื่องอะไรทำให้น้องสามต้องเป็นกังวลเช่นนี้? หรือหญิงงามนางใดของน้องสามออกเรือนกับพ่อค้าต่างเมืองอีกแล้ว?” องค์รัชทายาทหยอกเย้า

        “เป็นเรื่องที่หนักหนากว่านี้อยู่สักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ…” เฉินอ๋องขมวดคิ้วเป็นปม “เพราะเกิดเรื่องกับคุณหนูตระกูลหรง ข้าไปเยี่ยมเยียนจวนแม่ทัพหรงตั้งแต่เช้าตรู่ ถึงได้รู้ว่าคุณหนูหรงถูกลักพาตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน! ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นโจรจากที่ใดกันแน่ คาดไม่ถึงว่าจะขวัญกล้ายิ่งนัก บังอาจกระตุกหางเสือเช่นนี้”

        “อ้อ? มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?” องค์รัชทายาทตรัสอย่างประหลาดพระทัย

        ซงซวี่ตกตะลึงและเอ่ยพลางคิดพิจารณา “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ? ตระกูลหรงไปแจ้งทางการแล้วหรือไม่? นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะพ่ะย่ะค่ะ!”

        คราแรกซงซวี่คิดว่าเป็นเรื่องแปลกที่เฉินอ๋องเชิญพวกเขาสองคนมาโดยไม่ยอมให้พวกเขารู้ และยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเฉินอ๋องทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร แต่เมื่อได้ยินเฉินอ๋องกล่าวเช่นนี้ถึงรู้สาเหตุของเรื่องนี้ในทันที

        การที่องค์รัชทายาทเสด็จไปหาเขาและพูดคุยเรื่องของแคว้นเหลย แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเพียงการพูดคุยยามว่างเท่านั้น คาดว่าจุดประสงค์ขององค์รัชทายาทคือการสืบเรื่องศัตรูเก่าของแม่ทัพหรงจากเขา เพื่อเป็นข้ออ้างในการลักพาตัวคุณหนูหรง นอกจากนั้นยังเอาจุ้ยเมิ่งฉางไปอย่างง่ายดาย เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือขององค์รัชทายาทอย่างไม่ต้องสงสัย

        เฉินอ๋องจิบสุรา สายตามองพิจารณาองค์รัชทายาทและซงซวี่อย่างจงใจให้พวกเขารู้ตัว “โจรพวกนั้นทิ้งจดหมายไว้อย่างโจ่งแจ้ง บอกว่าเป็นคนจากแคว้นเหลยและมาเพื่อล้างแค้นแม่ทัพหรง เดิมทีแม่ทัพหรงคิดจะแจ้งทางการ แต่เมื่อเห็นรอยเท้าที่โจรผู้นั้นเหลือทิ้งไว้ระหว่างประลองฝีมือกับเขา กลับบอกว่า…ไม่ใช่คนแคว้นเหลยอะไรนั่น ข้ารู้แล้วว่าเขาเป็นใคร”

        “เด็กรับใช้ไปตรวจสอบหน้าต่างหลังเรือนจึงพบก้านต้นกกก้านหนึ่งโดยบังเอิญ ภายในก้านต้นกกมีผงสีขาวหลงเหลืออยู่ หมอประจำตรวจสอบก็บอกว่า…คือจุ้ยเมิ่งฉางอะไรนั่น เดิมทีข้าคิดจะใช้ฐานะบุตรเขยไปเยี่ยมเยียนเขาก่อนสักหน่อย แต่ผู้ใดจะรู้ว่าต้องพบเรื่องเช่นนี้ เปิ่นหวางคร้านจะสนใจ จึงฟังเพียงคำกล่าวยืนยันจากแม่ทัพหรง”

        “คำกล่าวยืนยันอะไร?” องค์รัชทายาทแสร้งยกยิ้มเช่นคนไม่รู้เรื่อง “หรงชิงผู้นั้นเป็นคนซื่อตรง หากเขารับปากแล้วจะต้องทำได้อย่างแน่นอน อย่าบอกว่าเขายืนยันจะให้บุตรสาวแต่งงานกับเจ้า เกิดเรื่องเช่นนี้ หากเขายังยืนยันเช่นนี้… น้องสาม อย่าหาว่าพี่ชายเช่นข้าปากมาก เรื่องนี้อาจไม่ใช่โชคดีของเจ้าก็ได้!”

