0 Views

        เวินเทายืนปัดฝุ่นที่ตัวออกอยู่กลางสนามประลอง

        ด้านหลังเขามีเสียงพูดคุยของพวกเวินติ่งทียนดังขึ้น “หลินยี่ เจ้าไม่ต้องรีบดื่มชานี่เร็วขนาดนั้น ต้องปล่อยให้เย็นลงซักเล็กน้อยถึงจะสามารถดึงรสชาติที่แท้จริงของมันออกมาได้”

        มารดามันเถอะ

        ไอคนพวกนี้มันยังดื่มชาอยู่อีก

        เหล่าทหารองค์รักษ์ต่างก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนถูกตบเพียะเข้ากลางใบหน้าเต็มๆ

        ชุดเกราะสีดำชุดนั้นจะต้องเป็นสุดยอดสมบัติที่แข็งแกร่งอย่างไร้เหตุผลแน่นอน แต่มันคืออาวุธวิญญาณเหรอ ? หรือว่าอาวุธวิถีราชันย์ ?

        แต่ว่า แค่ชุดเกราะชุดเดียว น่าจะยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะหยุดสี่หัวหน้าองค์รักษ์แห่งราชวงศ์ได้

        เหวินไท่เป่ย บุรุษผู้มีรูปร่างสูงใหญ่บึกบึนราวขุนเขาได้ก้าวออกมาประจันหน้าแล้ว

        พอยอดฝีมือระดับเซียนเทียนขั้นท้ายผู้นี้เข้าสู่สนาม บรรยากาศก็เปลี่ยนไปในทันที ท่าทางสบายๆผ่อนคลายของเวินเทาเมื่อครู่นี้มลายหายไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อต้องเผชิญกับบรรยากาศอันหนักอึ้งดุจภูผาของเหวินไท่เป่ย ทั้งสองยังมีความต่างชั้นของฝีมือที่ชัดเจนอยู่

        “แค่ชุดเกราะชิ้นเดียวก็ทำให้พวกแกตระกูลเวินโอหังได้ขนาดนี้แล้วเหรอ…. น่าขัน”

        เหวินไท่เป่ยแต่เดิมก็มีนิสัยเลือดร้อนมุทะลุ ชอบการต่อสู้ การต่อสู้ของเวินเทาเมื่อครู่เชื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตระกูลเวินอยู่ไม่น้อย แต่เขาจะใช้หมัดของเขาปลุกให้พวกตระกูลเวินตื่นจากความฝันเอง

        “ลองรับหมัดนี้ของข้าดู!!”

        หัวหน้าองค์รักษ์ผู้นี้มาถึงก็ชกใส่เวินเทาไปหนึ่งหมัดทันที

        “ถล่มภูผาทลายแผ่นดิน!”

        ท่าไม้ตายที่สร้างชื่อให้กับเหวินไท่เป่ยนี้ เป็นเพลงหมัดอันน่ากลัวที่อยู่ในระดับเคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ

        พลังของหมัดนี้ หนักหน่วงรุนแรงอย่างมาก ทำให้ผู้คนได้เห็นว่าพลังของยอดฝีมือระดับเซียนเทียนขั้นท้ายนั้นเป็นยังไง

        ลมหมัดอันหนักหน่วงที่ถูกชกออกไป อากาศโดยรอบก็ราวกับจะบิดรูปไปด้วย จากนั้นก็เหมือนกับว่าอากาศที่อยู่รอบตัวในรัศมีหลายเมตรนั้น ได้ถูกดูดมารวมกันอยู่ในพลังหมัดที่ชกออกไปด้วย จากนั้นพอมันระเบิดออก ก็เหมือนมีภูเขาสูงนับหมื่นฟุตพังถล่มอยู่ตรงหน้าของศัตรู

