0 Views

        “ขอบพระคุณคุณหนูมากเจ้าค่ะ เพียงแต่งานมงคลกำลังจะมาถึง หนูปี้มีฐานะต่ำต้อย ไม่กล้าเสียมารยาทเข้าไปห้องนอนของคุณหนูเจ้าค่ะ” อวิ๋นฉางย่อกายถอนสายบัว เอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

        “เตี้ยนเซี่ยมีรับสั่งให้หนูปี้นำชุดแต่งงานที่จวนอ๋องเตรียมไว้ให้คุณหนูมาส่งเจ้าค่ะ ยังมีเครื่องประดับจำนวนหนึ่งที่หลายวันมานี้เตี้ยนเซี่ยทรงเลือกด้วยพระองค์เอง เตี้ยนเซี่ยตรัสว่า หวังว่าคุณหนูจะสวมใส่ในวันพิธีมงคลเจ้าค่ะ หวังว่าคุณหนูจะไม่ถือโทษที่มาอย่างกระชั้นชิดเช่นนี้นะเจ้าคะ”

        “ลำบากกูเหนียงแล้ว” หรงหว่านซีเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “รบกวนกูเหนียงกลับไปทูลเตี้ยนเซี่ย บอกว่าหม่อมฉันชื่นชอบเป็นอย่างมากและรับไว้ด้วยความยินดี”

        “เจ้าค่ะ” อวิ๋นฉางขานรับ

        หรงหว่านซีแสดงท่าทีให้เกียรตินางถึงเพียงนี้ อวิ๋นฉางกูเหนียงผู้นี้กลับไม่ทุกข์ไม่ร้อนแต่อย่างใด เห็นทีอวิ๋นฉางกูเหนียงผู้นี้คงมีหน้ามีตายามอยู่ต่อหน้าเฉินอ๋องไม่น้อย

        ทว่าหรงหว่านซีไม่อยากซักไซ้ เพราะถึงอย่างไรหลังแต่งเข้าจวนไป นางย่อมต้องจัดการเรื่องราวภายในจวนให้กระจ่างอย่างแน่นอน ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

        หลังบอกใบ้ให้ชูเซี่ยมอบรางวัลจึงเอ่ย “ลำบากกูเหนียงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ เชิญเหล่ากูเหนียงดื่มชากันเถิด”

        “หนูปี้ขอบพระคุณคุณหนูสำหรับรางวัลเจ้าค่ะ” อวิ๋นฉางไร้ความเขินอายและน้อมรับรางวัลอย่างเป็นธรรมชาติยิ่งนัก

        หรงหว่านซีกลับไม่คิดว่านางละโมบและดูออกว่าเฉินอ๋องคงมักใช้นางจัดการเรื่องต่างๆ เป็นปกติ นางจึงได้รับรางวัลเป็นสิ่งตอบแทนจนเคยชิน ไม่เช่นนั้นนางคงไม่รับไปโดยไม่ปรายตามองเงินถุงนั้นสักนิด

        เมื่อชูเซี่ยมอบรางวัลให้อวิ๋นฉางเสร็จ จึงเข้าไปรับถาดจากหญิงรับใช้พร้อมกับจือชิว

        เมื่อกลับห้องไปดูชุดแต่งงาน เด็กรับใช้ทั้งสองจึงถอนหายใจออกมา

        “สมกับเป็นของจากในจวนอ๋องจริงๆ! พี่ชูเซี่ย ท่านลองดูฝีมือการเย็บสิเจ้าคะ ช่างประณีตยิ่งนัก! งามกว่าอาภรณ์ที่บรรดาองค์หญิงสวมใส่อีกเจ้าค่ะ!”

        “พูดเหมือนเจ้าเคยเห็นองค์หญิงมาก่อน! เจ้าทำท่าทางเหมือนไม่เคยพบเจอมาก่อนเช่นนี้ คิดว่าสิ่งของภายในจวนแม่ทัพของเราด้อยกว่าอย่างนั้นหรือ? เมื่อครั้งท่านอาเซิ่นยังเป็นสาวได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหญิงเย็บผ้าอันดับหนึ่งของฉีสุ่ย* เชียวนะ!”

        หรงหว่านซียอมทนฟังพวกนางตีฝีปาก เพราะทำให้รู้สึกถึงวันเวลาอันแสนสุข

        ทว่าเด็กรับใช้สองคนนี้กลับทำตัวดีมาก คาดไม่ถึงว่าจะไม่สู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง และเอ่ยถามพร้อมกันว่า “คุณหนูจะไม่ลองสวมดูหรือเจ้าคะ?”

