0 Views

ตอนที่ 18 เปลี่ยนเป็นซอมบี้

 

“กลิ่นหอมมากๆ! ฉันไม่ได้กินเนื้อที่ดูชุ่มฉ่ำแบบนี้มานานมากแล้ว!” คู่รักหนุ่มสาวนั้นคุ้ยเอาเนื้อสีสวยขึ้นมาหลายชิ้นในครั้งเดียว เอาใส่ลงในชามของพวกเขาเอง ตั้งแต่เกิดภัยพิบัติวันสิ้นโลก เนื้อก็กลายเป็นอาหารหายาก

 

จ้าวฉิงไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา เธอคีบเห็ดขึ้นมาชิ้นหนึ่งด้วยตะเกียบในมือ จากนั้นก็ทำทีเป็นกลืนมันลงไป เมื่อนายใหญ่ผู้นั้นหันมาถามไถ่ หญิงสาวก็เพียงแย้มยิ้มอย่างสุภาพ “ฉันกำลังลดน้ำหนักน่ะค่ะ”

 

เมื่อทั้งเจ้าบ้านและแขกต่างหยุดคีบตะเกียบ หลังจากรับประทานอาหารค่ำจนเสร็จสิ้น คนที่อยากพักผ่อนต่างก็ไปพักผ่อน ทุกคนล้วนอยากเก็บสะสมพละกำลังไว้ เตรียมออกเดินทางไปจากสถานที่อันน่าขนลุกขนพองแห่งนี้

 

จ้าวฉิงเดินเตร่ไปมาทางนั้นทางนี้อยู่ในลานบ้าน โดยมีเหยียนฮ่านชิงผู้เงียบงันเดินตามอยู่ข้างหลัง ไม่มีใครอยู่ในลานอีกแล้ว มีเพียงตะเกียงน้ำมันดวงเล็กถูกจุดไว้ ไม่แน่ชัดว่าตะเกียงน้ำมันนี้ถูกพบที่ไหน แสงสว่างจากตะเกียงสาดส่องไปทั่วพื้นที่โล่ง เกิดเป็นเงาตะคุ่มดูน่าหวาดกลัว

 

“ทำไมคุณถึงไม่ถามถึงสาเหตุที่ฉันขัดขวางไม่ให้คุณกินเนื้อพวกนั้น” จ้าวฉิงเอ่ยถามอย่างสงบนิ่ง

เหยียนฮ่านชิงสั่นศีรษะขณะตอบ “ผมเองก็รู้ได้”

 

“ถ้างั้นก็ดีแล้ว” จ้าวฉิงยึดจับมือน้อยๆ ของเสี่ยวเปาจื่อไว้ ปล่อยให้เขาค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่มั่นคงนัก ตั้งใจกดเสียงลงจนต่ำ ทำให้ไม่อาจทราบได้ว่าเธอตื่นเต้นหรือว่าโกรธเคือง หญิงสาวกล่าวว่า “อาชิง ฉันอยากจะฆ่า”

 

เหยียนฮ่านชิงชะงักค้างไปชั่วขณะ ไม่เคยมีใครเรียกเขาว่าอาชิงมาก่อนเลย นั่นมันช่างสนิทสนมเอามากๆ จนทำให้เขาไม่อาจควบคุมอาการหน้าแดงฉานได้เลย ถึงขนาดทำให้เขาลืมไปว่าต้องคอยปกป้องจ้าวฉิง

 

จ้าวฉิงช่วยประคับประคองเจ้าซาลาเปาน้อยที่กำลังหัดเดิน แต่ละก้าวของเขาเชื่องช้าอืดอาด “ฉันไม่ใช่คนดี แต่ก็ยังมีขีดจำกัดของตัวเอง กลิ่นอายในอากาศนั่น กลิ่นนั้นมันหนักอึ้ง ติดค้างอยู่ในปลายจมูกของฉัน ย้ำเตือนให้ฉันรู้ว่าแท้จริงแล้วเคยเกิดอะไรขึ้นบ้างที่นี่”

 

จมูกของเหยียนฮ่านชิงไม่ได้ไวต่อสัมผัสเท่ากับจ้าวฉิง แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่ เขากลายเป็นเงียบขรึมลงอีกครั้ง ถ้อยคำห้ามปรามที่เขาคิดจะเอ่ยกลับไม่ได้เล็ดรอดออกมาจากปาก ถึงอย่างไรคนเหล่านั้นก็เลวทรามเข้าไปถึงกระดูกแล้ว ไม่ต้องเอ่ยถึงแค่การยืนดูสิ่งที่เธอคิดจะทำ แม้แต่การลงมือเข่นฆ่า เขาก็มีแรงจูงใจมากพอจะทำมันเองด้วยซ้ำ

 

“คืนนี้ต้องมีเหตุร้ายๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน” จ้าวฉิงบ่งชี้ออกมาอย่างแน่วแน่ สัมผัสทั้งหกของเธอบอกว่าอย่างนั้น

เหยียนฮ่านชิงไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใดออกมา เพียงติดตามมาด้านหลังจ้าวฉิง