        ไม่อาจหนี ไม่อาจหลบ

        เวินเทาที่เมื่อครู่แผลงฤทธิ์ออกมาอย่างน่าเกรงขามนั้น พอมาอยู่ต่อหน้าของเหวินไท่เป่ยก็ไม่ต่างอะไรกับทารกพึ่งเกิด

        พลังหมัดที่ปล่อยออกมานี่ ซัดเข้าโล่บนแขนทั้งสองข้างของเวินเทาที่ตอนนี้เขายกขึ้นมาประกบคู่เพื่อรับแรงหมัดของศัตรู แต่หลังจากนั้นแขนทั้งสองข้างก็ถูกดีดออก คลื่นพลังหมัดนั่นพลันพุ่งซัดเข้าใส่บริเวณหน้าอกของเวินเทาทันที

        เวินเทาถูกแรงอัดกระแทกซัดจนถอยครูดไปด้านหลัง ขาทั้งสองข้างที่พยายามฝืนยันเอาไว้นั้นถูกลากจนเกิดเป็นเส้นบนพื้นยาวนับหลายสิบเมตร จากนั้นจึงค่อยคุกเข่าทรุดลงไปอย่างหมดแรง

        “หัวหน้าเหวินเยี่ยมยุทธยิ่ง!”

        มีเสียงกล่าวชื่นชมดังก้องกังวานไปทั่ว แต่ใบหน้าของเหวินไท่เป่ยไม่มีเค้าของความยินดีเลยแม้แต่น้อย

        สำหรับเขาแล้ว เพลงหมัดที่ใช้สร้างชื่อให้เขานั้น ถ้ากับแค่การฆ่าไอหนูระดับชุ่ยถี่คนนี้ยังทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นฉายาหมัดเทพไร้พ่ายของเขาก็ไม่สมควรใช้ต่อแล้ว

        “คนต่อไป คนไหนคือหลินยี่… หยุดส่งไอเด็กน้อยพวกนี้ออกมาตายแทนได้แล้ว แกรีบออกมาซะ…”

        เหวินไท่เป่ยมีจุดประสงค์ที่จะมาหาหลินยี่โดยเฉพาะ เขาอยากจะเห็นโฉมหน้าของไอหนุ่มอำมหิตที่สามารถโค่นซูหมิงชุนลงได้คนนั้น แต่ในจังหวะที่เขาพึ่งพูดจบนั่นเอง  เวินเทาที่อยู่ตรงข้ามเขาก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

        ตาคู่นั้นของเหวินไท่เป่ยถึงกับเบิกกว้างจนแทบถลน

        เขาพึ่งสังเกตเห็นว่า บริเวณหน้าอกของอีกฝ่ายที่ถูกพลังหมัดของเขาซัดใส่นั้น ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเหลือทิ้งไว้

        นี่มันชุดเกราะบ้าอะไรวะเนี่ย!

        นอกจากจะช่วยเสริมพละกำลังและความเร็วอันมหาศาลให้ผู้ใช้แล้ว มันยังมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งอย่างไร้เหตุผลอีก!!

        ผู้คนเริ่มประเมินค่าของชุดเกราะนี่ใหม่อีกครั้ง

        นอกจากจะทำให้ผู้ใช้มีพลังต่อสู้เทียบเท่ากับระดับเซียนเทียนขั้นกลางแล้ว มันยังสามารถป้องกันการโจมตีของยอดฝีมือระดับเซียนเทียนขั้นท้ายได้โดยไม่บาดเจ็บ

        ดูเวินเทาตอนนี้สิ มันยังสามารถลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นได้โดยไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆให้เห็นเลย ดูท่าวิชา ถล่มภูผาทลายแผ่นดิน ของเหวินไท่เป่ยจะไม่สามารถถล่มภูผาได้แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว

        “โอ้ ตาเฒ่าเวิน ไอชานี่พอลองปล่อยให้เย็นลงหน่อยนึงค่อยดื่มแล้วมันมีรสชาติแฝงเพิ่ม อร่อยขึ้นจริงๆด้วย มามามา ดื่มอีกซักถ้วย!”