        เฉินอ๋องเอ่ยทั้งรอยยิ้มเช่นกัน “จะไม่เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร หากแต่งกับสตรีที่ถูกโจรย่ำยีก็คงไม่มีความหมายอะไร โชคดีที่แม่ทัพหรงยืนยันกับข้าว่าเขารู้แล้วว่าจุ้ยเมิ่งฉางเล็ดลอดมาจากที่ใด นอกจากนั้นยังบอกว่ามีวิธีการจับทั้งโจรและของกลาง รวมถึงสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของบุตรสาว ทว่าข้าอยากจะรอดูเรื่องสนุก มิสู้พวกเรารอดูอยู่ที่นี่กันเถิด หากพ้นเที่ยงวันไปอาจมีเรื่องละครอุปรากรให้ดู…”

        ขณะเฉินอ๋องกล่าวยังหันไปชำเลืองมองพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาแฝงนัยยะอีกหน

        องค์รัชทายาทยังดีสักหน่อย สามารถเอ่ยวาจาหยอกล้อไม่ลุกลี้ลุกลน สีหน้ายังคงเป็นปกติ ทว่าซงซวี่กลับเริ่มนั่งไม่ติดที่ เบนสายตาหลบและเอาแต่ยกจอกสุราขึ้นดื่มเพื่อเป็นเกราะกำบัง

        ทันใดนั้นวางจอกสุราลงและตบเขาดังฉาด “ไอหยา! แย่แล้วๆ…”

        “เป็นอะไรไป?” เฉินอ๋องเอ่ยถาม

        “ข้าลืมไปว่าเที่ยงวันนี้ท่านพ่อจะทดสอบเรื่องการเรียนของข้า! มัวแต่ดีใจหลังได้รับเทียบเชิญจากเตี้ยนเซี่ยจนเผลอลืมไปเสียสนิท! หากท่านพ่อพบว่าข้าไม่อยู่ในจวนจะต้องรู้แน่นอนว่าข้ามาเที่ยวสุรานารี! ครั้งนี้ท่านพ่อจะต้องหักขาข้าแน่นอน!”

        ขณะกล่าวลุกขึ้นทำความเคารพเฉินอ๋อง “เตี้ยนเซี่ย ข้าน้อยรู้สึกผิดยิ่งนักที่จะต้องกลับไปก่อน วันหน้าข้าน้อยจะเป็นเจ้ามือเชิญเฉินอ๋องเตี้ยนเซี่ยและไท่จื่อเตี้ยนเซี่ยไปดื่มสุราหอเทียนเซียง เพื่อเป็นการขออภัยต่อเตี้ยนเซี่ยทั้งสองนะพ่ะย่ะค่ะ”

        เฉินอ๋องยกยิ้มและไม่รั้งเขาเอาไว้ “ในเมื่อคุณชายมีเรื่องสำคัญ เปิ่นหวางจะรั้งไว้ได้อย่างไร? หากคุณชายถูกบิดาตีจนก้นปริขึ้นมาจริงๆ เปิ่นหวางคงรู้สึกผิดไม่น้อย…เชิญคุณชาย เปิ่นหวางจะไปส่งเจ้า”

        “ไม่กล้ารบกวนเตี้ยนเซี่ยพ่ะย่ะค่ะ ขอเตี้ยนเซี่ยโปรดยั้งฝีพระบาท” ซงซวี่เอ่ย

        ขณะกล่าวค้อมคำนับองค์รัชทายาทและเฉินอ๋องอีกครั้ง ก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินออกไป

        เฉินอ๋องเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “คุณชายกลับจะถูกฟาดก้นถึงเพียงนี้เชียวรึ!”

        ขณะเอ่ยวาจาหยอกล้อยังคงก้าวเท้าเดินตามไป

        องค์รัชทายาทรีบเดินตามไปเช่นกัน เนื่องจากกลัวว่าซงซวี่จะขี้ขลาดจนเปิดโปงตน และเขาไม่อยากให้เจ้าสามกับซงซวี่มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพัง

[1]เหรินตัวเจียว หมายถึงหญิงผู้เป็นที่รักช่างน่าเอ็นดู

[2]เหวยซงคำเรียกแทนตัวของผู้เป็นพี่ชาย

[3]งานเลี้ยงหงเหมินหรืองานเลี้ยงลอบสังหารที่เซียวอวี่จัดขึ้นเพื่อลอบสังหารหลิวปัง


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “หฤทัยจอมใจจักรพรรดิ” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5236

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)