 

มีห้องว่างเหลืออยู่ไม่มากนัก ดังนั้นเมื่อถึงเวลานอนหลับพักผ่อนในยามค่ำคืน จ้าวฉิงและกู้พ่านพ่านจึงนอนด้วยกันในห้องหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะว่าตลอดช่วงเวลากลางวันนั้นยุ่งวุ่นวายเอามากๆ จึงทำให้กู้พ่านพ่านหลับใหลไปอย่างรวดเร็ว จ้าวฉิงก็คาดเดาว่าเธอคงต้องนอนฟังเรื่องซุบซิบไปตลอดทั้งคืนเป็นแน่

 

กู้พ่านพ่านหลับสนิทมาก ขณะที่จ้าวฉิงกลับไม่ได้หลับลงเลย หญิงสาวโอบตัวเสี่ยวเปาจื่อเข้ามาใกล้ๆ แล้วขดกายอยู่บนเตียง ยามเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน เสียงกรีดร้องอันน่าขนพองสยองเกล้าก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันลอยออกมาจากห้องที่อยู่ติดกันนี่เอง

 

สีหน้าของจ้าวฉิงแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาวตะกายลุกขึ้นจากเตียง อุ้มเสี่ยวเปาจื่อไว้ ไม่ได้ใส่ใจกู้พ่านพ่านที่เพิ่งจะสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอมุ่งหน้าออกไปข้างนอก ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงใครทั้งนั้น แต่เพื่อไปหาคนที่ส่งเสียงกรีดร้องออกมา เธอตระหนักว่าเป็นฝ่ายชายจากคู่รักหนุ่มสาวนั่นเองที่แผดเสียงร้องดังก้องนั่น

 

ตั้งแต่แรก จ้าวฉิงก็มีลางสังหรณ์อยู่แล้วว่าจะมีเหตุบางอย่างอุบัติขึ้นในคืนนี้ ทว่าหญิงสาวกลับไม่ได้คาดคิดว่า เหตุนั้นจะเกิดขึ้นจากกลุ่มของพวกเธอเอง

 

อาจเป็นเพราะไม่ได้หลับไม่ได้นอนด้วยเหตุผลเดียวกัน แม้จ้าวฉิงจะรีบออกมาทันที แต่ก็ไปถึงที่เกิดเหตุพร้อมๆ กันกับเหยียนฮ่านชิงซึ่งได้รับการกล่าวเตือนจากทั้งเธอและกู้ชวน

 

ฝ่ายนายใหญ่นั้นพาผู้คนมาด้วยและมาถึงช้ากว่าเล็กน้อย พวกเขามาถึงในตอนที่กู้ชวนกำลังจะเตะประตูให้เปิดออก และเมื่อประตูเปิดอ้าออก ทุกคนก็ต้องตกตะลึง

 

ฝ่ายชายจากคู่รักหนุ่มสาวยามนี้มีร่างกายท่อนล่างค้างคาอยู่บนเตียง ขณะที่ร่างกายท่อนบนร่วงหล่นอยู่กับพื้น ดวงตาเหลือกถลนของเขาเบิกกว้าง ใบหน้ามีรอยแผลลึกเห็นเลือดอยู่สองสามรอย คอหอยของเขาถูกฉีกกระชากออกไปเรียบร้อย เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าเขาไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว

 

ฝ่ายผู้หญิงนั้นเอนกายอยู่บนร่างของเขา ส่งเสียงขบเคี้ยวอันแปลกประหลาดออกมา ได้ยินเสียงประตูถูกพังเข้ามา ฝ่ายหญิงนั้นก็หมุนกายกลับ ทั้งใบหน้าของเธอ โดยเฉพาะที่ริมฝีปากเต็มไปด้วยเลือดสดๆ สีหน้าขาวซีด ผิวหนังเริ่มเน่าเปื่อยคล้ายกับศพซากหนึ่ง

 

“หลบเร็ว!” กู้ชวนถึงกับหน้าเปลี่ยนสี เขาชี้มือออกไปคราหนึ่ง ปลดปล่อยพลังพิเศษธาตุน้ำแข็งของตัวเองออกไปทันที ภายในเสี้ยววินาทีต่อมา ฝ่าเท้าของหญิงผู้นั้นก็ถูกแช่ในน้ำแข็ง ดูดแนบเท้าทั้งคู่ติดไว้กับพื้น

 

ผู้หญิงคนนี้เพิ่งจะเปลี่ยนเป็นซอมบี้ได้ไม่นาน ปฏิกิริยาตอบสนองของเธอจึงค่อนข้างชักช้าอยู่บ้าง หลังจากนิ่งงันไปชั่วขณะ เธอก็โกรธเคืองขึ้นมาอย่างฉับพลัน ยกขาขึ้นมาอย่างแรง น้ำแข็งที่เกาะอยู่ตรงฝ่าเท้าและขาของเธอแตกกระจายออกทันตา