        ไอพวกนั้นก็ยังคงดื่มชากันต่อไป

        เหวินไท่เป่ตอนนี้หัวร้อนจนแทบจะสุกอยู่แล้ว

        “หนอยแน่แก!”

        หัวหน้าองค์รักษ์ผู้นี้ตะโกนกู่ก้องด้วยความเดือดดาลราวกับเป็นกระทิงคลั่งตัวหนึ่งที่คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว มันกระทืบเท้าลงพื้นอย่างรุนแรงจนพื้นข้างล่างแตกกระจาย จากนั้นตัวมันก็ดีดพุ่งออกไปหาเวินเทาอีกครั้งทันที

        แต่ในวินาทีนั้นเอง

        ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอันน่าตะลึงขึ้นอีกครั้ง

        เงาร่างสิบเก้าสายที่อยู่ด้านหลังของพวกหลินหยางพลันโดดขึ้นไปบนอากาศอย่างรวดเร็ว แต่ละคนล้วนเปล่งประกายแสงสีดำอันศักดิ์สิทธิที่มันได้ฝังลึกลงในความทรงจำของผู้คนแล้ว

        บ้าไปแล้ว!

        คงไม่ใช่อย่างที่คิดใช่มั้ย!

        พวกของหวังหมิงชงนิ่งอึ้งไปแล้วตอนนี้

        แม้แต่เกี้ยวสีดำที่ดูแข็งแกร่งและลึกลับนั่นยังถึงกับสั่นสะเทือนไปทีนึง

        ยี่สิบชุด!

        ตระกูลเวินมันมีไอชุดบ้าๆแบบนี้ยี่สิบชุดเลยเรอะ!!

        พอมีจำนวนมากขนาดนี้ ความหมายของมันก็แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงแล้ว

        ถ้าหากมีแค่ชุดเดียว ก็เท่ากับว่าตระกูลเวินได้ยอดฝีมือระดับเซียนเทียนขั้นกลางเพิ่มมาอีกคนก็เท่านั้น

        แต่ถ้ามันมียี่สิบชุดล่ะก็ มันก็ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนยอดฝีมือแล้วล่ะ

        แต่มันหมายถึงการที่ตระกูลเวินมีความสามารถในการผลิตชุดเกราะอันน่าสะพรึงกลัวนี้เองได้

        และนั่นก็หมายความว่าตระกูลเวินสามารถสร้างยอดฝีมือระดับเซียนเทียนขั้นกลางได้ในปริมาณมาก โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องสนใจกำแพงระดับเซียนเทียนที่คนทั่วไปไม่อาจจะข้ามผ่านมันไปได้นั่นเลย

        และนี่จะเป็นความก้าวหน้าที่สามารถเปลี่ยนแปลงยุคสมัยได้เลย!

        มันสามารถทำให้พวกเขามีพลังอำนาจมากพอที่จะสยบทวีปชี่หวู่ทั้งทวีปลงได้เลยด้วยซ้ำ

        ฝั่งของทหารองค์รักษ์นั้น เกือบทั้งหมดต่างก็ต้องมีความรู้สึกอึ้งทึ่งอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย

        เหตุการณ์ตรงหน้ามันพิสดารเกินคาดมากเกินไป ถึงขั้นเป็นเรื่องอภินิหารเลยด้วยซ้ำ

        เหวินไท่เป่ยที่อยู่ๆก็ถูกนักรบในชุดเกราะสีดำกว่ายี่สิบคนเข้ามรุมล้อมนั้นก็เริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมาแล้ว

        ถ้าเปรียบเทียบการต่อสู้เมื่อครู่เหมือนกับพยัคฆ์อันแสนดุร้ายตัวหนึ่ง ซัดหมาป่าอีกตัวจนกระเด็นออกไปอย่างองอาจ แต่ภาพในปัจจุบันนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นหมาป่าสุดอำมหิตกว่ายี่สิบตัวที่กำลังล้อมรอบเสือน้อยตัวหนึ่ง

        ถล่มภูผาทลายแผ่นดิน!

