0 Views

        ในตำหนักหนานอ๋อง หนานสวินกำลังนั่งวาดรูปอยู่เพียงลำพังในห้องหนังสือ แล้วองครักษ์ก็เดินเข้ามารายงาน “หวางเหย่ ทางคุณหนูซ่างกวนส่งคนมาแจ้งว่าเรื่องในตำหนักรัชทายาทจัดการไปตามเหมาะสมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

        “หือ? แล้วเป็นอย่างไร?” หนานสวินมิได้เงยหน้าขึ้น เพียงแค่ถามด้วยความอยากรู้ว่าฉีอินได้รับความทุกข์ทรมานจากเนื้อหนังอย่างไรบ้างเท่านั้น

        ใบหน้าขององครักษ์ผู้นั้นก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แล้วกล่าวกับหนานสวิน “ตอนที่คุณหนูซ่างกวนเข้าวังไปคารวะฮองเฮา ได้ให้สาวใช้ข้างกายไปซื้อตัวนางกำนัลในวังเอาไว้ แล้วลอบวางยาในฉลองพระองค์ที่พระสนมพิงเฟยส่งมาให้รัชทายาท เกรงว่าป่านนี้รัชทายาทคงจะเกาจนพระฉวีถลอกปอกเปิกไปหมดแล้วกระมัง”

        “ฮ่าๆ… คุณหนูซ่างกวนผู้นี้แผนการสุดยอดจริงๆ ครานี้รัชทายาทคงจุกหนักพูดไม่ออกยิ่งกว่าเดิม เรื่องแบบนี้ทุกข์ใจแต่ไม่บอกใครไม่ได้ ความรู้สึกที่ถูกเอาเปรียบแต่ไม่มีโอกาสเรียกร้องความเป็นธรรม เกรงว่าตั้งแต่เกิดมาเขาคงเพิ่งพบครั้งนี้เป็นครั้งแรกกระมัง!”

        “ข่าวที่ส่งกลับมายังบอกอีกว่า รัชทายาททรงหลับนอนกับนางกำนัลคนหนึ่ง ตอนนี้คนทั้งสองก็น่าจะเป็นโรคเดียวกันน่าเวทนาทั้งคู่”

        แม้หนานสวินจะรู้สึกว่าวิธีการนี้ช่างน่าอภิรมย์ แต่ว่าข่าวที่ฉีอินช่วงล่างใช้การไม่ได้ยังสามารถโหมกระพือออกไปอีกรอบ

        “งั้นหรือ?” ถูกพระบิดากักบริเวณแล้วยังทำตัวลอยชายไม่ทุกข์ร้อน ร่วมหลับนอนกับนางกำนัลอีก

        “องค์รัชทายาท เจ้าช่างใจกล้าเสียจริง!”

        …

        ในจวนเฉินอ๋อง ฉีเฉินเพิ่งจะตื่นนอนลุกขึ้นมา ได้ยินคนใต้บังคับบัญชามารายงานว่าเมื่อคืนคุณชายเฟิงถูกมือสังหารลอบทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

        ทันทีที่ได้ยินข่าวฉีเฉินก็ตกตะลึง ในดวงตาราวกับมีไฟลุกออกมา “ในจวนเฉินอ๋องมีการป้องกันรักษาการณ์อย่างเคร่งครัด จะมีมือสังหารได้อย่างไร? พวกเจ้าไปตรวจสอบให้เปิ่นหวางอย่างละเอียดว่ามือสังหารพวกนี้มาจากที่ใด?”

        มือสังหารที่สามารถลอบเข้ามาในจวนเฉินอ๋องได้จะต้องมิใช่คนธรรมดา เช่นนั้นคนที่อยู่เบื้องหลังมือสังหารเหล่านี้ก็ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

        “หวางเหย่ เกรงว่าจะติดตามตรวจสอบไม่ได้แล้ว มือสังหารที่ทำร้ายคุณชายเฟิงเสียชีวิตในจวนอ๋องตั้งแต่เมื่อคืนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

        มือของฉีเฉินตบไปบนขอบเตียงอย่างแรง “ถึงกระนั้น ก็ให้คุณชายเฟิงต้องเจ็บตัวเปล่าๆ ไม่ได้”