จ้าวฉิงไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาอีก แต่เถาไม้ของเธอพุ่งเข้าไปรัดพันเท้าของหญิงผู้นั้นไว้แล้ว ทว่าด้วยการดิ้นรนขัดขืนอย่างรุนแรง พวกมันก็ฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ เช่นกัน

 

เหยียนฮ่านชิงกุมกระชับมีดสั้นในมือเตรียมพร้อมไว้แล้ว พุ่งไปถึงตรงหน้าหญิงผู้นั้น พร้อมกับมีดสั้นในมือเขาที่ทิ่มแทงเข้าไปในส่วนท้องช่วงบนของผู้หญิงคนนั้น ทว่าเพิ่งตระหนักได้ว่าเธอได้กลายร่างเป็นซอมบี้ไปแล้ว และการทิ่มแทงเข้าไปที่ช่องท้องส่วนบนครั้งนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรเลยแม้แต่น้อย เขาจึงดึงมีดสั้นออกมาอย่างรวดเร็ว แต่กรงเล็บอันวาววับราวกับเกล็ดน้ำแข็งของหญิงคนนั้นกลับตวัดลงมาอย่างรวดเร็ว และตบกระแทกเขาออกไป

 

เหยียนฮ่านชิงมีเวลาแค่พอยกมีดในมือมากันและยกมือไขว้สลับอยู่เหนือหน้าอกเท่านั้น ขณะที่เขาถูกกระแทกลอยถอยหลังกลับไป

 

ด้วยเหตุผลที่ไม่อาจทราบได้แน่ชัด ความแข็งแกร่งของซอมบี้หญิงคนนี้เหนือกว่าซอมบี้ปกติทั่วไป เธอรวบรวมกำลังยกขาขึ้นอย่างดุดัน ทำลายน้ำแข็งและเถาไม้แตกกระจายออกมา จากนั้นก็เดินพุ่งตรงดิ่งไปทางกู้ชวนและจ้าวฉิง

 

นายใหญ่ผู้นั้นไม่อาจปิดบังซ่อนเร้นพลังของเขาได้อีกต่อไป เขายกนิ้วมือขึ้นชี้ ปลดปล่อยบอลไฟลูกหนึ่งให้ลอยออกมา ทว่ายามที่ลูกไฟเพิ่งจะสัมผัสต้องร่างกายของหญิงคนนั้น ก่อนที่มันจะทันได้ลุกไหม้ เปลวเพลิงก็กลับดับมอดไปเสียก่อน

 

จ้าวฉิงหยิบมีดจากมือคนผู้หนึ่งที่ล้อมรอบอยู่อย่างสบายๆ เธอยกมันขึ้นและกระโดดทะยานกายอย่างกะทันหัน ทิ่มแทงปลายมีดไปยังบริเวณลำคอของซอมบี้หญิง

 

หญิงผู้นั้นเบี่ยงกายเล็กน้อย ส่งผลให้มีที่ฟันลงมากรีดเฉือนไปที่บริเวณไหปลาร้า ถึงแม้ยังกำมีดไว้ในมือได้ แต่จ้าวฉิงก็ไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องผ่อนแรงออกจากด้ามจับเล็กน้อย เธอเผชิญหน้ากับกรงเล็บของซอมบี้หญิง ปะทะด้วยกำลังกายโดยตรง

 

ได้ดูดซับเศษผลึกเข้าไปมากมายขนาดนั้น ความแข็งแกร่งของเธอเองย่อมสูงกว่าซอมบี้นี้อยู่มากเป็นธรรมดา เพียงเห็นว่าหญิงผู้นั้นผงะถอยไปหลายก้าว และส่งเสียงแผดคำรามโหยหวนออกมาอย่างเดือดดาล ทว่ากลับไม่มีเสียงคำรามครั้งที่สองลอดออกมาได้อีก จ้าวฉิงคว้าจับแขนของอีกฝ่ายแล้วเหวี่ยงทั้งร่างนั้นข้ามไหล่ของเธอไป ทำให้ซอมบี้หญิงนั้นกระแทกลงกับพื้นอย่างหนักหน่วง เนื้อที่เปื่อยยุ่ยปลิวกระจายไปทั่ว

 

โดยไม่รอให้เธอคืบคลานขึ้นมาได้อีก จ้าวฉิงจัดการต่อยไปที่หลังศีรษะของหญิงผู้นี้เรียบร้อย เล็งไปที่ส่วนที่เว้าบุ๋มลงไปตรงรอยต่อต้นคอกับหลังศีรษะโดยตรง หลังจากกำปั้นนั้น ทั้งร่างของซอมบี้หญิงก็ฝังแน่นเข้าไปในพื้นลึกถึงสองสามนิ้ว

 

กู้พ่านพ่านที่เพิ่งมาถึงช้ากว่าคนอื่น ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ หรือที่จริงแล้วจ้าวฉิงเป็นผู้มีพลังพิเศษแบบเสริมพลังกันแน่?

 


 

 

 

ติดตามได้ที่นี่นะ

Fanpage  “วันโลกาวินาศของมารดาปีศาจ -นิยายจีนแปล”