        เหวินไท่เป่ยใช้ท่าพิฆาตของตัวเองออกมาอีกครั้ง แต่กลับถูกเวินเทาและนักรบเกราะดำอีกสี่คนเข้ามาสกัดไว้ได้โดยที่ถูกผลีกถอยหลังไปเพียงแค่สามก้าว ไม่ขาดไม่เกิน

        อีกด้านหนึ่งก็มีจอมยุทธ์ฝีมือดีของตระกูลเวินอีกห้าคนคำรามก้อง ปล่อยท่าโจมตีอันทรงพลังของตัวเองออกมา

        “ท่าฟันความไวแสง!”

        “เมฆาพิโรธสยบมังกร!”

        “สิบแปดท่าเท้าแหวกขุนเขา!”

        เหล่ามือดีของตระกูลเวินนั้นแต่เดิมก็มีความสามารถอยู่ในขั้นสูงสุดของระดับชุ่ยถี่อยู่แล้ว พอได้รับการเสริมพลังจากชุดเกราะวิญญาณเหล็กทมิฬเข้า ก็สามารถปล่อยพลังโจมตีอันแข็งแกร่งที่แม้แต่เหวินไท่เป่ยยังต้องขมวดคิ้วออกมา

        สนามประลองของตระกูลเวิน พื้นสนามถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี นอกจากจะแข็งแรงทนทานแล้ว มันยังสามารถดูดซับคลื่นพลังที่เกิดจากการต่อสู้ได้อีกด้วย

        แต่ถึงอย่างนั้น การโจมตีเมื่อซักครู่ก็ยังสามารถทำให้สนามประลองเสียหายจนเละเทะอยู่ดี มีเศษหินกระจายอยู่เต็มไปหมด

        ส่วนหัวหน้าองค์รักษ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองอวิ๋นเฉิง ผู้ที่ได้รับฉายาว่าหมัดเทพไร้พ่ายคนนั้น ตอนนี้กลับมีควันลอยออกมาเต็มตัว ทรงผมฟูฟ่องอย่างกลีบดอกไม้ เขาถูกซัดจนถอยครูดไปด้านหลังถึงสิบกว่าก้าวถึงจะสามารถหยุดลงได้

        ถ…ถึงกับทำให้หัวหน้าเหวินถอยหลังไปได้

        เหล่าทหารตอนนี้ตกใจจนแทบจะเป็นอัมพาตกันไปหมดแล้ว

        ยอดฝีมือระดับเซียนเทียนขั้นท้าย เปรียบเสมือนตัวแทนของพลังรบที่ทรงพลังสุดของอาณาจักรหนึ่งแล้ว อาณาจักรชูอวิ๋นแห่งนี้ยังมีอยู่แค่สิบกว่าคนเท่านั้นเอง แต่ละคนก็ล้วนเป็นเทพยุทธผู้พิทักษ์อาณาจักรสุดแข็งแกร่งกันทั้งนั้น

        แต่ตอนนี้ เหล่าเด็กน้อยของตระกูลเวินที่แค่สวมชุดเกราะสีดำชุดหนึ่งเข้าไป ก็สามารถทำร้ายเทพยุทธที่ว่านั่นจนทรุดลงไปได้แล้ว…

        มีหลายคนที่แอบคิดในใจว่า——ผู้ปกครองอาณาจักรชูอวิ๋นกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว!

        “หัวหน้าเหวิน พวกข้าจะช่วยท่านเอง!”

