0 Views

  หลังจากเดินออกจากหอเก็บคัมภีร์วรยุทธ ตู้เซ่าฝู่ตั้งใจจะถามฝูอี้ไป๋ว่าคัมภีร์จื่อชี่เฉาหยังวางอยู่ที่ไหน กลับเห็นแค่วัยรุ่นคนหนึ่งกำลังกวาดพื้นอย่างขะมักเขม้น ไม่เห็นร่องรอยของฝูอี้ไป๋สักนิดเดียว

      เมื่อวัยรุ่นคนนั้นที่กำลังถือไม้กวาดกวาดพื้น เห็นตู้เซ่าฝู่เดินออกมาจากหอเก็บคัมภีร์วรยุทธ ก็รู้สึกตะลึงงัน

       ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ “ตู้เซ่าฝู่” ชื่อนี้มีชื่อโด่งดังไปทั่วบ้านสกุลตู้ ทุกคนต่างถกกันเรื่องเวทีประลองเมื่อวาน แค่เป่าลมออกจากปากคนก็ลอยกระเด็นไปได้ นั่นมันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าคุณชายน้อยจอมทึ่มไม่ได้ทึ่มจริงๆ

  พอตู้เซ่าฝู่เห็นว่ามีคนอยู่ ก็รู้ตัวดีว่าควรรีบออกจากที่นี่ และทำได้แต่ถามฝูอี้ไป๋คราวหน้าแล้ว ในเมื่อหอเก็บคัมภีร์วรยุทธไม่ใช่ที่ที่จะเข้ามาได้ง่ายๆ หากมีคนเห็นและคิดไม่ดีกับเขา ต่อไปเขาต้องซวยแน่ๆ

  ในจวนของบ้านสกุลตู้มีต้นไม้ปกคลุมเต็มไปด้วยสีเขียว แบ่งแยกพื้นที่เป็นแต่ละเรือน คนบ้านสกุลตู้อาศัยที่เมืองสือเฉิงมานานมาก สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายจึงดูโบราณ ให้บรรยากาศดูขลังและสวยงาม

      ตู้เซ่าฝู่ออกจากหอเก็บคัมภีร์วรยุทธมาแล้ว เดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหินเล็กๆ สภาพแวดล้อมรอบๆ ตรงนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ และฝีเท้าของเขาก็ช้าลงมานิดหน่อย

  “คิกๆ”

      ด้านหน้าทางเดินแผ่นหิน จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นมา

      ตู้เซ่าฝู่เงยหน้า มองไปทางต้นเสียง มีวัยรุ่นหญิงและชายสิบกว่าคนกำลังเดินเข้ามา มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งและเด็กสาวคนหนึ่งที่ดูโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ ในกลุ่ม ทำให้เด็กหนุ่มและเด็กสาวคนอื่นๆ เหมือนเป็นแค่คนที่ช่วยเสริมบารมีให้

  เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นคนกลุ่มนั้น ก็ขมวดคิ้ว วัยรุ่นหัวโจกที่อยู่ข้างหน้า ตู้เซ่าฝู่รู้จัก เขามีชื่อว่าตู้เฮ่า เป็นหลานชายของหัวหน้าใหญ่ของบ้านสกุลตู้ อายุมากกว่าเขาหนึ่งปี ปีนี้อายุสิบเจ็ด ว่ากันว่าเขาคือทายาทที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาทายาทวัยรุ่นในขณะนี้ ถือว่าเป็นผู้นำของเด็กวัยเดียวกันในบ้านสกุลตู้

  ตู้เฮ่าคนนี้ ตู้เซ่าฝู่ไม่มีทางลืม แม้เขาจะชีพจรลมปราณใช้การไม่ได้ แต่ก็มีฐานะเป็นคุณชายน้อยของบ้านสกุลตู้ ทุกเดือนจะได้รับยาลูกกลอนและเงินรายเดือนจากตระกูลเช่นเดียวกัน แต่ยาลูกกลอนและเงินรายเดือนของเขา ไม่เคยตกถึงเขาเลย เพิ่งได้รับ ก็จะถูกคนแย่ง คนที่แย่งไปบ่อยที่สุด ก็คือตู้เฮ่าคนที่อยู่ข้างหน้าเขาตอนนี้