        หรงหว่านซีไม่มีความคิดนี้ จึงเอ่ยเพียง “แค่ดูก็รู้ว่าเป็นชุดที่ดีมาก คงไม่ต้องลองแล้ว เพราะต่อให้ไม่พอดีตัวก็ยังต้องใส่อยู่ดี”

        นางไม่ลืมสิ่งที่ตกลงไว้กับเฉินอ๋อง นางจะไม่ยอมพ่ายแพ้เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ นางไม่ได้ตั้งตารอและไม่รู้สึกกังวลต่อการแต่งงานที่เหมือนไม่ได้แต่งงานในครั้งนี้ เรื่องมาถึงวันนี้แล้ว นางรู้ว่าต่อให้ขัดขืนเช่นไรก็ไร้ผล กลายเป็นเรื่องจำเป็นต้องทำให้สำเร็จลุล่วง เพียงแค่แต่งงานให้เสร็จสิ้นไปก็เท่านั้น แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องใส่ใจพิธีรีตองอะไร แล้วจะนับประสาอะไรกับชุดแต่งงานและเรื่องประดับเหล่านี้?

        บิดาและบุตรสาวตระกูลหรงจัดเตรียมพิธีอย่างเงียบเชียบ ขอแค่ข้ารับใช้ในจวนแม่ทัพมีจำนวนมากพอสำหรับใช้งาน เพราะไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมให้หรูหราอลังการมากนัก

        เวลากลางวันจวนแม่ทัพไม่เคยเอะอะเสียงดัง เมื่อถึงเวลากลางคืนจึงยิ่งเงียบสงัด

        บุรุษรูปร่างสูงใหญ่คล่องแคล่วจำนวนสามคนสวมอาภรณ์สีดำ ลอบเข้าจวนแม่ทัพโดยการกระโดดข้ามกำแพงด้านหลังจวน มุ่งหน้าไปยังเรือนนอนของแม่ทัพหรงตามที่จดจำจากแผนที่ก่อนลงมือ

        ชายชุดดำสองคนอยู่ในชานเรือน อีกหนึ่งคนใช้วิชาตัวเบากระโดดเข้าไปอย่างง่ายดาย

        แม่ทัพหรงเป็นทหารมาครึ่งชีวิต แม้หลายปีให้หลังมานี้รักษาตัวอยู่ในจวน ทว่าความระแวดระวังตัวกลับไม่ลดน้อยลง แต่หลังจากล้มป่วยติดต่อกันหลายวัน ก่อนเข้านอนดื่มยาต้ม ย่อมต้องนอนหลับลึกกว่าปกติ กอปรกับชายชุดดำผู้นี้มือเท้าเบายิ่งนัก ย่องมาถึงหน้าต่างอย่างเงียบเชียบจนเกือบไร้เสียง กระทั่งแม่ทัพหรงยังไม่รู้สึกถึงการมาเยือนของคนผู้นี้

        ครั้นชายชุดดำผู้นี้ยื่นก้านต้นกกที่ด้านในมี “จุ้ยเมิ่งฉาง” เข้าไปในหน้าต่าง แม่ทัพหรงถึงรู้สึกตัว

        “ผู้ใด!” ทันทีที่รู้สึกตัวจึงหยัดกายลุกขึ้นทันที

        กลิ่นควันเบาบางยิ่งนัก ครั้นไม่ทันระวังตัว ควันสีเขาจึงถูกเป่าเข้าไปในห้อง อาศัยแสงสว่างของพระจันทร์ แม่ทัพหรงมองเห็นเงาคนบริเวณหน้าต่าง เขาคว้ากระบี่คู่กายบนชั้นและเดินไปทางหน้าต่างหมายจะกุมตัวคนผู้นั้น พลันพบว่าคนผู้นี้กลับวิ่งหนีไปทางประตูด้านหน้า

        ครั้นแม่ทัพหรงถีบประตูออกไป พลันพบว่าคนผู้นี้ฉวยโอกาสขณะประตูเปิดออกบุกเข้ามาข้างใน แม่ทัพหรงต้องการจับตัวคนผู้นี้ให้ได้ จึงสนใจแค่การต่อสู้กับเขา ครั้นไม่ทันระวังทำให้สูดดมยาสลบเข้าไปจำนวนมากจนวิงเวียนศีรษะและสายตาพร่าเลือน… แต่ด้วยนิสัยถือดีจึงยังฝืนต่อสู้ได้เพียงครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดพละกำลังที่มีไม่อาจเอาชนะฤทธิ์ยาสลบ ภาพตรงหน้ากลายเป็นสีดำและหมดสติล้มลงบนพื้น

        “นายท่าน…” ทางห้องด้านข้างฝั่งทิศตะวันตกมีเด็กรับใช้ผู้หนึ่งได้ยินเสียงต่อสู้ หลังสวมอาภรณ์จึงถือโคมไฟออกมาตรวจดู

        เห็นได้ว่าเขาไม่คิดว่าจะเกิดเหตุคับขัน ยังเสียเวลาไปจุดกระทั่งโคมไฟ ครั้นยังไม่ทันได้เห็นชัดเจนว่าคือผู้ใด และยังไม่ทันได้ตื่นตกใจก็ถูกกระบี่จ่อคอทันที!