        ขนาดในจวนเฉินอ๋องยังไม่ละเว้น เห็นทีบัญชีที่ยังคงไม่ชัดเจนบัญชีนี้ ฉีเฉินได้ลงไว้ที่ฉีอินเรียบร้อยแล้ว

        ฉีเฉินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเรียกสาวใช้เข้ามาปรนนิบัติเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปที่ห้องพักของจวินหวง

        จวินหวงนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ บาดแผลบนแขนข้างซ้ายถูกพันด้วยผ้าพันแผลเรียบร้อยแล้ว

        นางก้มศีรษะลง ย้อนคิดถึงเรื่องเมื่อคืน หลังจากมือสังหารเสียชีวิตนางหยิบกระบี่ออกมาจากมือคนร้าย แล้วปาดลงไปที่แขนซ้ายของตนเองหนึ่งแผล

        จากนั้นก็โยนกระบี่ลงพื้น นางกุมแขนของตนเองไว้ แล้วถึงเรียกองครักษ์ในจวนเฉินอ๋องมาจัดการกับมือสังหารผู้จงรักภักดีต่อนายผู้นั้น

        ในระหว่างที่จวินหวงดำดิ่งอยู่ในภวังค์ความคิดอยู่นั้น ฉีเฉินก็มาถึง จวินหวงได้ยินเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของเขาตั้งแต่ยังยังไม่เข้าประตูแล้ว

        ฉีเฉินผลักประตูเข้ามา ไม่เห็นจวินหวงอยู่บนเตียงก็ตะโกนเรียกสองสามครั้ง “คุณชายเฟิง คุณชายเฟิง…”

        ดังนั้นจวินหวงถึงเงยศีรษะขึ้นมา รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “หวางเหย่ ผู้น้อยอยู่นี่”

        ฉีเฉินมองตามเสียงมา แค่ปราดเดียวก็สังเกตเห็นแผลจากเหตุการณ์เมื่อคืนบนแขนของจวินหวงที่พันไว้เรียบร้อยแล้ว เขาเดินเข้ามาพลางถามขึ้น “เปิ่นหวางได้ยินว่าน้องเฟิงถูกลอบสังหารได้รับบาดเจ็บ ก็เลยมาเยี่ยมเจ้า”

        “แค่บาดแผลเล็กน้อย ไม่ร้ายแรงอะไร หวางเหย่ไม่ต้องกังวลถึงเพียงนี้ แต่ตอนที่มือสังหารผู้นั้นเข้ามา เห็นได้ชัดว่าเขาเข้าใจผิดว่าข้าเป็นหวางเหย่ เกรงว่าเจตนาที่แท้ของคนที่อยู่เบื้องหลังมือสังหารผู้นี้มิอาจมองข้ามได้…” จวินหวงพูดจบ ก็มองไปบนแขนซ้ายของตนเองอีกครา

        นางกล่าวเช่นนี้เป็นการเตือนฉีเฉินอยู่ว่าคนที่มือสังหารต้องการมาฆ่าในจวนเฉินอ๋อง ก็คือตัวเขาผู้เป็นเฉินอ๋อง

        “น้องเฟิงช่างมีใจจงรักภักดีต่อเปิ่นหวางโดยแท้ การบาดเจ็บครั้งนี้ เจ้าก็รับแทนเปิ่นหวาง เปิ่นหวางจะต้องจารึกไว้ในหัวใจอย่างแน่นอน”

        ฉีเฉินหันไปมองคนที่อยู่ข้างหลัง แล้วออกคำสั่ง “เปิ่นหวางจะคุยกับคุณชายเฟิง พวกเจ้าทั้งหมดออกไปก่อน”

        “แค่เรื่องเล็กๆ ธรรมดาๆ ควรค่าแก่การกล่าวถึงด้วยหรือ”

        จวินหวงเห็นคนติดตามออกไปกันหมดแล้วถึงมานั่งร่วมกับฉีเฉิน ทั้งยังยื่นมือออกมารินน้ำให้ฉีเฉินอีกด้วย

        “จากเหตุการณ์นี้ เห็นทีเปิ่นหวางคงจะต้องเฟ้นหาคนที่เหมาะสมสักสองสามคนมาคอยอารักขาอยู่ข้างกายคุณชาย ถึงจะสามารถคุ้มครองความปลอดภัยคุณชายได้ทั่วถึง”

        ฉีเฉินดื่มน้ำไป แล้วก็คุยไปด้วย

        จวินหวงเห็นฉีเฉินมีท่าทางห่วงใยตนเอง ก็รีบตีเหล็กตอนร้อนทันที

        “องครักษ์? เกรงแต่ว่าองครักษ์ก็ยังไม่สามารถปกป้องข้าน้อยได้ หวางเหย่ทรงคิดว่ามือสังหารนี้เป็นผู้ใดส่งมาหรือ?”