      เรื่องเช่นนี้ ตอนแรกทางตระกูลก็ห้ามปรามอยู่ แต่เพราะเขาถูกเรียกว่าคุณชายน้อยจอมทึ่ม ผู้ใหญ่ในตระกูลก็เลยแกล้งปิดตาข้างหนึ่งเปิดตาข้างหนึ่ง ไม่ได้ไปสนใจไยดี อาจเพราะพวกผู้ใหญ่ในตระกูลคิดว่า ให้ยาลูกกลอนไปกับเจ้าทึ่มคนหนึ่ง ก็เสียประโยชน์เปล่าๆ ไม่สู้ให้คนอื่นไปเสียจะยังดีกว่า

  ดังนั้นภายหลัง ตู้เซ่าฝู่ก็ไม่ค่อยไปรับเงินรายเดือนของทุกเดือนของเขา เพราะอย่างไรเขาก็ไม่ได้ใช้ อยู่ในบ้านสกุลตู้ก็ไม่ค่อยจำเป็นต้องใช้เงินสักเท่าไร

  เด็กสาวที่ดูโดดเด่นที่ปรากฏตัวต่อหน้าตู้เซ่าฝู่ เขาจ้องนางมากกว่าคนอื่น นางไม่ใช่คนของบ้านสกุลตู้ วัยรุ่นชายและหญิงที่ติดตามอยู่รอบๆ หลายคนก็ไม่ใช่ลูกหลานของบ้านสกุลตู้

      เด็กสาวคนนี้หน้าตางดงามโสภาเป็นที่สุด อายุยังไม่มาก แต่ก็ดูอรชรอ้อนแอ้นน่าหลงใหล ผิวพรรณขาวผุดผ่อง ปากเล็กจมูกหน่อยดูกำลังพอดี พอนางยิ้ม เด็กหนุ่มหลายคนที่อยู่รอบๆ ก็มองเคลิ้มหลงในเสน่ห์ของนาง โดยเฉพาะตู้เฮ่าที่มักจะติดตามอยู่ใกล้ๆ นางแทบจะตลอด

  ตู้เซ่าฝู่มองสังเกตการณ์ วัยรุ่นหญิงชายสิบกว่าคนนั้นก็สังเกตเห็นตู้เซ่าฝู่แล้ว เสียงหัวเราะคิกคักค่อยๆ เบาลง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ตู้เซ่าฝู่

        หากนับตามลำดับความอาวุโสแล้ว พวกเขาทั้งหลายที่อยู่ข้างหน้าคือญาติผู้พี่ผู้น้องของเขา แต่หลังอายุหกขวบเป็นต้นไป ตู้เซ่าฝู่ก็ไม่ได้คบค้าสมาคมกับญาติผู้พี่ผู้น้องทั้งหลายเหล่านี้ ที่มีพบปะกัน ก็มีแค่วันไหว้บรรพบุรุษทุกปีที่โถงบูชาบรรพบุรุษ และพวกเขามักจะส่งสายตาเยาะเย้ยและเหยียดหยามใส่ตู้เซ่าฝู่

        ดังนั้นตู้เซ่าฝู่ไม่อยากจะไปสนใจ ทำแค่เดินตรงไปข้างหน้า “ตู้เซ่าฝู่ หลีกไปสิ หากชนแขกจะทำอย่างไร?”

        ตู้เฮ่าขมวดคิ้วมองอย่างไม่พอใจ พร้อมกับเดินเข้ามาหาตู้เซ่าฝู่ เขานึกไม่ถึงว่าจะเจอเจ้าทึ่มคนนี้ที่นี่ เขามองตู้เซ่าฝู่อย่างดูถูก เขาไม่อยากให้เจ้าทึ่มมาขัดจังหวะดีๆ ตอนนี้

        ตู้เซ่าฝู่เงยหน้ามามองเล็กน้อย ทว่าก็ไม่ได้คิดจะสนใจตู้เฮ่า ยังคงเดินต่อไปข้างหน้า

        “ข้าบอกเจ้าไม่ได้ยินหรือ หลีกไป”

        เมื่อเห็นว่าตู้เซ่าฝู่ไม่หลีกทางให้ ทั้งยังเดินหน้าต่อไป ตู้เฮ่าจึงจ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็ง

        ตู้เฮ่าหยุดเดิน ตู้เซ่าฝู่ถึงหยุด เขาหันหน้าไปมองตู้เฮ่า นัยน์ตาที่เป็นประกายของเขาสั่นเล็กน้อย กล่าวว่า “ทางก็ไม่ได้แคบ พวกเจ้าก็เดินทางของพวกเจ้าไป ข้าก็เดินทางของข้า ไม่เห็นต้องให้ข้าหลบเลย!”