        “อึก…”

        เมื่อได้ยินเด็กรับใช้ผู้นี้ส่งเสียงสะอึก ลำคอมีเลือดสีสดไหลทะลัก ชายชุดดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “รนหาที่ตายนัก”

        พวกเขาไม่กล้าเสียเวลามาก เขาพ่นลมหายใจเพื่อเอาสิ่งอุดจมูกออก จากนั้นกระโดดหนีไปทางกำแพงข้างหลังเรือนอย่างรวดเร็ว

        คนทั้งสามรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนคุณหนูหรง เหตุผลหลักที่พวกเขามายังเรือนของหรงชิงเพราะต้องการทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย นั่นคือการทิ้งก้านต้นกกไว้บริเวณลานด้านนอก นอกจากนั้นคือจัดการแม่ทัพหรงเพื่อให้การลักพาตัวคุณหนูหรงไม่เกิดข้อผิดพลาดใดๆ

        เมื่อจัดการผู้ที่อันตรายที่สุดในจวนตระกูลหรงเสร็จเรียบร้อย ผนวกกับฤทธิ์ยาสลบนี้ ภารกิจของคนทั้งสามจึงลุล่วงไปได้ด้วยดี

        ชายชุดดำผู้หนึ่งใช้ผ้าห่มทำจากผ้าป่านคลุมร่างคนผู้หนึ่ง สองคนที่เหลือ ผู้หนึ่งตามติดอยู่ด้านหลังเพื่อคอยระวังรอบข้าง อีกผู้หนึ่งไปยังประตูหลักของจวนตระกูลหรง ใช้กริชปักจดหมายจ่าหน้าถึง “จวนแม่ทัพ” ที่เขียนด้วยอักษรสีทองสามตัว

        องค์รัชทายาทนั่งอยู่ในลานขนาดเล็กของเรือนพำนักนอกเมือง ก่อนจะถึงยามจื่อ จือซิงได้พาตัวคนที่เขาอยากพบเข้าไปไว้ในห้องเรียบร้อยแล้ว

        “นายท่าน นำตัวมาสำเร็จโดยไม่มีข้อผิดพลาดเจ้าค่ะ” จือซิงรายงาน

        องค์รัชทายาทพยักหน้า “ดีมาก สามคนนั้นเล่า?”

        “ข้าน้อยพึ่งจะจัดการพวกเขาในป่าตอนส่งตัวคนผู้นี้มา จะฝังพวกเขาที่นี่เจ้าค่ะ”

        “อืม” องค์รัชทายาทพยักหน้า “ออกไปเถิด”

        เมื่อได้ยินเสียงจือซิงฝังศพภายในป่า องค์รัชทายาทไม่วางใจนัก คล้ายเกรงว่าหรงหว่านซีจะรู้สึกตัวเพราะเสียงนี้ จึงบีบจมูกและใช้จุ้ยเมิ่งฉางกับนางอีกจำนวนหนึ่งก่อนจะออกไปจากห้อง รอกระทั่งฤทธิ์ยาระเหยหายไปถึงเข้ามาอีกหน

        หรงหว่านซีในยามนี้สวมเพียงชุดนอนสีดอกบัว คล้ายกับสามารถมองเห็นทรวดทรงของร่างอรชร ใบหน้าซ่อนความอ่อนหวาน คิ้วไม่แต่งกลับงาม ปากไม่แต้มกลับแดง จมูกงามประณีตทรงหยดน้ำประดับบนใบหน้า ยิ่งทำให้ใบหน้ารูปไข่แลดูเรียวรี…

        องค์รัชทายาทยื่นมือออกไป แต่กลับชะงักค้างกลางอากาศ

        “ไม่น่าสนใจสักนิด…” องค์รัชทายาทชักมือกลับ ลอบเอ่ยว่า “สตรีที่เปิ่นกงอยากครอบครอง มีนางใดต้องใช้วิธีลักขโมยงั้นรึ? หรงหว่านซี สักวันหนึ่งเจ้าจะต้องเป็นฝ่ายอ้อนวอนให้เปิ่นกงสัมผัสเจ้า”

        องค์รัชทายาทคิดเช่นนี้ก่อนจะสะบัดชายอาภรณ์ลุกขึ้น เขาไม่กระทำกิริยาหยาบคายกับหรงหว่านซี แม้ยามนี้จะเป็นโอกาสที่ดีของเขาก็ตาม

*แม่น้ำฉีสุ่ย : เป็นแม่น้ำแถบมณฑลหูหนาน


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “หฤทัยจอมใจจักรพรรดิ” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/5236

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)