        เจตนาของจวินหวงย่อมจะไม่โจ่งแจ้งเกินไปนัก สิ่งที่นางต้องการย่อมไม่ใช่เพียงแค่ให้ฉีเฉินส่งคนมาคุ้มครองตนเอง แต่นางต้องการอำนาจที่เพิ่มขึ้นด้วย

        “เปิ่นหวางก็รู้ว่าเรื่องนี้มิใช่เรียบง่าย เพียงแต่มือสังหารก็ตายไปแล้ว ไม่สามารถตรวจสอบต่อได้อีก แต่น้องเฟิงวางใจเถอะ เปิ่นหวางจะไม่ให้น้องเฟิงต้องเจ็บตัวเปล่าๆ แน่นอน”

        คำว่า ‘น้องเฟิง’ คำนี้ของฉีเฉินถือเป็นคำกล่าวอ้างอย่างดีให้แก่จวินหวง

        อยู่ข้างกายเฉินอ๋อง จวินหวงหรือจะทำงานให้เปล่าๆ หากไม่เอาประโยชน์เสียบ้าง ไหนเลยจะยอมทำเรื่องต่างๆ ให้ง่ายๆ?

        “แล้วพี่ฉีคิดจะทำอย่างไรต่อไป?”

        รอยยิ้มคลุมเครือปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉีเฉิน ทำอย่างไรหรือ? ในเวลานี้ฉีเฉินเองก็ยังไม่ได้คิดว่าก้าวต่อไปจะทำอย่างไรเลยจริงๆ

        “เจ้าเพิ่งจะล่วงเกินองค์รัชทายาทที่หอเซียงเซียว แม้ว่าเขาจะถูกกักบริเวณ แต่เขายังมีพระมารดาของเขา มือสังหารคนนี้คาดว่าหากไม่ใช่รัชทายาทส่งมา ก็ต้องเป็นฮองเฮาส่งมาเพื่อเอาคืนให้กับพระโอรสเป็นแน่”

        ขณะที่จวินหวงกับฉีเฉินกำลังสนทนากันอยู่ แม้ว่าสีหน้าของนางจะดูสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด แต่ในใจกลับตระหนักดีว่า ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ควรคิดหรือไม่ควรคิด ล้วนต้องเก็บมาไตร่ตรองอีกรอบทั้งสิ้น

        ส่วนเรื่องมือสังหาร จวินหวงคิดแต่ว่าเป็นฝีมือของฉีอิน แต่กลับมองข้ามเรื่องที่ฉีอินยังถูกกักบริเวณอยู่ในตอนนี้ไป

        แต่ไม่ว่าจะเป็นฝีมือใคร สาเหตุของเรื่องนี้ล้วนมีมาแต่ฉีอินทั้งสิ้น

        “จะมารดาส่งมาหรือบุตรส่งมา ก็ล้วนแต่เป็นการแก้แค้นให้องค์รัชทายาทมิใช่หรือ” เมื่อจวินหวงเห็นว่าฉีเฉินไม่มีการเตรียมการป้องกันอะไร จึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นๆ ของเขาแทน

        “ในเมื่อหวางเหย่เห็นข้าผู้สกุลเฟิงเป็นพี่น้อง ข้าก็พร้อมจะเป็นสุนัขเป็นอาชารับใช้หวางเหย่ตลอดเวลา แม้ว่าตอนนี้ข้าจะต้องรักษาตัวอยู่ในห้อง แต่ในใจข้ายังคงคิดวางแผนการให้กับหวางเหย่อยู่เสมอ”

        เหตุใดฉีเฉินจะไม่อยากให้จวินหวงทำงานให้เขาต่อ เพียงแต่… คนก็ได้รับบาดเจ็บไปแล้ว จะใช้คนมากจนเกินไปย่อมไม่ได้


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ลิขิตหงสาเหนือปฐพี” :https://bit.ly/2QkkL9l