        พอสิ้นเสียงตะโกนนั่น ก็มีเงาร่างที่ดูคล้ายกับงูและมังกรกระโดดขึ้นฟ้า

        ทวนเทพดุจมังกรหนึ่งด้ามและดาบยาวสีน้ำเงินหนึ่งเล่มที่มาพร้อมกับแรงกดดันอันแข็งกร้าว บุกทะลวงเข้าไปอยู่กลางวงต่อสู้

        หัวหน้าองค์รักษ์ระดับเซียนเทียนขั้นท้ายทั้งสามคนจะลงมือพร้อมกันแล้ว

        ถึงจะรู้สึกตกใจ ถึงจะรู้สึกหวั่นไหว แต่จะยอมปล่อยให้ชื่อเสียงขององค์รักษ์แห่งราชวงศ์นั้นต้องมาด่างพร้อยไม่ได้ ถึงแม้ตระกูลเวินจะมีสุดยอดอาวุธที่สามารถพลิกฟ้าเปลี่ยนแผ่นดินแบบนี้อยู่ก็ตาม แต่สำหรับเหล่าหัวหน้าทั้งสามแล้ว

        การต่อสู้ครั้งนี้ พวกเขาต้องชนะเท่านั้น!

        “มังกรทะยานฟ้า!”

        เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิของซูหมิงชุนถูกใช้ออก

        เกล็ดมังกรบนทวนดุจมังกรก็ลุกชูขึ้น สะบัดคมทวนอันแหลมคมจนกระจายไปทั่วท้องฟ้า ทำให้เหล่านักรบเกราะดำสิบกว่าคนต้องกระโดดถอยออกไป

        ส่วนปรมาจารย์ดาบเซี่ยชางไห่นั้น

        ดาบยาวในมือมีนามว่า (หยินหยาง) หยินหยางแทงออก เป็นตายปรากฏ

        หลังจากที่เขาเข้าไปกลางวงล้อมแล้ว ก็เห็นเพียงประกายดาบสีขาวสีดำถูกฟันออกอย่างต่อเนื่องราวกับสายลมที่พัดผ่าน สายน้ำที่ไหลริน สามารถฟันเข้าใส่ช่องโหว่ที่เป็นจุดอ่อนของชุดเกราะสีดำได้อย่างง่ายดาย

        เพลงดาบ (ภาพวาดหยินหยาง) ชุดนี้ เป็นเพลงดาบเฉพาะตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรชูอวิ๋น กระบวนท่ามันดูอ่อนโยน แต่ทุกคนที่โดนกระบวนท่านี้โจมตีใส่นั้น ล้วนกระเด็นอย่างรุนแรงไปไกลถึงสิบกว่าเมตรถึงจะสามารถหยุดลงคุกเข่าอยู่กับพื้น

        หัวหน้าองค์รักษ์แห่งราชวงศ์ทั้งสามท่านนี้ แข็งแกร่งสมคำล่ำลือจริงๆ

        ท่าพิฆาตทั้งสามท่าเมื่อถูกใช้ออกก็สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ทันที เหล่านักรบชุดดำทั้งยี่สิบคนถึงกับทรุดลงพื้นแทบจะทันทีเมื่อถูกท่าพิฆาตโจมีใส่

        สถานการณ์สงบลงมาแล้ว

        แต่เดิมที่ตอนนี้ควรจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องโห่ร้องฉลองให้กับชัยชนะนั้น กลับไม่มีใครส่งเสียงออกมาเลยซักคน

        โดยเฉพาะบนใบหน้าของหัวหน้าทั้งสามนั้น ไม่มีวี่แววของความยินดีเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว

        นั่นก็เพราะว่า

        พอผ่านไปไม่ถึงสิบวิ ก็มีเงาร่างสีดำลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

        พอผ่านไปครบหนึ่งนาที นักรบเกราะดำทั้งยี่สิบคนก็กลับขึ้นมายืนหลังตรงอยู่บนสนามประลองได้อีกครั้ง ราวกับปราการเหล็กยี่สิบป้อมที่ต่อให้โดนลมโดนฝนหนักหนาเพียงใดก็มิอารจสร้างบาดแผลให้มันได้