        ตู้เซ่าฝู่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ยิ่งที่ให้ตู้เฮ่ารู้สึกหน้าชา เขารู้สึกว่าวันนี้เจ้าทึ่มดูไม่เหมือนปกติเลย เมื่อก่อนเวลาเจ้าทึ่มเจอเขาก็จะหันหลังเดินจากไป คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะมาทำกร่างใส่เขาต่อหน้าสาวสวย สีหน้าของเขาเริ่มเคร่งเครียดขึ้น

        “พี่เฮ่า ไม่เห็นต้องไปพูดกับคนทึ่มๆ แบบนี้เลย เลอะเลือน พูดอะไรไม่รู้เรื่อง”

        มีวัยรุ่นที่แต่งตัวดูผู้ดีคนหนึ่ง เดินขึ้นมาจากด้านหลังตู้เฮ่า เขาสังเกตเห็นสถานการณ์ก็ออกมาร่วมได้อย่างเวลาเหมาะเจาะ หลังจากพูดเสร็จ ก็เหล่มองตู้เซ่าฝู่ประเดี๋ยว จากนั้นก็ใช้มือข้างหนึ่งผลักตู้เซ่าฝู่ พูดจาถากถางใส่ว่า “เจ้าทึ่มทำตัวดีๆ หน่อย หลีกไปซะ…”

        “กรุบๆ!”

        มีเสียงกรุบๆ ราวกับมีอะไรหัก เด็กหนุ่มคนนั้นยังพูดไม่จบ จู่ๆ เขาก็ร้องออกมาด้วยเสียงโอดครวญ

        “โอ๊ย…”

        มีเสียงคร่ำครวญอย่างน่าเวทนาดังออกมา แขนที่ยืนไปทางตู้เซ่าฝู่ ไม่รู้ว่าเมื่อไรวางอยู่ในมือของตู้เซ่าฝู่แล้ว แขนของเขาถูกเหวี่ยงหมุนไปร้อยแปดสิบองศา พร้อมกับมีเสียงกรุบๆ แขนข้างนั้นน่าจะหักไปแล้ว สีหน้าของเขาดูเจ็บปวด เจ็บจนใบหน้ากลายเป็นสีตับหมู

        ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ไวมากจนไม่มีใครเห็นรายละเอียดชัดเจน

        “ตู้กุ้ย หากนับจากลำดับอาวุโส ข้ามีศักดิ์เป็นพี่ของเจ้า บ้านสกุลตู้มีการกำหนดลำดับศักดิ์ไว้ชัดเจน ต้องให้ความเคารพผู้อาวุโสกว่า บังอาจไม่เคารพข้า นี่ถือว่าเป็นการสั่งสอนเจ้า!” ตู้เซ่าฝู่วางมือลง ตั้งมือหันหลังมือไปด้านนอก น้ำเสียงและคำพูดของเขามีพลังจนสามารถทำให้ผู้ที่ฟังมิอาจฝ่าฝืน

        เมื่อสักครู่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ทำให้วัยรุ่นชายและหญิงสิบกว่าคนตกใจจนเหม่อตะลึง มีเพียงสาวน้อยคนงามที่เลิกคิ้ว จ้องตู้เซ่าฝู่ด้วยสายตาประหลาดใจ

        “ตู้เซ่าฝู่ เจ้ากล้าลงไม้ลงมือหรือ!”

        ตู้เฮ่าได้สติกลับมาก่อน เขาหายใจเข้าเบาๆ แล้วใช้สายตาจับจ้องไปที่ตู้เซ่าฝู่ เขาไม่ได้ทำสีหน้าโมโหกลับยิ้มด้วยซ้ำ เขาคิดว่า วันนี้เจ้าทึ่มไม่เหมือนกับปกติแล้วจริงๆ บางทีอาจเป็นดั่งที่คนในตระกูลลือกัน เจ้าทึ่มหายเป็นปกติแล้ว ทั้งยังสามารถฝึกฌานได้แล้ว

        “บ้านสกุลตู้มีกฎเกณฑ์ มีแบ่งลำดับอาวุโสไว้ชัดเจน ข้าแค่สั่งสอนเขาตามกฎเท่านั้น” ตู้เซ่าฝู่มองตู้เฮ่าขณะพูด

        “ลำดับอาวุโสงั้นหรือ ญาติผู้น้องของข้า สมองของเจ้ามีปัญหามาตลอด ถ้าอย่างนี้ ข้าที่เป็นพี่ วันนี้ก็ต้องสั่งสอนเจ้าเรื่องกฎบ้างแล้ว”

       ตู้เฮ่ามองตู้เซ่าฝู่ รอยยิ้มที่มอบให้พยายามซุกซ่อนความรู้สึกดูถูกเหยียดหยามไว้ แต่ก็ปกปิดไว้ไม่ได้มากสักเท่าไร เป็นแค่เจ้าทึ่มคนหนึ่ง ต่อให้หาย จะเก่งได้สักเท่าไร

        “เจ้าสอนไม่ไหวหรอก”

        ตู้เซ่าฝู่ส่ายหัว หันหน้ามองไปที่สาวน้อยคนงามที่อยู่ข้างกายตู้เฮ่า จากนั้นกลับมามองที่ตู้เฮ่าต่อ กล่าวว่า “ข้ารู้ว่าทำไปเพื่อดึงดูดความสนใจของคุณหนูที่อยู่ข้างท่านคนนั้นใช่หรือไม่”

        บทสนทนาขาดหายไปชั่วขณะ ตู้เซ่าฝู่ยิ้มด้วยมุมปาก แสดงท่าทางยั่วโมโห เอ่ยว่า “แต่ว่า คงต้องบอกว่าเจ้าฝีมือยังอ่อนอยู่มาก ข้าคิดว่าเจ้ามีพลังไม่เพียงพอหรอก อย่าพยายามทำตัวเด่นเลย เดี๋ยวจะหน้าแตกเอา กู้ก็กู้ไม่กลับแล้ว”

  “เจ้า…”

        เมื่อตู้เฮ่าถูกพูดจาถากถางใส่ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มกลับกลายเป็นเคร่งเครียดในทันใด เขาคิดไม่ถึงว่าคุณชายน้อยจอมทึ่มในอดีต ขณะนี้จะเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นนี้ ยิ้มเยาะพลางพูดว่า “ได้ยินว่าเจ้าทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตาตู้อวี่กับตู้เสวี่ยที่เวทีประลอง ทีแรกข้าก็ยังไม่เชื่อ ตอนนี้ข้าว่าน่าจะเป็นจริงแล้ว เช่นนั้นก็ให้ข้าทดสอบดูหน่อยว่าเจ้าพัฒนาไปถึงขั้นใดแล้วละกัน!”

        “วันหลังแล้วกัน ให้คนนอกเห็นจะหัวเราะเยาะเอา เช่นนี้คงไม่ดี วันนี้ข้ายังมีเรื่องต้องทำ เจ้าก็เอาใจคุณหนูที่อยู่ข้างๆ เจ้าไป”

        ตู้เซ่าฝู่เดินสะบัดชายเสื้อ เดินตรงไปโดยไม่สนใจ ไม่แม้แต่หันหลังกลับมามองตู้เฮ่า

        “ตู้เซ่าฝู่ เจ้า…”

        เมื่อตู้เฮ่าเห็นตู้เซ่าฝู่เมินเฉยเดินจากไป ก็รู้สึกโกรธหน้าชา สีหน้าดูคับแค้นเก็บกด

        สาวน้อยคนงามคนนั้นหันไปมองหลังชายหนุ่มชุดม่วงร่างบางคนนั้นเดินจากไป มองจากด้านหลังดูแล้วสง่าดูดีอย่างพิลึก จากนั้นก็หันไปคุยกับตู้เฮ่าที่กำลังทำหน้าเคร่งเครียดว่า “คุณชายน้อยเฮ่า เขาคือญาติในบ้านสกุลตู้ของท่านหรือ เหตุใดข้าจึงไม่เคยพบเขามาก่อน?”


ติดตามอัพเดทก่อนใคร  “ยุทธจักรเทพยุทธ์” 

อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค : https://www.kawebook.com/story/2819

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรี จะเฉลี่ยเล่มละ 80-90บาท)