        เห้อ~

        บนสนามมีแต่เสียงถอนหายใจอันเย็นชาดังขึ้น

        เหล่าทหารตอนนี้กลั้นน้ำตาจนตาแดงไปหมดแล้ว

        แค่ใส่ไอชุดเกราะนั่นไว้ก็สามารถรับท่าพิฆาตของหัวหน้าองค์รักษ์ทั้งสามท่านได้พร้อมกัน

        ถึงพวกนั้นจะไม่สามารถชนะได้ แต่ก็ไม่มีทางแพ้แน่นอน

        พลังรบแบบนี้ มันมากเกินพอแล้วที่จะใช้สั่นสะเทือนไปทั้งอาณาจักรชูอวิ๋น!!

        “มารดามันเถอะ นี่มันบ้าอะไรกันแน่เนี่ย!”

        เหวินไท่เป่ย ตอนนี้โมโหจนควันออกหูแล้ว เขาทั้งรำคาน ทั้งโมโหไอพวกแมลงสาปฆ่าไม่ตายพวกนี้จะแทบทนไม่ไหว

        สีหน้าของทั้งเซี่ยชางไห่และซูหมิงชุนเองก็บูดบึ้งจนน่าเกลียดอัปลักษณ์ไปแล้ว

        เจ้ายี่สิบคนนี้มันเป็นแค่เด็กน้อยระดับชุ่ยถี่ของตระกูลเวินเองนะ แต่มันกลับสามารถรับมือกับเทพสงครามแห่งอาณาจักรชูอวิ๋นได้!

        มูลค่าของชุดเกราะสีดำนี่——มันสูงส่งเกินกว่าที่จะสามารถอธิบายได้ด้วยปากเปล่าแล้ว

        แต่ถึงอย่างนั้น เซี่ยชางไห่ก็ยังจับดาบหยินหยางไว้แน่น กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

        “ไม่ว่ายังไง พวกเราก็ไม่อาจยอมให้ชื่อเสียงของราชวงศ์ต้องด่างพร้อยลงได้”

        ความสามารถของเขาสูงกว่าเหวินและซูอยู่เล็กน้อย ความคิดเขาเองก็ละเอียดรอบคอบยิ่งกว่าทั้งสองด้วยเช่นกัน และจากการปะทะเมื่อครู่นี้ เขาก็พบว่าเวินเทาที่เป็นคนเปิดฉากการต่อสู้คนแรกนั้น พละกำลังที่ระเบิดออกมาดูจะอ่อนแรงกว่าตอนแรกอยู่ไม่น้อย ทำให้เขาค้นพบแล้วว่าจุดอ่อนของชุดเกราะชุดนี้คืออะไร

        “ช่วงเวลาในการใช้ชุดเกราะนี่น่าจะมีจำกัด หรือไม่ก็พลังที่ใช้ได้จำกัด ขอแค่ยื้อมันเอาไว้ได้ ก็จะสามารถปราบพวกมันลงได้!”

        ได้!

        คำพูดประโยคนี้เพิ่มความมั่นใจให้อีกสองคนเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำให้พวกคนที่กำลังดื่มชาอยู่เช่นหลินหยางคิ้วขมวด

        มองออกได้เร็วขนาดนี้เลยรึ ?

        หึหึ องค์รักษ์พวกนี้ไม่ใช่ขี้ๆจริงๆด้วยสินะ

        แต่ว่า…

        ถึงจะมองออกแล้วจะทำอะไรได้ล่ะ พวกมันยังไม่รู้หรอกว่า ชุดเกราะวิญญาณเหล็กนิลกาฬนี้ ถ้าผู้ใช้อยู่ในระดับเซียนเทียนล่ะก็——

        มันไม่มีจุดอ่อนหรอกนะ!


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ราชันเทพอัคคี” : https://bit.ly/2EbnblS

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/562

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)